โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กจบใหม่เช็กเลย! Au Pair อเมริกา & Caregiver แคนาดา ไปโครงการไหนดีนะ? #TeamUSA VS #TeamCA

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2568 เวลา 12.25 น. • DEK-D.com
สรุปโครงการ Au Pair อเมริกา & Caregiver แคนาดา มีข้อดีอะไรบ้าง? แตกต่างกันยังไง?

สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคนไหนมีใครเป็นเด็กจบใหม่บ้างคะขอเสียงหน่อยย~ รอบก่อนพี่แอลได้มาสรุปความต่างของโครงการ Work and Travel สหรัฐอเมริกา และ Work and Holiday ออสเตรเลีย ไปแล้ว รอบนี้เลยขอมาสรุปอีก 2 โครงการที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง Au Pair USAและ Caregiver Canadaบอกเลยว่าเด็กจบใหม่ หรือน้องๆ ปี3 ปี4 ที่สนใจอยากหาข้อมูลเก็บไว้เป็นตัวเลือกในอนาคต รีบหยิบปากกาเตรียมจดข้อมูลด่วนๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าทั้ง 2 โครงการนี้ดียังไง แล้วเราจะเหมาะกับโครงการไหน ก็ตามมาดูรายละเอียดกันได้เล้ยย~

Note:

จริงๆ แล้วโครงการ Au Pair และ Caregiver นั้นมีหลายประเทศเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศโซนยุโรปก็มีเช่นกันค่ะ โดยแต่ละประเทศก็จะมีเงื่อนไขเรื่องอายุ ระยะเวลาโครงการ คะแนนภาษา รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่อาจแตกต่างกันไป ส่วนในบทความนี้พี่แอลขอเน้นไปที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นหลัก เพราะ 2 ประเทศนี้เรียกได้ว่าเป็นปลายทางที่ฮอตฮิตสุดๆ สำหรับน้องๆ ชาวไทย (กระซิบว่าที่แคนาดาเขาก็มีออแพร์เหมือนกันนะ) และสำหรับใครที่อยากศึกษภาพรวมโครงการ และความน่าสนใจของประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านในบทความนี้ได้เลยค่า

Au pair USA VS Caregiver Canada

Au Pair USA

‘Au Pair’หรือ ออแพร์ คือโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 1-2 ปี โดยน้องๆ จะได้ซึมซับวัฒนธรรมอเมริกันแบบแท้ๆ ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวชาวอเมริกัน และหน้าที่หลักของออแพร์ก็คือการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวนั่นเองค่ะ ในระหว่างโครงการน้องๆ จะไ้ด้รับค่าตอบแทนเป็นรายสัปดาห์ ได้ท่องเที่ยวในวันหยุดพักร้อน และยังสามารถสมัครเรียนคอร์สระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะอื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

Caregiver Canada

‘Caregiver’คือโครงการที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทยได้เข้าไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (Home Child Care Provider Pilot) หรือ ดูแลผู้สูงอายุ (Home Support Worker Pilot) ที่ประเทศแคนาดา โดยมีนายจ้างในแคนาดาเป็นผู้สนับสนุน และโครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถยื่นขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร (PR)หลังจากทำงานครบตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อีกด้วย

เปรียบเทียบข้อดีของแต่ละโครงการ

Au Pair USA

  • ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบเต็มรูปแบบ เพราะได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวชาวอเมริกัน
  • มีรายได้ระหว่างโครงการเป็นรายสัปดาห์ (ประมาณ $215) สามารถเก็บออมเงินหรือนำไปใช้จ่ายส่วนตัวได้
  • ได้วันหยุดพักร้อน มีเวลาท่องเที่ยว
  • สามารถลงเรียนคอร์สระยะสั้น มีโอกาสพัฒนาทักษะอื่นๆ เพิ่มเติม โดยมี Host Family ช่วยสปอนเซอร์ให้
  • ได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาในชีวิตประจำวันแบบ 24/7

Caregiver Canada

  • รายได้สูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ($880 - $1,100 ต่อเดือน)
  • เมื่อทำงานครบ 1-2 ปี* สามารถยื่นขอ PR ได้หลังจากทำงานครบตามเงื่อนไข (*เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้)
  • ระยะโครงการยาวนานกว่า ไม่จำกัดเพศ และขอบเขตการจำกัดอายุกว้างกว่า
  • สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กับนายจ้าง หรือออกมาอยู่ด้วยตัวเองได้
  • สามารถพาครอบครัวไปอยู่พร้อมกันได้

โครงการไหนเหมาะกับใครบ้าง?

