โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องอนาคต ‘AOT’ ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า กระทบรายได้แค่ไหน?

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ส.ค. 2567 เวลา 01.26 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2567 เวลา 01.25 น. • The Bangkok Insight

ส่องอนาคต AOT ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า กระทบรายได้แค่ไหน?

ถือเป็นหนึ่งแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจเกี่ยวกับหุ้น AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อล่าสุดมีมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาอนุมัติหยุดประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าของผู้ประกอบการ ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ AOT เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา

สรุปคร่าวๆ ก็คือ AOT จะยกเลิกสัญญาประกอบกิจการ Duty Free ขาเข้า ซึ่งปัจจุบันดำเนินการโดย บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ประกอบด้วยสนามบิน 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่

สาเหตุเนื่องมาจากรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงวงเงินใช้จ่ายในร้านค้า Duty Free ขาเข้าดังกล่าว มากระจายหมุนเวียนในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และ AOT ให้การดำเนินการตามมติ ครม.

ดิวตี้ฟรี

รายงานข่าวระบุว่า AOT ได้รับส่วนแบ่ง Duty Free อยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท แต่เป็นสัดส่วนของพื้นที่ขาเข้าประมาณ 10% ของสัญญาสัมปทานทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้บริษัทมีพื้นที่รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เป็นบวกต่อการเติบโตของประมาณผู้โดยสาร เพื่อเข้ามาชดเชยรายได้ส่วนนี้ที่หายไป

นักวิเคราะห์มองกระทบรายได้ปีละ 1,700 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บล. กรุงศรี เปิดเผยว่า การที่ AOT ประกาศยกเลิก Duty Free ขาเข้าอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 โดยพื้นที่ Duty Free ขาเข้าคิดเป็น 10-13% ของพื้นที่พาณิชย์รวมในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และดอนเมือง รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 2,251 ตารางเมตร

เพราะฉะนั้น การยกเลิกนี้จะส่งผลกระทบต่อรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี หรือ 2-3% ของรายได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม AOT มีแผนปรับปรุงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และสามารถพิจารณานำพื้นที่บางส่วนกลับมาใช้หารายได้ในอนาคต จึงมองว่าท้ายที่สุดแล้วประเด็นนี้จะผลกระทบต่อกำไรของ AOT ประมาณ 5-6% ต่อปี

สำหรับโครงการใหม่ของ AOT ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ประกอบไปด้วย โครงการประมูลผู้ประกอบการภาคพื้นรายที่ 3, โครงการประมูลผู้ให้บริการศูนย์ซ่อมเครื่องบินและคลังสินค้า, โครงการ Airport City และโครงการเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาเข้า/ขาออก

ดิวตี้ฟรี

จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลง 5% เป็น 64.50 บาทต่อหุ้น เชื่อว่าผลกระทบนี้จะเป็นเพียงระยะสั้น มองว่าในระยะยาวปริมาณผู้โดยสารกำลังกลับมาเทียบเท่าช่วง Pre-COVID ได้ในปี 2568 และคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น AOT ย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2567) ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 20 ปัจจุบันอยู่ที่ 56 บาทต่อหุ้น มองอีกมุมถือว่าเป็นหุ้นที่มี Dowside Risk ไม่มากแล้ว

อย่างไรก็ดี AOT เตรียมประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2567 ของบริษัท ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ แนะนำให้จับตามองผลงานและแนวโน้มอนาคตของบริษัทอีกครั้ง เพื่อประเมินกลยุทธ์การลงทุน และพิจารณากรอบราคาที่เหมาะสม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...