โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อาหารฝรั่ง” สมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์และเจ้านายไทยโปรดเสวยมีอะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 01.19 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวยพระกระยาหารร่วมกับพระเจ้าลูกเธอและพระเจ้าลูกยาเธอ (ภาพจากหนังสือ

เราอาจคิดว่า “อาหารชาววัง” หมายถึงอาหารไทยที่ปรุงขึ้นด้วยกรรมวิธีซับซ้อน ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงเท่านั้น แต่ที่จริงอาหารชาววังยังรวมถึงอาหารฝรั่งด้วยเช่นกัน แล้วอาหารฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์และเจ้านายไทยหลายพระองค์โปรดเสวย มีเช่นเมนูอะไรบ้าง?

อาหารฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5

อาสา คำภา เล่าเรื่องนี้ไว้ใน “รสไทย(ไม่)แท้: ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม” (สำนักพิมพ์มติชน) ผลงานที่ชวนตั้งคำถามถึงนิยามคำว่า “อาหารไทย” และ “ความเป็นไทย” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยพูดถึงอาหารฝรั่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ไว้ว่า

เจ้านายไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา ล้วนคุ้นเคยกับอาหารฝรั่ง มีข้อมูลระบุว่า หลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับจากการประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 พระองค์โปรดให้มีการจ้างกุ๊กฝรั่งเข้ามาประจำห้องเครื่องฝรั่ง และโปรดให้สร้างห้องเครื่องฝรั่งขึ้น ด้วยเหตุผล “…จะต้องมีการเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองอยู่เสมอ ให้เขากินดี กลายเป็นให้เขากินเนื้อเผาไหม้ไฟ คงจะต้องเป็นที่นินทายิ่งขึ้น…”

ขณะเดียวกัน รัชกาลที่ 5 น่าจะทรงมีพระราชนิยมในอาหารตะวันตกไม่น้อย ดังปรากฏในบันทึกความทรงจำ หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล ที่ระบุว่า

“…(รัชกาลที่ 5) ทรงทำอาหารฝรั่งที่ชั้นล่างหน้าเรือนต้นริมคลอง ทรงต้มหมูแฮม ทรงทำไส้กรอก และคนาเป หน้าปูทะเล เวลาเสด็จประทับในพระบรมมหาราชวัง ข้าพเจ้าก็ได้รับพระราชทานคนาเปหน้าปูทะเลกับเนยแข็งตอนเวลาค่ำ เวลาเฝ้าเสวยที่พระเฉลียง…” (เน้นคำโดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

ช่วงปลายรัชกาลที่ 5 อาหารฝรั่งดูจะเป็นเครื่องต้นหลักเสียยิ่งกว่าอาหารไทย เนื่องจากการถวายคำแนะนำของแพทย์ประจำพระองค์ ที่ให้รัชกาลที่ 5 เสวยพระกระยาหารที่ไม่แสลงต่อพระโรค ดังทรงเคยพระราชปรารถว่า “…เวลานี้อาศัยกับเข้าฝรั่งเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตจริงๆ ไม่ได้กินเป็นอดิเรกลาภ…”

อาสา เล่าอีกว่า ส่วนในหมู่เจ้านายชั้นสูงก็ทรงเริ่มคุ้นเคยกับสำรับกับข้าวทั้งไทยและฝรั่ง ที่กลายเป็นสำรับในชีวิตประจำวันมากขึ้น

มีข้อมูลระบุว่า ในเครื่องต้นมื้อเช้าของ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา จะมีอาหารฝรั่ง 1 อย่าง ข้าหลวงในพระวิมาดาเธอฯ เริ่มหัดทำอาหารฝรั่งโดยเรียนจากกุ๊กภัตตาคารชาวจีนที่จ้างมาสอน ตลอดจนเรียนจากตำรากับข้าวฝรั่งที่แปลเป็นภาษาไทย

ความนิยมในอาหารฝรั่งของเจ้านายไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ยังรวมถึงหม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่ง “ท่านหญิงจง” ได้ชื่อว่าเป็นเอตทัคคะด้านอาหารทั้งไทยและเทศที่สุดผู้หนึ่งในหมู่เจ้านายไทย

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม บันทึกช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ร่วมโต๊ะเสวยที่ตระเตรียมโดยหม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอมไว้ว่า

“…การร่วมโต๊ะเสวยสมัยนั้นเริ่มด้วยอาหารฝรั่ง เช่น ไข่รัสเซีย หรือซุปหอยแมลงภู่ หรือตับเป็ดบดกับสลัดแล้วจึงถึงอาหารไทย ซึ่งจะต้องมีแกงสิ่งหนึ่ง เครื่องจิ้มสิ่งหนึ่ง และก็ผัดๆ ทอดๆ และแกงจืด บางวันก็มีขนมจีนด้วยโดยเฉพาะก็น้ำยา น้ำพริก และซาวน้ำ ถ้าเป็นฤดูร้อนมีข้าวแช่ กะปิ ข้าวแช่ย่อมทรงปรุงเอง ยิ่งเครื่องจิ้มผักต่างๆ ด้วยแล้ว ทรงปรุงเองทั้งสิ้น ผักก็สลักเสลางดงามมาก…” (เน้นคำโดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

อาหารฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในหมู่เจ้านายไทยไม่น้อยทีเดียว และที่ยกมาข้างต้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ปรากฏหลักฐานเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อาสา คำภา. รสไทย(ไม่)แท้: ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: มติชน, 2565.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อาหารฝรั่ง” สมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์และเจ้านายไทยโปรดเสวยมีอะไรบ้าง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...