โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบ] มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน มี E-Book

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 23.21 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 03.22 น. • หมั่นโถวแมวน้อย
ชาติก่อนซูอินโง่เขลา ถึงได้ถูกคนชั่วหลอกจนสูญเสียทรัพย์สินและลูกในท้อง ชาตินี้ได้เริ่มใหม่ เธอจะใช้มิติโรงงานพกพาช่วยบิดาให้รอดพ้นความตาย แก้แค้นและมีชีวิตใหม่ที่ดีกับอดีตสามีแสนดีให้ได้!

ข้อมูลเบื้องต้น

ชาติก่อนซูอินเคยโง่เขลา หลงเชื่อแผนร้ายของคนชั่ว

ต้องหย่าขาดอดีตสามีแสนดีอย่างซวีหานเจียง

ไปแต่งงานใหม่กับเศษขยะอย่างเฉินมู่

ไม่เพียงถูกหลอกเอาทรัพย์สินไปจนหมด

ยังถูกโขกสับ ทำงานเลี้ยงคนทั้งบ้าน

สุดท้ายก็ถูกนอกใจ โดนทำร้ายจนแท้งลูกในท้อง

แม้แต่ชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้

ชาตินี้ได้มีโอกาสเริ่มใหม่

เธอจะใช้มิติโรงงานพกช่วยบิดาให้รอดพ้นความตาย

แก้แค้นและมีชีวิตใหม่ที่ดีกับอดีตสามีแสนดีให้ได้!

-------------------------------------------------

เปิดเรื่อง : 26 มกราคม 2568

-เปิดให้อ่านฟรีจนจบ-

-------------------------------------------------

- ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกการสนับสนุนค่ะ -

-------------------------------------------------

เรื่องนี้มีวางขาย e book ทั้งในเว็บเด็กดี และเมพ โปรโมชั่นลดจากราคาปก 21%

ฝากอุดหนุนด้วยน๊า

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 1 (บทนำ-ตอนที่ 17 รายตอนในเว็บ)

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 2 (ตอนที่ 18 - 38 รายตอนในเว็บ)

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 3 (ตอนที่ 40 - 53 รายตอนในเว็บ)

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 4 (ตอนที่ 54 - 72 รายตอนในเว็บ)

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 5 (ตอนที่ 73 - 93 รายตอนในเว็บ)

จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 6 จบ (ตอนที่ 94 - 116 รายตอนในเว็บ)

-------------------------------------------------

ฝากนิยายเรื่องก่อนด้วยค่ะ

จิ้ม→ SET สาวอ้วน ภรรยาตัวประกอบยุค 70 ( 4 เล่มจบ)

อ่านตัวอย่างได้ที่ จิ้ม → สาวอ้วน ภรรยาตัวประกอบยุค 70 [จบ]

บทนำ เกิดใหม่พร้อมมิติโรงงานพกพา!

ซูอินไม่รู้ว่าเธอย้อนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้ยังไง!

เพียงแค่ลืมตาขึ้นมา เธอที่ถูกสามีใหม่ผู้ชั่วร้ายนอกใจไปมีชู้ ไล่ทุบตีจนตกบันไดแท้งลูกตายอย่างอนาถก็ย้อนเวลากลับมาตอนอายุ 17 ปี

เธอยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำรถไฟซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองจิง ภูมิภาคตะวันออกไปแต่งงานตามคำสั่งของบิดายังมณฑลเฉียนซาน

กระจกในห้องน้ำสะท้อนให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ยังคงความงดงาม ทำให้ซูอินยากจะเชื่อว่าตนจะโชคดี

ตายแล้วสามารถย้อนเวลากลับมามีชีวิตได้ใหม่!

หญิงสาวเผลอบีบเข็มกลัดหยก ของดูต่างหน้าที่มารดาทิ้งไว้แน่นจนเข็มแทงเข้านิ้ว เลือดไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนมือ

วูบ!

ทันทีที่เลือดไหลซึมเข้าไปในเข็มกลัดหยก รอบตัวก็ถูกโอบล้อมไว้ด้วยแสงสีขาวสว่างจ้า

พริบตาต่อมาเธอก็หายตัวจากห้องน้ำรถไฟ มายืนมึนงงอยู่ภายหน้าโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องคุ้นตาแห่งหนึ่ง

นี่คือโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องที่เธอเคยทำงานในชาติก่อน

แต่จะเป็นไปได้ยังไง!

