โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คนมือเท้าดีตุ๋นคนพิการ พบประวัติเพียบ-เพิ่งออกจากคุก

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 ก.พ. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 10.25 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 ก.พ. 68) จากกรณีที่ โลกโซเชียลใน จ.สมุทรสงคราม ได้เผยแพร่เรื่องราวของนายนิพนธ์ ชายพิการวัย 45 ปี ขาและแขนลีบ นั่งรถเข็นขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เพื่อหารายได้ดูแลตนเองและเลี้ยงดูบิดาตามลำพัง แต่กลับถูกมิจฉาชีพหลอกลวง

โดยมิจฉาชีพรายดังกล่าวเข้าไปคุยกับนายนิพนธ์ขณะที่นั่งขายสลากฯ อยู่ บอกว่าคนขายน้ำที่ตั้งร้านติดกันสั่งข้าวไว้ 3 ก่อง ขอให้ชายพิการรับข้าวไว้และออกเงินค่าข้าวให้ก่อน 180 บาท จนตกเย็นคนขายน้ำมาตั้งร้านจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว เพราะคนขายน้ำยืนยันว่าไม่ได้สั่งข้าวไว้ เหตุเกิดวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสมุทรสงครามสามารถติดตามจับตัว นายพงษ์พันธ์ อายุ 43 ปี ชายเร่ร่อนและเป็นผู้ก่อเหตุในคดีดังกล่าว โดยจับกุมได้ที่หลังอาคารจอดรถวัดป้อมแก้ว พร้อมยาบ้า 5 เม็ด และเสื้อที่ใช้ในวันก่อเหตุ

พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อม พ.ต.ท.เอนก ขจีจิตร สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม และ นางสุภัทรา อินทร์สมบัติ กำนันตำบลลาดใหญ่ ได้เชิญตัวนายนิพนธ์ ผู้เสียหายมาชี้ตัวผูก่อเหตุ ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน

เมื่อพบหน้ากัน นายนิพนธ์ได้ว่ากล่าวตำหนินายพงษ์พันธ์ไป พร้อมทั้งขอบคุณเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ช่วยเหลือตนจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ตนรู้สึกปลอดภัย ตนฝากผู้ก่อเหตุว่ามือเท้าดีๆ ไม่น่ามาทำแบบนี้ ทุกวันนี้คนหากินกันก็ลำบากอยู่แล้ว หางานทำจะดีกว่า และขอให้กำลังใจกับผู้ที่ท้อแท้ ว่าขอให้ดูตนเป็นตัวอย่าง ขนาดคนพิการอย่างตนยังสู้ชีวิต ตนสู้ทุกท่านก็ต้องสู้

ทางด้านนายพงษ์พันธ์ รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เนื่องจากเพิ่งออกจากเรือนจำกลางสมุทรสงครามมาประมาณ 2 เดือนไปสมัครงานก็ไม่มีใครรับ ไม่มีเงินใช้ จนขาดสติ จึงไปเอาข้าวจากวัดป้อมแก้วมา 3 กล่อง ไปหลอกเงินจากผู้เสียหาย เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายและซื้อยารักษาตัว

จากนั้นนายพงษ์พันธ์ ผู้ก่อเหตุ กราบขอโทษ นายนิพนธ์ ชายพิการผู้เสียหาย พร้อมรับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าระหว่างปี 2550 - 2564 นายพงษ์พันธ์ เคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้วถึง 15 คดี ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม เป็นคดีเกี่ยวกันทรัพย์(ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์) และคดียาเสพติด ล่าสุดถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ติดคุกในเรือนจำกลางสมุทรสงคราม 4 ปี เพิ่งออกจากคุกมา 2 เดือน ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำอีก

พ.ต.อ.ศยาม กล่าวว่า คดีนี้ถึงแม้จะเป็นคดีเล็กๆความเสียหาเพียง 180 บาท แต่ก่อเหตุกับผู้พิการ ยอดกตัญญู หาเงินดูแลบิดาที่แก่ชรา สะเทือนใจกับประชาชนในวงกว้างทราบข่าว พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้ให้ความสำคัญจึงสั่งการที่ พล.ต.ต.สมภาพ คูหาวิชานันท์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม ให้ สภ.เมืองสมุทรสงคราม เร่งรัดจับกุมมาให้ได้โดยเร็ว เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหคุ แต่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเฝ้าติดตามกระทั่งจับกุมในครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าโดยผิดกฎหมาย และ ข้อหาฉ้อโกง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พานายนิพนธ์ กลับบ้านพักซึ่งเป็นห้องเช่าในซอยบางประจันต์ 6 ต.ลาดใหญ่ ซึ่งอาศัยกับบิดาที่แก่ชราและป่วยเป็นโรคประจำตัว โดยนายนิพนธ์ดูแลบิดาเพียงลำพัง ทุกเช้าจะหาอาหารวางให้บิดาก่อนจะออกไปทำงานขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ขากลับ ก็จะซื้ออาหารกลับเข้าบ้าน

ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อมกำนัน ต.ลาดใหญ่ และ ผู้สื่อข่าว จ.สมุทรสงคราม ได้มอบรถเข็นวิลแชร์ 1 คัน และ เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้กับนายนิพนธ์ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่นางสุภัทรา อินทร์สมบัติ กำนันตำบลลาดใหญ่ กล่าวว่า ในระยะยาว ฝ่ายปกครอง ร่วมกับ ตำรวจ จะจัดหาที่อยู่ให้เหมาะสมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...