โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ไทย-กัมพูชา” จ่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนอีกครั้ง สำรวจแหล่งน้ำมัน-ก๊าซนอกชายฝั่ง 26,000 ตร.กม.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 04.20 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยว่า "ไทย-กัมพูชา" จ่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนอีกครั้ง สำรวจแหล่งน้ำมัน-ก๊าซนอกชายฝั่งที่มีปริมาณสำรอง 300,000 ล้านดอลลาร์

วันที่ 10 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลไทยเตรียมเริ่มการเจรจากับกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งที่มีปริมาณสำรองอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวว่า การสำรวจร่วมเป็น 1 ใน 10 เป้าหมายเร่งด่วนสูงสุดของรัฐบาล เนื่องจากกำลังพยายามกระตุ้นปริมาณสำรองที่ลดลง ควบคุมราคาไฟฟ้า และร่างกฎหมายนำเข้าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น

โดย ไทย-กัมพูชา ตกลงร่วมกันเมื่อต้นปี 2567 ว่าจะหารือกันอย่างไรถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตรอย่างเป็นธรรม ซึ่งคาดว่าจะมีก๊าซธรรมชาติประมาณ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบ 300 ล้านบาร์เรล

ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีประวัติขัแย้งกันทางการทูตและความอ่อนไหวต่อกันในเรื่องอำนาจอธิปไตย โดยการเจรจาหยุดชะงักตั้งแต่ปี 2544 เมื่อทั้งสองประเทศตกลงกันว่าจะต้องหารือถึงการอ้างสิทธิ์ในดินแดน พร้อมๆ กับการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน

แต่คนบางกลุ่มมีความหวังว่าความเร่งด่วนในการลดการผลิตก๊าซและสำรองในประเทศ รวมถึงการปิดช่องทางการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าที่จะช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถเริ่มการสำรวจได้ตั้งแต่ตอนนี้ และแก้ไขปัญหาดินแดนในภายหลัง

นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในรัฐสภาเมื่อเดือนที่แล้วว่า “เราไม่จำเป็นต้องแก้ไขความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเขตแดน เราเพียงแค่ต้องพูดคุยกันอย่างเป็นเพื่อนบ้านและพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคด้วย”

เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวในแถลงการณ์ต่อบลูมเบิร์กนิวส์ว่า กัมพูชายังคงยืนกรานที่จะหารือประเด็นนี้กับไทย หากรัฐบาลใหม่ของไทยพร้อม เราก็ยินดีที่จะดำเนินการเจรจาต่อไป

ก๊าซธรรมชาติสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานของประเทศไทยได้ 60% โดยการผลิตภายในประเทศคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการดังกล่าว ด้วยอัตราการบริโภคในปัจจุบัน ประเทศไทยอาจไม่มีก๊าซเพียงพอในอีก 5-10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของประเทศไทยในการตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากศูนย์กลางด้านยานยนต์และการท่องเที่ยวแห่งสำคัญแห่งนี้พยายามดึงดูดศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานเข้มข้น

นายคุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานอิสระของประเทศไทย กล่าวว่า “หากไม่ดำเนินการใดๆ เราจะต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในการผลิตไฟฟ้า” พร้อมเสริมว่าคาดว่าแหล่งสำรองที่ยังไม่ได้สำรวจเหล่านี้จะขยายการผลิตก๊าซนอกชายฝั่งของประเทศออกไปอีกอย่างน้อย 20 ปี

ทั้งนี้ทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็มีรูปแบบการแบ่งรายได้ในพื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งตามคำกล่าวของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า มีทรัพยากรมูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านล้านบาท การเจรจาที่ประสบความสำเร็จน่าจะส่งผลดีต่อบริษัทต่างๆ เช่น Chevron Corp., Shell Plc และ PTT Exploration & Production Pcl ของไทย ซึ่งได้รับสัมปทานตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 แต่ไม่สามารถดำเนินการสำรวจใดๆ ในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทได้สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ConocoPhillips และ TotalEnergies SE ได้รับสิทธิสัมปทานในกัมพูชา

อย่างไรก็ตามกัมพูชามีเหตุผลน้อยกว่าที่จะรีบเร่งเข้าสู่โต๊ะเจรจา แม้ว่ากัมพูชาจะต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดก็ตาม สำหรับประเทศไทย มีการทำการสำรวจร่วมกันมาแล้วหลายครั้ง ในปี 2522 ประเทศไทยได้ตกลงกับมาเลเซียในการกำหนดเขตแดนร่วมกันในอ่าวไทยตอนล่าง และได้กำหนดพื้นที่ค่อนข้างเล็กเพียง 7,250 ตารางกิโลเมตรสำหรับโครงการพัฒนาร่วมกันที่กำลังดำเนินอยู่ สำหรับข้อพิพาทกับกัมพูชา โฆษกรัฐบาลไทยกล่าวว่าการเจรจาเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของนายกรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธที่จะให้กรอบเวลาที่ชัดเจน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...