รู้หรือไม่? 13 เมษายน นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ ยังเป็นวันอะไรอีกนะ?
สำหรับวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ไทย อย่างที่ทุกคนรู้ ๆ กัน นอกจากนี้ วันที่ 13 เมษายน ยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ของทุกปีอีกด้วย วันผู้สูงอายุแห่งชาติ เป็นวันที่มีความสำคัญในประเพณีไทย โดยในช่วงเช้าผู้คนจะทำบุญตักบาตรตามวิถีชาวพุทธ และกิจกรรมสำคัญอีกอย่างที่ทำกันในวันนั้นก็คือการรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้สูงอายุหรือผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและขอพรให้มีความสุขความเจริญนั่นเอง มาดูความเป็นมากันเถอะ ว่ามาได้อย่างไร
ในปี พ.ศ. 2525 องค์การสหประชาชาติได้จัดประชุมสมัชชาโลกเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ณ กรุงเวียนนา และได้ให้ความหมายของคำว่า ผู้สูงอายุ ไว้ดังนี้
ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป และได้พิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ไว้ 3 ประการ คือ ด้านมนุษยธรรม ด้านการพัฒนา และด้านการศึกษา
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก ยังได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2525 เป็นปีรณรงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยกำหนดคำขวัญว่า Add life to years เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ช่วยกันส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการวันอนามัยโลกของกระทรวงสาธารณสุข ได้มีมติให้ใช้ คำขวัญเป็นภาษาไทย ว่า ให้ความรัก พิทักษ์อนามัย ผู้สูงวัยอายุยืน
หลังจากนั้น รัฐบาลในสมัย พล.เอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ และปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อ วันที่ 14 ธันวาคม 2525 อนุมัติให้วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุ และได้เลือก ดอกลำดวน เป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม วันที่ 13 เมษายนนี้ นอกจากทุกคนจะไปเล่นน้ำแล้ว อีกกิจกรรมที่ควรทำอีกหนึ่งอย่างก็คือ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อขอขมาสิ่งที่เคยล่วงเกินทั้งกาย วาจา ใจ และปิดท้ายด้วยการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ใช้อะไรบ้าง?
- น้ำอบไทย ใช้ผสมกับน้ำ
- ดอกมะลิ หรือดอกกุหลาบ
- ขันเงิน หรือขันทองเหลือง พานข้าวตอก ดอกไม้ และธูปเทียน
- ของขวัญเพื่อมอบให้แก่ผู้ใหญ่ เช่น ผ้าไหมเนื้อดี รองเท้าเพื่อสุขภาพเครื่องประดับเสริมบารมี ก็เป็นของขวัญแทนความรัก ความห่วงใย ให้ญาติผู้ใหญ่ที่น่าสนใจสุด ๆ