คลื่นความร้อนทำผึ้งทรมาน ดมกลิ่นดอกไม้ได้ลดลง 80%
คลื่นความร้อนทำให้ผึ้ง ‘พิการ’ เพราะสูญเสียความสามารถในการรับกลิ่น งานวิจัยใหาเผยให้เห็นว่าผึ้งงานต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ทั้งรังอยู่รอด
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อนทำให้ปัจจุบันหลายภูมิภาคต้องเผชิญกับ ‘คลื่นความร้อนผิดปกติ’ ที่ทั้งเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และอยู่นานขึ้นจนสร้างผลกระทบต่อทุกชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อน แต่สิ่งมีชีวิตอื่นก็เช่นกันโดยเฉพาะผึ้ง
ราวกับว่า ‘ผึ้ง’ ยังทุกข์ทรมานไม่พอจากทั้งมลพิษทางอากาศ ยาฆ่าแมลง และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม มนุษย์ในปัจจุบันก็ได้เพิ่มภัยคุกคามอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลจากก๊าซเรือนกระจกส่วนเกินที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ คลื่นความร้อนที่ผิดปกติเหล่านี้ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ยิ่งเลวร้ายลง
“ผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน: คลื่นความร้อนส่งผลต่อสรีรวิทยาของผึ้ง” Coline Jaworski นักนิเวศวิทยาภาคสนามจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการวิจัยเกษตรกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศส ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยใหม่นี้ กล่าว “หากแมลงผสมเกสรไม่มาสัก 2-3 วัน ก็จะไม่มีการผสมเกสร ไม่มีเมล็ดพันธุ์และไม่มีรุ่นต่อไป”
โดยทั่วไปแล้วผึ้งบับเบิลบีนั้นเป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้เข้ากับความหนาวเย็นได้ด้วยลักษณะเด่นต่าง ๆ เช่น ขนฟูหนาทั่วร่างกาย ทว่าความสามารถนี้อาจกลายเป็นการทำร้ายตัวเองในโลกที่ร้อนขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Würzburg ในเยอรมนี ได้ศึกษาว่าความร้อนส่งผลกระทบต่อการรับกลิ่นของผึ้งอย่างไรกันแน่
ด้วยการสังเกตผึ้งทั้งหมด 190 กลุ่มที่พบในทั่วยุโรปซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ Bombus pascuorum ซึ่งจับได้จากป่า และ Bombus terrestris ซึ่งเก็บได้จากรังผึ้งเชิงพาณิชย์ จากนั้นทีมวิจัยก็ได้จำลองสถานการณ์คลื่นความร้อนผิดปกติที่อุณหภูมิ 40°C ในเวลา 3 ชั่วโมง
เมื่อเสร็จสิ้น ทีมวิจัยก็ได้วัดการตอบสนองของหนวดผึ้งที่ติดอิเล็กโทรด ต่อโมเลกุลกลิ่นดอกไม้ 3 ชนิดที่เรียกว่า ocimene, geraniol และ nonanal ซึ่งเป็นกลิ่นที่พบได้ทั่วไปในดอกไม้และคอยดึงดูดแมลงมาผสมเกสร ผลลัพธ์นั้นตรงไปตรงมา
“ความร้อนทำให้ความสามารถในการตรวจจับกลิ่นดอกไม้ของผึ้งบัมเบิลบี ‘ลดลงอย่างมาก’” Sabine Nooten นักนิเวศวิทยาด้านแมลงจากมหาวิทยาลัย Würzburg ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักกล่าว
อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้ความสามารถในการรับกลิ่นของผึ้งลดลงถึง 80% ในผึ้งงานตัวเมียและลดลง 50% ในผึ้งงานตัวผู้ นอกจากนี้ความร้อนยังทำให้หนวดผึ้งผิดปกติต่อไปเป็นเวลานาน แม้จะอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นกว่าเป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้วก็ตาม
ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงถึงความน่ากังวลอย่างยิ่งที่จะตามมา เนื่องจากผึ้งงานเป็นผู้ค้นหาทรัพยากรหลักให้กับทั้งรัง หากพวกมันไม่สามารถได้กลิ่นดอกไม้ ก็หมายความว่าทั้งรังจะมีอาหารน้อยลง > อดตายมากขึ้น และท้ายที่สุดก็นำไปสู่ผลผลิตทางการเกษตรที่น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์
“นั่นอาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายว่าทำไมเราจึงเห็นประชากรผึ้งบับเบิลบีลดลงจำนวนมาก” Nooten กล่าว
ขณะที่ Dave Goulson นักนิเวศวิทยาผึ้งบัมเบิลบีจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ในไบรตัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ให้ความเห็นเสริมว่า “การศึกษานี้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าผึ้งบับเบิลบีต้องทุกข์ทรมานแบบนี้ ผึ้งตัวอื่น ๆ ก็อาจต้องทรมานเช่นเดียวกัน”
“แต่จนกว่าจะมีใครตรวจสอบ เราก็ไม่อาจรู้ได้แน่ชัด”
ที่มา
https://royalsocietypublishing.org/…/10…/rspb.2024.0352
https://phys.org/…/2024-08-impair-bumblebees-ability…
https://www.smithsonianmag.com/…/heat-waves-can-make…/
https://www.sciencenews.org/…/bumblebees-lose-smell…
Photo: ipolly80/Envato