CMMU เผย คนไทยติดช้อปของลักซูรี ซื้อราคาสูง 10-30% ของเงินเดือน
CMMU เผยผลสำรวจกลุ่ม Luxumer พบคนไทย 1 ใน 3 ติดหรู ชี้ 54% เงินเดือนไม่เกิน 5 หมื่นบาท แต่ยอมควักเงินซื้อสินค้าหรู 10-30% ของรายได้ ฟากชายช้อปของแพงมากกว่าผู้หญิง จับตากลุ่มหรูปริ่มน้ำ 42% เงินออมน้อย แต่ติดแกลม
[caption id="attachment_127980" align="aligncenter" width="1024"]
ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)[/caption]
วันที่ 5 กันยายน 2567 ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาซื้อสินค้าหรูหรามากขึ้น จนเกิดปรากฏการณ์"ติดหรู ดู luxurious"
ซึ่งเป็นเทรนด์ทางการตลาดที่น่าสนใจ แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนักผู้คนก็ยังจะพยายามหารางวัลให้กับชีวิต และตอบโจทย์ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
โดย “ความลักซ์” ไม่ได้จำกัดสินค้าแบรนด์เนม แต่รวมไปถึงพวกอาหาร ของสะสม อาทิ Pop Mart ที่ผู้คนยอมจ่ายในราคาสูงเกินความเป็นจริง
ทำให้เกิดเทรนด์ผู้บริโภคที่เรียกว่า LUXUMER ซึ่งเป็นกลุ่มนี้มักให้คุณค่า และความสำคัญกับการบริโภคสิ่งของเพื่อภาพลักษณ์ และความสุขมากกว่าคนทั่วไป โดยส่วนใหญ่ไม่ได้คำนึงถึงราคาเป็นปัจจัยหลัก
โดยผลสำรวจจากงานวิจัย "Unstoppable Luxumer เจาะอินไซต์ หยุดไม่ได้ใจมันลักซ์" พบว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรม "ติดลักซ์"
- 31% มีความติดลักซ์อยู่ในระดับมาก
- 6% มีความติดลักซ์อยู่ในระดับมากที่สุด
ผู้ชายติดลักซูรีมากกว่าผู้หญิง เน้นสินค้าเทคโนโลยี
ผู้ชายมีความติดลักช์มากกว่าผู้หญิงโดยประเภทสินค้าที่ผู้ชายติดลักซ์ซื้อบ่อยที่สุด ได้แก่ อุปกรณ์เทคโนโลยี ของผู้หญิง ได้แก่ อาหาร และเครื่องดื่ม
สำหรับแบรนด์ที่ผู้ชายติดลักซ์นิยมซื้อมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- Apple (กลุ่มอุปกรณ์เทคโนโลยี)
- Louis Vuitton (กลุ่มเครื่องแต่งกาย และแฟชัน)
- Starbucks (กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม)
โดยผู้ชายให้เหตุผลการซื้อใช้ของหรูหราว่า รู้สึกเป็น Professional Business man เพราะส่วนใหญ่นักธุรกิจใช้กันเยอะ
สำหรับผู้หญิงแบรนด์ที่นิยมซื้อมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- Starbucks (กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม)
- Dior (กลุ่มเครื่องสำอาง/น้ำหอม/สกินแคร์)
- Dior (กลุ่มเครื่องแต่งกาย และแฟชั่น)
ส่วนผู้หญิงยังเน้นกินหรู เพราะรู้สึกคุ้มค่าไม่เสียดายเงิน fulfill อิ่มเอมใจ ชาตินี้ต้องกินหลาย ๆ ครั้ง
54% เงินเดือนไม่ถึง 5 หมื่น แต่ช้อปสูง 10-30% ของรายได้
หากแบ่งตามกลุ่มเจนเนอเรชั่น พบว่า ประเภทสินค้าที่คนติดลักซ์นิยมซื้อมากที่สุดใน Gen Z Gen Y และ Baby Boomer คือ กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม ส่วน Gen X นิยมซื้อเครื่องแต่งกาย และแฟชั่นมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า Gen X มีความสนใจในสินค้าหรูหรามากที่สุดเมื่อเทียบกับเจนอื่น ๆ ตามมา ด้วย Gen Z, Gen Y และ Baby Boomer ตามลำดับ
โดยในจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดพบว่า 54% มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน 50% มีเงินเก็บน้อยกว่าหกเดือน
“ชาวลักช์จำนวนมากยอมควักเงินซื้อสินค้าหรูมากถึง 10 - 30% ของรายได้ต่อเดือน”
42% เป็นกลุ่มหรูปริ่มน้ำ ชอบจ่ายหรู ไม่ยั้งคิด