จากความทรงจำ โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องไหลฟู่เพิ่งเริ่มก่อตั้งในปี 1978 ทว่าปีที่เธอแต่งงานคือปี 1975 ซึ่งโรงงานยังคงไม่ได้ถูกสร้างขึ้น

อีกอย่างโรงงานก็ตั้งอยู่ในมณฑลไห่ชิง บ้านเกิดสามีใหม่สารเลวของเธอที่อยู่ห่างออกไปไกลถึง 200 กิโลเมตร

ไม่มีทางที่อยู่ๆ รถไฟที่เธอนั่ง จะพาเธอมาปรากฏตัวหน้าโรงงานได้รวดเร็วราวกับหายตัวมาเหมือนอย่างตอนนี้เป็นอันขาด

แล้วจะอธิบายสถานการณ์ตรงหน้านี้ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?

เธอยังจะสามารถกลับไปบนรถไฟขบวนที่นั่งมาได้ไหม?

เพียงแค่นึกว่าอยากกลับ…

ซูอินก็กลับมาปรากฏตัวในห้องน้ำรถไฟตามเดิม!

เพื่อยืนยันว่าตัวเธอไม่ได้กำลังฝันไป ซูอินรีบนึกถึงโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องใหม่อีกครั้ง

จากนั้นเธอก็หายวับเข้าไปยืนอยู่หน้าโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องได้อย่างรวดเร็วทันใจ

“นี่มันสุดยอดไปเลย!”

หญิงสาวตื่นเต้นมาก รีบวิ่งเข้าไปภายในโรงงานขนาด 600 ตารางวา

ด้านในมีวัตถุดิบอย่างพวกข้าวโพด น้ำตาล เกลือ สารคงสภาพอาหาร วางกองไว้ใกล้กับเครื่องจักรรุ่นใหม่สำหรับผลิตผลไม้กระป๋องในปี 1995 ก่อนเธอจะตายอยู่ครบครัน

ซูอินไล่เดินลูบไล้บรรดาเครื่องจักรอย่างพวกเครื่องคัดแยก เครื่องลำเลียงแบบลูกกลิ้ง เครื่องบรรจุกระป๋อง เครื่องฆ่าเชื้อ และเครื่องปิดผนึกกระป๋องด้วยความตื่นเต้น

วัตถุดิบพร้อม!

เครื่องจักรพร้อม!

สิ่งที่ขาดมีแค่คนงานประจำการบางเครื่อง…

รอเพียงซูอินลงมือป้อนวัตถุดิบลงไปในเครื่อง โรงงานแห่งนี้ก็พร้อมจะเริ่มสายงานผลิตได้ทันที!

ฝากนิยายเรื่องใหม่ของหมั่นโถด้วยน๊า-

เริ่มธุรกิจขายผลไม้กระป๋อง

“เหมือนฝันไปเลย ฉันคงไม่ได้กำลังฝันอยู่หรอกนะ!”

ซูอินระงับความตื่นเต้นอยู่นาน ถึงสงบใจรีบก้าวผ่านส่วนของการผลิตตรงไปยังคลังเก็บสินค้าด้านหลังในทันที

คลังสินค้าของโรงงานกินพื้นที่ 1 ใน 3 ของโรงงาน แบ่งเป็นสองฝั่ง

ฝั่งหนึ่งเป็นห้องโล่งไว้เก็บผลไม้หลากหลายชนิด ตลอดจนชั้นวางวัตถุดิบในการทำน้ำปรุง อย่างพวกเกลือ น้ำตาล สารคงสภาพอาหาร และกระป๋องบรรจุผลไม้เปล่ากับฝาปิด

อีกฝั่งกั้นเป็นห้องเล็ก เต็มไปด้วยกล่องบรรจุผลไม้กระป๋อง กล่องละ 24 กระป๋อง วางซ้อนเรียงกันอยู่กองใหญ่เตรียมส่งออก

ที่มีมากสุดเป็นร้อยๆ กล่องคือข้าวโพดหวานกระป๋อง ผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋องเพียงอย่างเดียวที่โรงงานไหลฟู่เริ่มผลิตออกมาในตอนก่อตั้งโรงงานใหม่ๆ