Au Pair USA Caregiver Canada เหมาะกับนักศึกษาจบใหม่ หรือบุคคลทั่วไปที่มีอายุ 18-26 ปี (ไม่เกิน 27 ปีก่อนการเดินทาง) เหมาะกับนักศึกษาจบใหม่ หรือบุคคลทั่วไปที่มีอายุ 18-45 ปี คนที่อยากหาประสบการณ์ 1-2 ปีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในต่างประเทศที่มีค่าตอบแทน คนที่มองหาโอกาสในการโยกย้ายไปทำงานหรืออาศัยในแคนาดา คนที่อยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และเก็บประสบการณ์เพื่อสมัครโครงการ Caregiver ในอนาคต คนที่มองหางานรายได้สูง คนที่รักเด็ก สามารถดูแลเด็กได้ คนที่สามารถดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุได้ และควรมีประสบการณ์มาก่อน

ความเป็นอยู่ที่ USA VS Canada

อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่เราต้องพิจารณาเมื่อต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานานๆ จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก ความเป็นอยู่ รูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ พี่แอลเลยขอลิสต์ความแตกต่างระหว่าง สหรัฐอเมริกาและ แคนาดาออกมามาให้ทุกคนได้ดูและนำไปเป็นอีกตัวช่วยในการตัดสินใจค่า

USA Canada วัฒนธรรม
& วิถีชีวิต

- วัฒนธรรมในอเมริกาจะเน้นความเป็นอิสระ มีความผสมผสาน และมีชุมชนที่หลากหลาย เช่น ไชน่าทาวน์ ลิตเติ้ลอิตาลี และเขตละติน

- ในเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์ก และ ลอสแอนเจลิส มีการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบ

- มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เน้นความเป็นมิตรและการช่วยเหลือกัน

- ส่วนมากผู้คนมีการต้อนรับและให้เกียรติผู้อื่น

สภาพแวดล้อม & อากาศ

- อากาศแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ เมืองทางตอนเหนือจะค่อนข้างหนาว ต่างกับทางตอนใต้ที่จะอุ่นกว่า

- มีธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทราย จนถึงภูเขาน้ำแข็ง

- อากาศค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว บางพื้นที่อาจมีหิมะตกเกือบตลอดทั้งปี อากาศเย็นสบายในฤดูร้อน ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ชอบอากาศเย็น

- แคนาดามีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติค่อนข้างเยอะ เช่น อุทยาน

ความปลอดภัย

- ระดับความปลอดภัยแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง (ควรระวังในบางพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูง)

- ค่าบริการทางสุขภาพค่อนข้างสูง (ควรมีประกันติดไว้)

- มีอัตราอาชญากรรมที่ต่ำกว่าอเมริกาและถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

- มีระบบ สาธารณสุข และ การเข้าถึงบริการสุขภาพ ค่อนข้างง่าย

ค่าใช้จ่าย & ค่าครองชีพ

- ค่าใช้จ่ายในอเมริกาแตกต่างกันไปตามแต่ละรัฐ เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กหรือลอสแอนเจลิสจะมีค่าครองชีพที่สูง ส่วนเมืองเล็กๆ หรือชนบทอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า

- มีวัฒนธรรมการให้ทิป โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 15-20% ของค่าอาหาร

- ค่าครองชีพในแคนาดาก็สูงเช่นกัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างโตรอนโตและแวนคูเวอร์ แต่ค่าใช้จ่ายในบางเมืองเล็กๆ จะค่อนข้างเหมาะสม การขนส่งสาธารณะและค่าประกันสุขภาพในแคนาดามักจะถูกกว่าในอเมริกา

- มีวัฒนธรรมการให้ทิปเช่นเดียวกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 15-20% ของค่าอาหาร

ภาษาและการสื่อสาร - ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก มีสำเนียงอเมริกัน ฟังง่าย - มีสองภาษาหลักคือ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส โดยเฉพาะในควิเบกที่พูดภาษาฝรั่งเศสมากกว่าภาษาอังกฤษ อาหาร & การกิน

- มีความหลากหลาย เรียกได้ว่าแหล่งรวมอาหารนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น เม็กซิกัน อิตาเลียน ญี่ปุ่น ไทย

- มี Fast Food เยอะ หาทานง่าย ราคาไม่ค่อยสูง

- มีความหลากหลายเช่นกัน แต่อาหารดั้งเดิมจะเน้นไปที่เนื้อสัตว์ เช่น หมู, วัว, ไก่ และการทานอาหารเม็กซิกันหรืออาหารเอเชียก็เป็นที่นิยม

รับสมัครช่วงไหนบ้าง?

Au Pair USA

  • เปิดรับสมัครตลอดทั้งปี

Note:

ช่วงเวลาที่นายจ้างต้องการคนมากที่สุดมักอยู่ในช่วงต้นปีและฤดูร้อน (ม.ค. - มี.ค.)

