เที่ยววิถีชุมชน ตะลุยตราดหน้าฝน แบบไม่ง้อทะเล 2 วัน 1 คืน
เที่ยวตราดหน้าฝน แบบไม่ง้อทะเล
ใช่แล้วค่ะ ถ้าพูดถึงตราด แน่นอนว่าทุกคนจะต้องนึกถึงเกาะและทะเลสวยๆ เป็นอันดับแรก แต่ช่วงมรสุมแบบนี้ไม่เหมาะที่จะไปทะเลแน่ๆ ทริปนี้เราเลยจะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวเท่ๆ วิถีชุมชนกันดูบ้าง …
DAY 1
ทริปนี้เดินทางด้วยรถเช่า AVIS เหมือนเคยด้วยบริการที่รวดเร็ว สะดวกสบาย ได้รถใหม่ทุกครั้ง แถมมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ใครสนใจเข้าไปคลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.avisthailand.com/TH/index.php
จากกรุงเทพฯ - ตราด ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม. ที่แรกเราจะไปเที่ยวกันคือ บ้านท่าระแนะ ไปชมหัศจรรย์ลานตะบูนแห่งเดียวในเมืองไทย ก่อนไปโทรนัดแนะกับพี่สายชลผู้นำชุมชนให้เรียบร้อยก่อน พี่เขาบอกให้เรามาถึงก่อน 10 โมง เนื่องจากว่าเราต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไป ถ้าช้าน้ำจะลงจนเรือเข้าไปไม่ได้ ค่าเรือแบบเหมาลำ 600 บาท นั่งได้ 4-5 คน
นั่งเรือชมวิวป่าชายเลนเพลินๆ สักพักเราก็มาถึง ลานตะบูน ป่าดึกดำบรรพ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์สุดๆ จากการช่วยกันดูแลของชาวบ้านท่าระแนะ
ตะบูน เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ริมทะเลหรือป่าชายเลน มีรากที่ชอนไชไปทั่วทุกทิศและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลตามระบบนิเวศ ซึ่งท่าระแนะเป็นที่เดียวที่มีต้นตะบูนเยอะที่สุด จนเกิดเป็นผืนป่า Unseen Thailand แห่งนี้
กิจกรรมสนุกๆ ของที่นี่ก็คือ โบว์ลิ่งลูกตะบูน ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทดสอบความแม่นยำและกำลังแขน
ใช้เวลาเดืนเที่ยวชมป่าดึกดำบรรพ์กันพอสมควร ก่อนจากกันขอถ่ายรูปเท่ๆ คู่กับตะบูนต้นใหญ่อายุเยอะไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย พี่เขาบอกว่าต้นนี้ใครมาก็ต้องแชะภาพด้วยเพราะเป็นจุดทีรากตะบูนแผ่กว้างดูสวยที่สุด
บ้านท่าระแนะ
พิกัด : ต.หนองคันทรง อ.เมืองตราด จ.ตราด
เบอร์ติดต่อ : 081 161 6694 (นายสายชล สุเนตร)
Facebook : https://www.facebook.com/bantharanae/
ไปต่อกันที่ร้านคนพลัดถิ่น ร้านที่ใครมาเที่ยวตราดก็ต้องแวะ ร้านอาหารริมบ่อปลา ที่นี่มีไฮไลท์คือ เหยี่ยวแดงคอขาว ที่จะโชว์บินโฉบเฉี่่ยวอาหารไปมาในช่วงเที่ยงของทุกวัน
ร้านอาหารสไตล์บ้านๆ เป็นเรือนไม้ร่มรื่นยื่นลงไปในบ่อปลา มีทั้งอาหารป่า และอาหารทะเล นั่งทานข้าวท่ามกลางธรรมชาติและฝูงอินทรีย์กว่าร้อยตัว
ขับรถไปอีกนิดเราก็มาถึง ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ก่อนไปต้องติดต่อกับพี่หน่อยผู้นำกลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวไว้ก่อนนะคะ เพื่อให้ทางชุมชนได้จัดเตรียมกิจกรรม ที่พัก อาหารการกินไว้ให้ จากการสอบถามแล้วพี่หน่อยบอกว่าที่บ้านน้ำเชี่ยวเนี่ย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากๆ เพราะเคยไปออกบูธโปรโมทถึงฝรั่งเศส ทำให้มีชาวต่างชาติตามมาเที่ยวเพียบ!
