โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานสัมมนา Shaping the Future of Real Estate for a Greener Tomorrow อนาคตอสังหาริมทรัพย์ เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน

TERRABKK

เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • TERRABKK
งานสัมมนา Shaping the Future of Real Estate for a Greener Tomorrow อนาคตอสังหาริมทรัพย์ เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน

TerraBKK จัด งานสัมมนา TERRAHINT ครั้งแรกของปี 2568 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยครั้งนี้มาในหัวข้อ ‘Shaping the Future of Real Estate for a Greener Tomorrow อนาคตอสังหาริมทรัพย์ เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน’ โดยงานสัมมนานี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน “Nova Expo 2025 นวัตกรรมสีเขียวปฏิวัติโลก” งานแสดงนวัตกรรมอาคาร การออกแบบ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยเนื้อหาของงานสัมมนา TERRAHINT ในครั้งนี้นั้นมุ่งมั่นในการเปิดมุมมองและแนวทางต่างๆ ในการสร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้และเห็นเป็นรูปธรรมจากผู้เชี่ยวชาญในหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น รีเทล อสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก เทคโนโลยี

การลงมือทำเรื่องความยั่งยืนจากแนวคิดให้เป็นแอคชั่น

ในวงเสวนา “Sustainability Action: Turning Vision into Reality การลงมือเพื่อความยั่งยืน จากแนวคิดสู่การลงมือทำ” คุณวิจิตรา สุภาคง Head of Sustainability and Risk Management บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แชร์ว่า การลงมือทำเรื่องความยั่งยืนนั้นเราเริ่มจากใช้ framework เช่น ESG หรือ SDGs เป็นตัวตั้งเพื่อวางกลยุทธ์ และต่อมาเมื่อถึงขั้นตอนการลงมือทำ ต้องใส่ใจเรื่องความยั่งยืนในทุกส่วนของสายการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งมีความแตกต่างกัน รวมถึงการให้ความรู้คู่ค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ ให้เห็นว่าการทำเรื่องความยั่งยืนจะมีประโยชน์กับพวกเขาในส่วนไหนบ้าง ส่วนเรื่องความยั่งยืนในมิติของ DEI (Diversity, Equality, Inclusivity) ก็ควรมีวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนเรื่องการยอมรับในความแตกต่าง เช่น การมีห้องละมาด มีนโยบายให้กลุ่ม LGBTQ+ สามารถลาไปเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม หรือ ลาผ่าตัดแปลงเพศได้ เป็นต้น

คุณอนุพงศ์ ศิริอุดมเศรษฐ Managing Director บริษัท โอเรียนทัล สตูดิโอ จำกัด เล่าให้ฟังว่า เรื่องของความยั่งยืนนั้นจากเดิมที่เมื่อก่อนทางผู้ออกแบบต้องเป็นฝ่ายผลักดันและนำเสนอให้กับลูกค้า แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลูกค้าเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนในการออกแบบ ทางผู้ออกแบบจึงต้องเลือกใช้แนวทางการออกแบบให้ตอบสนองและตรงการความยั่งยืนในมิติต่างๆ ที่ลุกค้าต้องการ และในปัจจุบันการออกแบบอาคารใหม่ให้สอดคล้องกับเรื่องของความยั่งยืน ก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ Chairman of the Board of Directors บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ได้พูดถึง digital tracking ว่าเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างความยั่งยืน โดยเฉพาะกับอาคาร เพราะทำให้ได้รับ real-time feedback ที่ทำให้สามารถปรับตัวแก้ไขเรื่องต่างๆ ได้ทันที และยังสามารถดู performance ได้เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ในการรายงานเรื่องความยั่งยืน หรือ นำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ และการทำเรื่องความยั่งยืนให้เริ่มจากบางเรื่องที่เราพอทำได้ โดยอาจจะใช้ digital tracking เพื่อเก็บข้อมูลทำให้ได้เห็นภาพและผลลัพธ์ แล้วจะเกิดเป็น know-how เป็นพื้นฐานให้ขยายไปสู่เรื่องอื่นๆ ต่อไป

การบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน

คุณสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังในหัวข้อ “Building a Sustainable Real Estate Network through Supply Chain Integration การบูรณาการห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน” ว่า ห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจนั้นค่อนข้างยาว ตั้งแต่การจัดหาที่ดินไปจนถึงบริการหลังการขาย และมี stakeholders มากมาย การบูรณาการห่วงโซ่อุปทานนั้นเริ่มต้นจากภายในองค์กรเป็นอย่างแรก โดยจัดตั้งทีมกลางที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องความยั่งยืน ให้ความรู้ภายในองค์กร วิเคราะห์ประเด็นที่มีความเสี่ยงต่อธุรกิจ และสร้างความเข้าใจเรื่องความยั่งยืน และตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เช่นการวางเป้าเป็น net-zero ในปี 2050 มีการทำ roadmap คร่าวๆ เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายทั้งผู้บริหารและพนักงานเห็นภาพทิศทางชัดเจนและให้การสนับสนุนร่วมมือ จากนั้นจึงลงมือทำจากภายในองค์กร แล้วขยายไปเป็นการบูรณาการภายนอกองค์กรกับคู่ค้า ผู้รับเหมา โดยต้องหาจุดที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องความยั่งยืน เพื่อให้ประสบความสำเร็จด้วยกันทุกฝ่าย

เปลี่ยนแปลงการใช้งานของอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ดร. จักรกฤษณ์ เหลืองเจริญรัตน์ Studio Director บริษัท เก็นสเล่อร์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าในหัวข้อ “Adaptive Reuse for a Sustainable Future ใส่ชีวิตใหม่ให้สิ่งเก่า: สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ว่า carbon footprint ใน built environment นั้นถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือ operational carbon (ที่มาจากการใช้งานอาคาร) และ embodied carbon (คาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างและช่วงการก่อสร้างอาคาร) ซึ่งการทำ adaptive reuse หรือปรับปรุงอาคารเดิมให้สามารถใช้งานได้เรื่อยๆ นั้นจะช่วยลด operating carbon ลงได้เพราะเทคโนโลยีในอาคารได้ถูกปรับให้ ทันสมัย และทำให้หลีกเลี่ยงการรื้อถอน ทุบตึกทิ้งในอนาคต ทำให้สามารถลด carbon footprint โดยรวมลงได้อย่างมาก

อาคารที่เป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัยนั้นมีหลายองค์ประกอบนอกเหนือไปจากความสวยงาม

ดร. สรชัย กรณ์เกษม อาจารย์สาขาวิชาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดในหัวข้อ “Beyond the Buildings : How to Elevate Well-Being in Real Estate มากกว่าแค่ความสวยงาม: การสร้างสรรค์อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะที่ดีกว่า” ว่าในปัจจุบันนั้นคนเราประสบกับ cognitive fatigue (ความเหนื่อยล้าของสมอง) จากทั้ง เสียง ฝุ่น การออกแบบที่ช่วยลด cognitive fatigue ได้ เช่น การใช้สีเขียว การปรับแสงตามอารมณ์ การใช้เสียงเพลง ก็เป็นสิ่งที่สามารถใช้ในการออกแบบเพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมอง ลดความเครียด ลงได้ ซึ่งอาจจะไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ โดยในอนาคตเราอาจจะสามารถออกแบบ mood room เป็นห้องเล็กๆ ที่เข้าไปแล้วช่วยปรับสภาพจิตใจ ให้พอออกมาแล้วรู้สึกสดชื่น มีความสุข

แนวทางการพัฒนาอสังหาเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

ในวงเสวนา “Building a Sustainable Future: The Transition toward Sustainability in Real Estate. อนาคตของอสังหาริมทรัพย์: สู่การสร้างสรรค์และพัฒนาเพื่อโลกที่ยั่งยืน” ศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ ประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ได้เล่าถึงบ้านยั่งยืนในอนาคตว่า เรื่องความยั่งยืนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็มีมานานแล้ว และก็ยังประยุกต์ใช้หลักการจากการออกแบบบ้านเพื่อความยั่งยืนเมื่อ 24 ปีที่แล้วได้ โดยเป็นบ้านที่ผลิตพลังงานได้ มีน้ำใช้จากน้ำฝน น้ำค้าง ใช้พลังงานไม่มาก เป็นบ้านที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง มีพื้นที่ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ไม่ต้องพะวงเรื่องค่าสาธารณูปโภค ซึ่งจะคล้ายกับการใช้ชีวิตแบบ off-grid (ไม่ใช้ระบบ สาธารณูปโภคส่วนกลาง) นอกจากนั้นแล้ว เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น การออกแบบบ้านจึงควรออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยใส่ใจกับเรื่องความร้อน ทั้งการเลือกกระจกและทิศทางของแสง รวมไปถึงเรื่องสำคัญคือ ความชื้น ที่จะทำให้เกิดเชื้อราและไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเรื่องที่มักถูกมองข้าม และการที่จะพัฒนาบ้านเพื่อความยั่งยืนให้ได้ดีนั้น ทางผู้พัฒนาโครงการไม่ควรหวังแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจมากเกินไปแต่ควรใส่ใจเรื่องสุขภาพและความสุขของผู้อยู่อาศัยให้มากขึ้น

คุณสืบพงษ์ เกียรติวิศาลชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธร จำกัด มองเรื่องการพัฒนาเรื่องความยั่งยืนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการพัฒนาแบบ long-term และต้องให้ตัวโครงการและพื้นที่รอบๆ โครงการเติบโตไปด้วยกัน จึงต้องคำนึงถึงพื้นที่อื่นๆ รอบๆ โครงการ เช่นการออกแบบให้โครงการสินธรวิลเลจมีระบบหน่วงน้ำเพื่อช่วยลดน้ำท่วมในพื้นที่หลังสวน ซึ่งนอกจากจะทำให้พื้นที่โดยรอบน่าอยู่แล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าและเกื้อหนุนเศรษฐกิจให้กับพื้นที่โดยรอบและตัวโครงการอีกด้วย และในการออกแบบไม่ว่าจะเป็นเรื่อง heat gain เงาสะท้อนในกระจก ความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity) ก็ต่างมีผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและความรู้สึกที่มีต่อโครงการ จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและไม่ควรมองข้ามในการพัฒนาโครงการเพื่อความยั่งยืน และการจะพัฒนาโครงการเพื่อความยั่งยืนให้ได้ผลนั้น ผู้พัฒนาต้องอย่า maximize profit เพราะจะทำให้โครงการขาดความสมดุลย์ในมิติต่างๆ และไม่ส่งผลดีต่อความยั่งยืนในระยะยาว

ดร. ธิติ วัชรสินธพชัย Director - Smart Solutions บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด ให้ความเห็นว่า ในการนำระบบเทคโนโลยีที่มีอยู่มากมายมาใช้ในอาคารเพื่อสร้างความยั่งยืนนั้น บ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานจริงกับผู้ออกแบบระบบเป็นคนละทีมงาน การพัฒนาออกแบบระบบให้ผู้ที่ใช้งานสามารถใช้งานได้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับผู้ออกแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญ การให้ความรู้ ส่งเสริมความสามารถให้กับผู้ใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และในปัจจุบันการใช้ Artificial Intelligence (AI) เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ AI ก็ยังมีผิดพลาดอยู่บ้าง เราจึงควรที่จะรู้ที่มาที่ไปของการประมวลผลของ AI เพื่อที่จะได้รู้ทันเมื่อมีข้อผิดพลาด และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...