โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวสยามยุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ เมื่อ 300 กว่าปีก่อน “เข้าป่าล่าแรด” อย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ม.ค. เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 07.11 น.
“กาลิ” แรดอินเดียในไทย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ (ภาพ : มติชน)

ย้อนดูชาวฝรั่งเศสสมัยกรุงศรีอยุธยาบรรยายเหตุการณ์ระทึก “เข้าป่าล่าแรด” สัตว์ดุร้าย ผิวหนังหนาแข็งจนกระสุนปืนก็ยิ่งไม่เข้า

สมัยกรุงศรีอยุธยา ของป่าที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญอย่างหนึ่งคือ “นอแรด” ซึ่งนำไปปรุงเป็นยาแผนโบราณของจีน นอแรดนี้น่าจะได้จากแรด 2 ชนิดในป่า ที่ปัจจุบันสูญพันธุ์จากเมืองไทยไปแล้ว คือ “แรดชวา” หรือแรดนอเดียว และ “แรดสุมาตรา” หรือกระซู่ มี 2 นอ ซึ่งเป็นแรดตัวเล็กที่สุด

จะเอานอแรดได้ก็ต้องล่าแรด ดังนั้นเมื่อ นิโกลาส์ แชรแวส ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2224-2229 ตรงกับรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งน่าจะได้เห็นแรดในกรุงศรีอยุธยา จึงบันทึกถึงการเข้าป่าล่าแรดไว้ตอนหนึ่งใน “ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)” ว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความ)

“ข้าพเจ้าไม่อาจงดเว้นที่จะกล่าวถึงแรด อันเป็นสัตว์ที่น่ากลัวและดุร้าย ซึ่งใครเห็นแล้วก็ต้องพรั่นพรึงเสียได้ มันมีลำตัวสูงเท่าฬาขนาดใหญ่ๆ และลักษณะหัวก็คล้ายๆ กัน เว้นเสียแต่มีนอแหลมอยู่บนดั้งจมูกยาวสักเท่าฝ่ามือ

ตีนของมันแต่ละข้างแบ่งออกเป็นกีบคล้ายนิ้วมือทั้งห้า มีรูปพรรณและความใหญ่เท่าตีนฬาทีเดียว หนังของมันสีน้ำตาล ไม่น่าดูเลย และแข็งโกกกระทั่งกระสุนปืนก็ยิงไม่เข้า หุ้มทั้งสองข้างลำตัวกระทั่งถึงดิน แต่ถ้าเวลามันโกรธแล้วมันจะพองตัวและทำตัวให้ใหญ่ได้เท่าโคถึกเลยทีเดียว ฆ่ามันได้ยากนัก จะจู่โจมมันต้องเสี่ยงต่ออันตรายที่จะถูกฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ

คนที่ทำการล่าสัตว์ชนิดนี้มีวิธีป้องกันความดุเดือดของมันได้ โดยที่มันชอบอยู่ในที่ลุ่มที่หล่ม เขาจึงคอยสังเกตเวลามันเคลื่อนย้าย โดยเข้าซ่อนตัวอยู่เสียในพุ่มไม้ทางด้านใต้ของลม คอยกระทั่งมันล้มตัวลงนอนหลับหรือลงตีแปลง เพื่อจะได้ย่องเข้าไปยิงกรอกเข้าในหูมันได้ถนัด อันเป็นแห่งเดียวที่มันอาจได้รับบาดเจ็บถึงตายได้ และทุกส่วนสรรพางค์ของสัตว์ชนิดนี้ใช้ทำยาได้ทั้งนั้น เฉพาะนอนั้นมีสรรพคุณในทางแก้ยาเบื่อยาเมา และขายกันตั้งนอละ 100 เอกิว (ประมาณ 600 ฟรังก์)”

นอแรดยังคงเป็นสินค้าส่งออกของสยามมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เห็นได้จากการเป็นหนึ่งในภาษีอากร 38 ชนิด ที่มีการจัดเก็บในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อเข้าสู่สยามสมัยใหม่ มีการออกกฎหมายควบคุมสัตว์ป่าหลายชนิด และในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 กระซู่และแรดก็เป็นสัตว์ 2 ชนิดที่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าสงวนด้วย (แม้กระซู่จะสูญพันธุ์จากไทยแล้วก็ตาม)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. The Lost Forest ประวัติศาสตร์ (การทำลาย) สิ่งแวดล้อมไทยและสงครามแย่งชิงทรัพยากร. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567

ธนพร อินพุ่ม, เรียบเรียง. “สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวสยามยุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ เมื่อ 300 กว่าปีก่อน “เข้าป่าล่าแรด” อย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...