หลังจากนั้นพี่หน่อยจะพาเราเดินข้าม สะพานวัดใจ เพื่อไปที่ลานกิจกรรม ที่เรียก สะพานวัดใจ เพราะเป็นสะพานที่สูงชันมากนั่นเอง
กิจกรรมแรกของวันนี้ก็คือ การทำงอบใบจาก มีคุณป้าคอยสอนทีละขั้นตอน ทุลักทุเลพอสมควร สำหรับคนไม่ถนัดงานฝีมืออย่างเรา 555+
ต่อด้วยเมนูชื่อดังที่หากินได้ที่บ้านน้ำเชี่ยวแห่งเดียวเท่านั้นคือ ข้าวเกรียบยาหน้า เป็นการนำแผ่นแป้งมาเทลงบนผ้าขาวบาง คล้ายๆ ข้าวเกรียบปากหม้อ จากนั้นก็นำไปตากให้แห้งและนำไปทอดจนกลายเป็นข้าวเกรียบ
วิธีกินก็คือ ทาซอสหวานๆ ที่ปรุงเสร็จแล้ว ลงบนข้าวเกรียบให้ทั่วแผ่น จากนั้นก็โรยด้วยมะพร้าวและผักชี รสชาติจะออกหวานๆ เค็มๆ มีกลิ่นหอมของมะพร้าว กรุบกรอบเคี้ยวเพลิน
และอีกหนึ่งเมนูที่เด็ดไม่แพ้กันก๋วยเตี๋ยวผัดบ้านน้ำเชี่ยว เป็นวุ้นเส้นผัดกับเครื่องแกงสูตรพิเศษ รสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ด เมนูนี้อร่อยถูกใจเรามาก
บ้านน้ำเชี่ยว เป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ติดชายทะเล บริเวณชุมชนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ชาวบ้านสามารถจับมากินหล่อเลี้ยงชีวิตได้สบายๆ เลย
หลังจากอิ่มท้องเราไปต่อกันที่กิจกรรม งมหอยปากเป็ด โดยการนั่งเรือออกไปในทะเล พอไปถึงคลื่นลมค่อนข้างแรงน้ำขึ้นสูงจนไม่สามารถลงไปงมหอยได้
เลยต้องปล่อยให้คุณลุงลงไปงมหอยคนเดียว การงมก็ไม่ใช่ง่ายๆ หอยปากเป็ด เมื่อถูกรบกวนจะหดตัวมุดลงไปในทรายเลนอย่างรวดเร็ว
นี่ไงหน้าตาเจ้าหอยปากเป็ด เป็นสัตว์ทะเลโบราณ อาศัยอยู่ในทรายเลน ใช้รากที่มีลักษณะเป็น ดุ้นเอ็นยาวคล้ายหาง หยั่งลงในทราย
พอได้หอยปากเป็ดมาแล้ว เราก็กลับมาที่หมู่บ้านเพื่อทำการยำปรุงรสให้แซ่บซี๊ดจี๊ดจ๊าด จะว่าไปแล้วเนื้อหอยปากเป็ด มีรสชาติคล้ายหอยแมลงภู่เหมือนกันนะ
ไฮไลท์ของบ้านน้ำเชี่ยวคือ สะพานวัดใจ ตอนที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ยิ่งน้ำนิ่งเงาสะพานสะท้อนกับพื้นน้ำจะทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายดวงตาที่เรียกว่า ดวงตาบ้านน้ำเชี่ยว นั่นเอง
ใครที่อยากจะมาเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวแบบครบเครื่องความสนุก ก็สามารถติดต่อพี่หน่อยได้เลย แพ็คเก็จ 2 วัน 1 คืน 990 บาท/คน รวมทุกอย่าง (อาหารรสเด็ด 3 มื้อ, ล่องเรือเล็กชมวิถีชาวประมง, ปลูกป่าชายเลน, เย็บงอบใบจาก, ดำน้ำงมหอยปากเป็ด, ปั่นจักรยานชมสวนผลไม้, ดูหิ่งห้อย, นอนหลับฝันดีโฮมสเตย์) บอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
บ้านน้ำเชี่ยว
พิกัด : ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด
เบอร์ติดต่อ : 084-892-5374 สุรัตนา ภูมิมาโนช (พี่หน่อย)
Facebook : https://www.facebook.com/BaanNamCheio/
ตอนเย็นเรามาเดินหาของกินอร่อยๆ ราคาสบายกระเป๋ากันที่ ตลาดซอยไร่รั้ง ที่อยู่คู่เมืองตราดมายาวนาน บรรยากาศคึกคักทั้งอาหารการกินและผู้คน
ได้ยินว่าที่ตราด มีขนมพื้นเมืองชื่อว่า บันดุ๊ก ที่ในปัจจุบันหากินยาก ด้วยความที่อยากชิมสักครั้งในชีวิต เดินไปเดินมาก็มาเจอกับร้าน ร้านขนมไทย ป้าหนอม ที่มีสารพัดขนมไทยให้เลือกสรร
และแล้วเราก็ได้เจอสิ่งที่ตามหา นี่ไง! ขนมบันดุ๊ก ขนมโบราณประจำจังหวัดตราด ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวน จัดเป็นชุดๆ ชุดละ 10 บาท
ขนมบันดุ๊ก เป็นขนมที่มีเนื้อแป้งเด้งดึ๋งหนึบหนับ โรยถั่ว ราดกะทิและน้ำเชี่อมลงไป รสชาติหวานมันอร่อยเข้ากั๋น เข้ากัน
ขนมไทย ป้าหนอม
พิกัด : ตลาดซอยไร่รั้ง ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด
