โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เจมส์ มาร์’ กับ 12 ปีที่เติบโตขึ้น และได้ความรักเข้ามาเปลี่ยนชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 07.57 น.

‘เจมส์ มาร์’ กับ 12 ปีที่เติบโตขึ้น และได้ความรักเข้ามาเปลี่ยนชีวิต

พระเอกหนุ่ม เจมส์ มาร์ ยกให้บท น่านตะวัน จากละครเรื่อง น่าน ฟ้า ชลาลัย ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. นั้นเป็นบทที่หนักและดราม่าที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยเล่นมาเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องปะทะอารมณ์กับนักแสดงร่วมในเรื่องทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่แล้ว ตัวละคร น่านตะวัน ก็ยังต้องเผชิญกับโรค PTSD (Post-traumatic Stress Disorder หรือความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบเหตุการณ์ความรุนแรง) ด้วย

“เรื่องดราม่าก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องความรู้สึกของตัวเอง เราจะเล่ายังไงให้คนดูเข้าใจว่าพี่น่านเขารู้สึกยังไง อันนั้นก็จะเป็นตัวที่ยาก”

และในส่วนของอาการป่วยที่ไม่ใช่เพียง น่านตะวัน เท่านั้น แต่ ชลาลัย หรือ น้องน้ำ ที่รับบทโดย ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ก็ต้องเผชิญด้วยเช่นเดียวกัน เหตุเพราะทั้งคู่ผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาด้วยกัน

“พ่อแม่เขาเสียตั้งแต่เด็ก มันมีเหตุเกิดที่ทำให้เราต้องดูแลเขา เพราะเรารู้ทุกอย่าง เราอยู่ในเหตุการณ์นั้นกับเขา ก็เลยดึงเขามาดูแล”

“ด้วยความที่เราสองคนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยกัน เราเป็นเหมือนกัน น้องน้ำอาจจะแสดงออกเยอะ ผมอาจจะแสดงออกน้อยกว่า และบำบัดจนหายก่อนเขา”

ซึ่งในทางการแสดงนั้น เจมส์ก็เล่าว่า ได้มีการคุยกับผู้กำกับถึงการแสดงออกในรอยโรคของตัวละคร และก็ได้คำตอบว่า “พี่อั๋น (กรพจน์ สืบชมภู-ผู้กำกับ) ก็จะบอกเลยว่า อนุญาตให้เป็นเมื่อเราคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ เช่น อยู่ในสภาวะที่กลัวหรือเมา ที่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราถึงจะปล่อยให้มันกลับมาบ้าง”

“คือมันจะต้องมีฉากที่มันมีสิ่งเร้าเข้ามา แต่ที่สำคัญคือภาพในหัวที่เราสองคนมีมันต้องเท่ากัน แต่เราแค่จัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าเขา แล้วตัวละครก็จะโชว์เมื่อจำเป็นต้องโชว์จริงๆ”

กับเรื่องนี้ เจมส์ มาร์ บอกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่อยากให้แฟนละครได้พลาด

จาก คุณชายรณพีร์ ในละครชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ

ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเจมส์ จนวันนี้ผ่านมานานถึง 12 ปีแล้ว ทั้งนี้ พระเอกหนุ่มก็ยอมรับวันเวลาที่เปลี่ยนผันหลายอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

“เกือบทุกอย่างเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำ การทำงาน ระบบการไปกอง เมื่อก่อนยังไม่รู้แผนที่ แต่เดี๋ยวนี้กูเกิลแมปส์ช่วยได้ หรือแม้แต่สไตล์การแต่งหน้าทำผม การแต่งกาย ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลยครับ”

กับตัวเองนั้น เจมส์บอกว่า ก็มีเพิ่มเติมในเรื่องของประสบการณ์ ความรู้ ความอดทนที่มากขึ้น ในเรื่องของการทำงาน

“ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ตาม” เจ้าตัวว่า

“เพราะฉะนั้นก็คือเราก็อัพเลเวลไปเรื่อยๆๆๆ และก็ภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองมี และสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันนี้”

อีกหนึ่งสิ่งที่คนภายนอกมองเข้ามาคงหนีไม่พ้นเรื่องของความเข้าถึงง่ายและพูดเก่งมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งพระเอกหนุ่มก็ออกตัวว่า อาจจะเป็นเพราะหน้าที่การทำงานเลยทำให้ต้องพูดได้มากกว่าขึ้นกว่าเดิม