[caption id="attachment_127978" align="aligncenter" width="1024"]
นางสาวชุติภา มั่นวาจา หัวหน้าทีมวิจัย และทีมนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)[/caption]
นางสาวชุติภา มั่นวาจา หัวหน้าทีมวิจัย และทีมนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์เชิงลึกถึงพฤติกรรมของชาวลักช์พบว่าแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
1."หรูลูกคุณ" พบ 2% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการบริโภคสินค้าหรูได้แบบ ไม่จำกัด มีเงินออมสูงเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะรำรวย สามารถใช้จ่ายสินค้าหรูหราได้อย่างไม่ต้องกังวล
2."หรูได้มีสติด้วย" พบ 6% เป็นกลุ่มที่มองหาความคุ้มค่าในการบริโภคสินค้าหรู มีรายได้สูงและเงินออมมากกว่า 5 ปี แม้จะมีกำลังซื้อสูงแต่ก็ไม่ตัดสินใจซื้อแบบทันทีแต่จะพิจารณาความคุ้มค่า เช่น การมองหาโปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับสูงสุด
3."หรูเจียมตัว" พบ 24% เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการบริโภคสินค้าหรูเป็นครั้งคราว มีรายได้ และเงินออมปานกลาง ก่อนตัดสินใจซื้อแต่ละครั้งจะต้องวางแผนทางการเงิน และพิจารณาอย่างรอบคอบ
4."หรูเขียม" พบ 28% เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการบริโภคสินค้าหรูแบบจำกัด มีรายได้ และเงินออมไม่สูง แต่จะวางแผนประหยัดอดออมเพื่อให้ได้สินค้าหรูมาครอบครอง โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มักจะให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม โดยเป็นการบริโภคเพื่อให้รางวัล กับตัวเอง และกลุ่มสุดท้าย
5."หรูปริ่มน้ำ" พบมากที่สุดถึง 40% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการบริโภคสินค้าหรูเป็นชีวิตจิตใจชอบซื้อสินค้าที่อยู่ในกระแส มีรายได้ และเงินออมไม่สูงมากนัก แต่ชอบใช้จ่ายแบบไม่ค่อย ยั้งคิด
ส่วนเหตุผลที่คนซื้อของหรูหรามี 2 เหตุผลหลัก คือ
- อันดับ 1 อยากให้คนอื่นยอมรับ และอยากแสดงสถานะทางสังคม
- อันดับ 2 อยากแตกต่าง โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร
โดยผู้ชายอยากได้รับการยอมรับ และชอบความโดดเด่นมากกว่าผู้หญิง และ Gen Y อยากโดดเด่น แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร มากกว่า Gen Z
ดังนั้น การจะจับจุดให้โดนใจกลุ่มชาวลักซ์ได้ผู้ประกอบการ และนักการตลาดจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่เรียกว่า LUXE Strategy ประกอบด้วย
- Lifestyle (L): การสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหรา และสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่มีระดับ
- Uniqueness (U): การสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร และไม่สามารถหาได้จากแบรนด์อื่น
- Experience (X): การสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ เหนือระดับ น่าประทับใจให้กับผู้บริโภค
- Endorsement (E): การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือผู้ทรงอิทธิพล (Influencer) มาช่วยดึงดูดความสนใจ สร้างความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
สำหรับผลสำรวจดังกล่าว มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 1,018 คน แบ่งเป็น ชาย 26% และหญิง 74% หากแบ่งตามเจเนอเรชั่นเป็น Gen Y 63% Gen Z 20% Gen X 14% และ Baby boomer 3% โดยเป็นพนักงานออฟฟิศ 58% ข้าราชการ 14% เจ้าของธุรกิจ 12% ฟรีแลนซ์ 11% และอื่น ๆ 5%