Caregiver Canada

  • มีการเปิดรับสมัครเป็นรอบๆ โดยรอบถัดไปจะเปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคม 2025

Note:

เนื่องจากช่วงเวลาการเปิดรับสมัครอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็ปไชต์ทางการของรัฐบาลแคนาดาโดยตรง

จำนวนที่เปิดรับสมัคร

Au Pair USA

  • ไม่จำกัดจำนวนรับสมัคร

Note:

แม้ว่าจะไม่มีการจำกัดจำนวนผู้สมัคร แต่กระบวนการสมัครอาจใช้เวลา ควรเตรียมตัวล่วงหน้าและตรวจสอบคุณสมบัติที่จำเป็นก่อนการสมัคร

Caregiver Canada

  • จำกัดจำนวนรับสมัครสูงสุด 2,750 คน ต่อปี

Note:

เนื่องจากข้อมูลจำนวนการรับสมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลแคนาดาโดยตรง

คุณสมบัติของผู้สมัคร

Au Pair USA

  • เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 18-26 ปี (ไม่เกิน 27 ปีก่อนการเดินทาง)
  • สถานภาพโสด และไม่เคยมีบุตรหรือหย่าร้าง
  • กำลังศึกษา หรือจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  • สามารถอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ตลอดโครงการ (อย่างน้อย 12 เดือน)
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
  • ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี หรือโรคประจำตัว
  • รักในการทำงานกับเด็ก สามารถดูแลเด็กได้
  • สามารถขับรถได้และมีใบขับขี่รถยนต์ (สามารถทำหลังจากเข้าร่วมโครงการได้)
  • สามารถว่ายน้ำได้ (สามารถฝึกหัดหลังจากเข้าร่วมโครงการได้)
  • มีประสบการณ์ดูแลเด็กอย่างน้อย 2 ประสบการณ์ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 500 ชั่วโมง ประกอบด้วยประสบการณ์ดูแลเด็กอายุ 0-2 ขวบ อย่างน้อย 200 ชั่วโมง และประสบการณ์ดูแลเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป (ไม่จำเป็นต้องมี ณ วันที่สมัคร)

Caregiver Canada

  • อายุ 18-45 ปี (ไม่จำกัดเพศ ศาสนา เชื้อชาติและสถานภาพการสมรส)
  • สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
  • ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • สุขภาพแข็งแรง
  • สามารถขับรถได้และมีใบขับขี่รถยนต์ (สามารถทำหลังจากเข้าร่วมโครงการได้)
  • รักในการทำงานกับเด็ก สามารถดูแลเด็กได้
  • มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย มีความกระตือรือร้น มีบุและเจตคติที่ดีในการเป็นตัวอย่างแก่เด็กๆ
  • มีประสบการณ์ทำงานเต็มเวลาเกี่ยวกับเด็ก คนป่วย ผู้สูงอายุ อย่างน้อย 1 ปี เช่น ครู พยาบาล ออแพร์ พี่เลี้ยงเด็ก ผู้ดูแลคนชราหรือผู้ป่วย (ตำแหน่งผู้ช่วยไม่สามรถนำมาใช้ได้)

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครแบบคร่าวๆ

Au Pair USA

  • สำเนาพาสปอร์ต (มีอายุเหลืออย่างน้อย 2 ปี)
  • สำเนาใบรับรองการศึกษา
  • ใบรับรองประสบการณ์การดูแลเด็ก (เอกสารยืนยันการดูแลเด็กอย่างน้อย 200 ชั่วโมง)
  • ใบรับรองแพทย์
  • สำเนาใบขับขี่รถยนต์
  • ใบรับรองประวัติอาชญากรรม
  • รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว

Caregiver Canada

  • ใบสมัครออนไลน์
  • สำเนาพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ
  • สำเนาใบรับรองการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือสูงกว่า
  • ผลการทดสอบภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสที่ได้รับการยอมรับ (IELTS 5.0 หรือ CLB ตามที่กำหนด)
  • ใบรับรองประสบการณ์การทำงาน (เอกสารยืนยันประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1 ปี)
  • ใบรับรองประวัติอาชญากรรม
  • ใบรับรองแพทย์
  • จดหมายเสนอการจ้างงานจากนายจ้างที่ได้รับการยืนยัน

สมัครยังไง

Au Pair USA Caregiver Canada สมัครผ่านเอเจนซีที่ได้รับการรับรอง เช่น Engenius International สมัครเองผ่านเว็บไซต์รัฐบาลแคนาดา หรือสมัครผ่านเอเจนซีที่ได้รับการรับรอง

……………

ก่อนปิดท้ายกันไป พี่แอลมีรีวิวของคนไทยที่ผ่านประสบการณ์ Au Pair ที่อเมริกา และ Caregiver ที่แคนาดามาให้ทุกคนได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันค่ะ บอกเลยว่ามีประโยชน์มากๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน น่าสนใจกันทั้ง 2 โครงการเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะ #TeamUSAหรือ #TeamCAก็อย่าลืมวางแผนและศึกษาหาข้อมูลให้ดีกันด้วยน้า และหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังตัดสินใจอยู่นะคะ สำหรับคราวหน้า Dek-D Study Abroadจะมีข้อมูลเรียนต่อนอกอะไรมาอัปเดต ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...