พร้อมเล่าว่า “เชื่อไหมครับว่าอยู่ในกอง ผมพูดไม่ทันเพื่อนๆ”

“หรือว่าอยู่บ้านก็พูดไม่ทันผู้จัดการผม ยิ่งอยู่กับพี่เอ ศุภชัย ยิ่งพูดไม่ทันใหญ่เลย ผม ‘ครับ’ อย่างเดียวเลย”

“คือเราก็เป็นเราเหมือนเดิม แต่ด้วยหน้าที่ของเรา อาจจะประกอบหน้าที่ของเราได้ดีขึ้น เราอาจจะสื่อสารอะไรได้เหมือนผู้ใหญ่มากขึ้น เมื่อก่อนยอมรับครับ เรื่องแรกอาจจะมีปัญหาเรื่องของภาษา ในเรื่องของการเลือกใช้คำที่ถูก เราก็เลยอาจจะพูดน้อยหน่อย แต่ก็พูดได้เมื่อมันมีสคริปต์หรือมีอะไรต้องพูด แต่ ณ ตอนนี้ ด้วยความเข้าใจของเราดีขึ้น เราก็จะอธิบายตัวเองได้ง่ายขึ้น เวลาเมื่อต้องได้อธิบาย”

นอกเหนือจากนั้นก็คือแฟนสาว พาย รินรดา แก้วบัวสาย ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ช่วยเปิดมุมมอง เปิดโลกให้มากขึ้นกว่าเดิม

“พอได้มีน้องพาย ทุกอย่างก็เปลี่ยนมากขึ้น เราก็รับรู้ ฟังเพลงมากขึ้น ทำในสิ่งที่เขาทำมากขึ้น แน่นอนเราก็เปิดรับมากกว่าสมัยก่อน”

“สมัยก่อนผมทำอยู่ไม่กี่อย่าง แต่พอผมได้รู้จักพาย มันมีอะไรที่ผมชอบมากขึ้น ยกตัวอย่างซีรีส์เกาหลี อาหารเกาหลี การไปเที่ยว การเปิดรับศิลปะใหม่ๆ การฟังเขาพูดสิ่งใหม่ๆ การปรับมุมมองใหม่ๆ”

“ทำให้เรามีอะไรมาแชร์กับทุกคนมากขึ้น แน่นอนครับ มันทำให้เรามีเรื่องราวมากขึ้น ที่จะมาพูดให้ทุกคนฟัง”

หากจะพูดว่าการมีพายเข้ามา ก็เปลี่ยนชีวิตเราไปด้วย เจมส์ก็ยอมรับว่าใช่ “เปลี่ยนแน่นอน ไม่มากก็น้อย แต่ผมว่าค่อนข้างมาก ทำให้เราเหมือนมีคนที่เป็นแฟนเราคนนึง มีโมเมนต์รักด้วยโมเมนต์นึง และอีกแง่มุมหนึ่งเขาก็เป็นเบสต์เฟรนด์ของเราอีกโมเมนต์นึง”

“เพราะฉะนั้น เราสบายใจมากที่มีเขาอยู่ข้างๆ คอยเป็นทุกอย่างให้เราได้”

แต่กระนั้นในอีกมุมก็ยังมีความเป็น เจมส์ มาร์ ในแบบที่เป็นได้ “ก็ยังไปตีกอล์ฟ ยังไปทำอะไรในสิ่งที่เราชอบ เพียงแค่เปิดรับมากขึ้น”

“ชอบตัวเองในเวอร์ชั่นนี้ เพราะเป็นสิ่งที่เราก็ขาดมาตลอด ไม่มีเพื่อนที่ไปทำกิจกรรมนู่นนี่ด้วยกัน ไม่มีคนที่จะมาช่วยเราเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เรียกได้ว่าเขาเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่เราไม่มี”

“สำหรับเราในมิตินี้ ก็คือมีสีสันมากขึ้น แล้วก็มีความสุขมากขึ้น”

“แม่ผมสอนตลอดว่าทุกอย่างที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นงาน การได้เจอผู้คน หรือการมีความสัมพันธ์อะไรเข้ามาในชีวิต เราควรรู้สึกโชคดีที่มีสิ่งนั้นเข้ามา”

“ผมเลยคิดว่าอันนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เจมส์ มาร์’ กับ 12 ปีที่เติบโตขึ้น และได้ความรักเข้ามาเปลี่ยนชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...