เบอร์ติดต่อ : 094 235 3242
Facebook : https://www.facebook.com/kanomthai.panom
DAY 2
รับวันใหม่ด้วยเมนูทะเล๊ ทะเล มาถึงตราดพลาดไม่ได้เลยกับเมนูเด็ด ก๋วยเตี๋ยวกั้ง เช้านี้เราฝากท้องไว้ที่ ร้านสุขใจก๋วยเตี๋ยวกั้ง อยู่ใกล้ๆ กับตลาดเทศบาลเมืองตราด ป้ายสีส้มสดใส หาง่ายมากๆ
วัตถุดิบสดใหม่โดดเด้งจากทะเล มากองพูนๆ น่ากิ๋น น่ากินเต็มตู้โชว์เมนูแรก บะหมี่แห้งกั้ง ใส่กั้งตัวแน่นเน้นๆ มาเต็มชาม
ต่อด้วย ข้าวผัดพริกเกลือทะเล จัดเต็มทั้งเนื้อปู เนื้อกั้ง กุ้ง และปลาเส้น รสชาติจัดจ้าน เพิ่มความแซ่บด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด
เมนูทานเล่นแนะนำ เกี๊ยวกุ้ง ทานคู่กับน้ำจิ้มถั่วลิสงหวานๆ กรอบอร่อยได้รสชาติกุ้งแท้ๆ
ตามด้วยอีก 3 เมนูแนะนำกั้งผัดพริกเกลือ, กั้งทอดกระเทียม, และกั้งผัดซอสใบชะม่วง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยน้ำลายสอจนต้องขอข้าวเพิ่ม
ทั้งสุขใจ ทั้งสะใจ เต็มอิ่มกับความอร่อยจากกั้งแท้ๆ มีโอกาสมาเที่ยวตราดเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะมาชิม ก๋วยเตี๋ยวและสารพัดเมนูกั้ง ที่ร้านสุขใจ รับรองไม่ผิดหวัง!
สุขใจ ก๋วยเตี๋ยวกั้ง
พิกัด : 12-14 ถ.วิจิตรจรรยา ต.บางพระ จ.ตราด
เบอร์ติดต่อ : 082 457 7471
Facebook : https://www.facebook.com/sukjaitrat/
สวนสมโภชน์ ได้ยินชื่อเสียงมากนานโด่งดังเรื่องของสละพันธุ์สุมาลี ที่มีรสชาติหวาน หอม โดนใจ ด้วยความที่เป็นคนชอบกินสละอยู่แล้ว ถือโอกาสแวะซื้อไปฝากคนที่บ้านซะเลย
สวนสมโภชน์ เป็นสวนเปิดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนได้สบายใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ขออย่างเดียวห้ามเด็ดลูกสละออกจากต้นเด็ดขาด! ดูจากขั้นตอนการปลูกของที่นี่แล้วพิถีพิถันมากๆ ใส่ใจช่อต่อช่อ โดยสละจะพร้อมทานและออกผลผลิตทุก 8 เดือน ทางสวนมีการสลับผสมเกสรหมุนเวียนเพื่อให้ลูกค้าได้กินสละตลอดทั้งปี
ใครที่ชอบกินสละเป็นชีวิตจิตใจ ก็สามารถแวะไปอุดหนุนได้ที่สวนสมโภชน์ มีสละหวาน สดใหม่ สละลอยแก้วให้กินตลอดทั้งปี
สวนสมโภชน์
พิกัด : 219 บ้านท้ายวัง ม.6 ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด
เบอร์ติดต่อ : 081 438 2015
Facebook : https://www.facebook.com/suansompotch.trat/
ก่อนกลับ กทม. เราแวะเที่ยวส่งท้ายทริป ด้วยการเดินชมธรรมชาติที่ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 หาดทรายดำของโลก และแห่งเดียวในประเทศไทย พอไปถึงต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 500 เมตร จนไปถึงหาดทรายดำ ระหว่างทางก็จะได้ชมป่าชายเลน พันธุ์ไม้ สัตว์น้ำ ทั้งปูดำ ปูแสม หอยและปลาชนิดต่างๆ
หาดทรายดำ เดิมเจ้าของหาดเป็นชาวมุสลิมและเคยเป็นที่ตั้งสุเหร่า ต่อมาได้ย้ายออกไปกลายเป็นที่ดินร้าง จนมีชุมชนบ้านยายม่อมมานั่งรักษาโรคอัมพฤกษ์จนหาย จึงเห็นว่าทรายดำสามารถรักษาโรคได้ เวลาที่มาแช่ตัวลงในทรายดำ ชาวบ้านส่วนใหญ่บอกว่าจะหายจากอาการปวดเมื่อยตามแขนขา
หาดทรายดำ
พิกัด : หมู่บ้านบ้านกลาง ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้ชมเวลา 8.30-16.30 น.
เบอร์โทร : 039-510-841, 039-510-962, 080-574-5544
จบแล้วสำหรับทริปเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวตราดหน้าฝน สัมผัสวิถีชุมชน แบบไม่ง้อทะเล นอกจากจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายมีเอกลักษณ์ ยังได้ลองชิมอะไรแปลกใหม่ที่หากินได้เฉพาะพื้นที่อีกด้วย…