ส่วนส้ม ลูกพลับ ผีผา ซานจา หยางเหมย และฮอว์ธอร์น โรงงานเพิ่งเริ่มคิดค้นสูตรน้ำปรุงและอยู่ในระหว่างทดลองผลิตในปี 1995 ก่อนเธอที่ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงงานจะตายไม่ถึง 2 เดือนนั้น มีอย่างละห้าสิบกล่อง

“รสชาติยังเป็นสูตรเดียวกัน ไม่เพี้ยนไปเลยสักนิด”

หลังสงบใจลงได้บ้างแล้ว ซูอินก็วิ่งเข้าไปไล่เปิดกล่องบรรจุผลไม้กระป๋องทั้งหมด หยิบออกมาเปิดชิมรสดูอย่างละกระป๋อง พบว่ารสชาติไม่ผิดไปจากชาติก่อนแม้แต่กระป๋องเดียว

“แล้วจะเอาพวกมันออกไปข้างนอกได้ไหมนะ?”

ทันทีที่คิดว่าอยากจะนำกระป๋องออกจากพื้นที่ ซูอินก็มาปรากฏตัวในห้องน้ำพร้อมกับกระป๋องผีผาในมือ

นัยน์ตาหญิงสาวสว่างวาบ ตื่นเต้นกับนิ้วทองคำที่ติดตัวมาพร้อมกับการเกิดใหม่ของตน

เพื่อทดลองให้แน่ใจ ซูอินเหลียวมองซ้ายขวา หาข้าวของจากภายนอกทำการทดลองว่าสามารถนำเข้าไปในพื้นที่มิติของโรงงานได้ไหม

น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรที่เธอพอจะหยิบฉวยเข้าไปทดลองในพื้นที่มิติของโรงงาน เธอจึงใช้ความคิด เก็บผีผากระป๋องกลับเข้าไปในพื้นที่ รีบเปิดประตูห้องน้ำเดินกลับไปยังห้องโดยสารตู้นอนที่บิดาซื้อตั๋วให้ก่อนออกเดินทาง

“เสี่ยวอิน มีอะไรผิดปกติรึเปล่า ลุงเห็นเธอหายไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน กำลังจะออกไปตามอยู่พอดี”

ซูเหลียง…ลูกพี่ลูกน้องของซูหมิงซวน บิดาของซูอินเปิดประตูห้องโดยสารมาเจอกับหลานสาวที่กำลังจะออกไปตามด้วยความเป็นห่วงเข้าพอดี

“หนูไม่เป็นไรค่ะ ระหว่างทางเจอคนรู้จัก เลยแวะแลกของกินมานิดหน่อย”

ได้พบลุงเหลียงที่ในชาติก่อนตอนเธอแต่งไปที่หมู่บ้านหลิ่งซู เคยช่วยเหลือเธอหลายอย่าง ซูอินก็ก้าวนำเขากลับไปที่เตียงนอนชั้นล่าง

หลังเหลือบมองเพื่อนร่วมห้องเตียงอื่น พบว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจตนกับลุงเหลียง ก็แอบหยิบกระป๋องข้าวโพดหวานจากพื้นที่มิติของโรงงานผ่านเสื้อโค้ตทหารตัวใหญ่ออกมา 2 กระป๋องยัดใส่ในมือเขา

“นะ…นี่?”

ของกินนิดหน่อยที่ถูกยัดใส่มือ ทำเอาซูเหลียงพูดไม่ออก

ผลไม้กระป๋องเป็นผลิตภัณฑ์หายากในท้องตลาด ต่อให้มีเงินกับคูปองก็ใช่จะต่อแถวซื้อหาได้ทัน หากนำมาเป็นของฝากหรือของกำนัล ยังถือว่าหรูหรายิ่งกว่าเนื้อสัตว์ซะอีก

“สหายหญิง นั่นผลไม้กระป๋องเหรอ? เธอยังมีเหลืออยู่รึเปล่า ฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากญาติที่ตัวมณฑล แต่ไม่มีของติดไม้ติดมือดีๆ ไปด้วยเลยสักอย่าง เธอพอจะแลกเปลี่ยนกับฉันได้ไหม”

จางอวี้ ชายสวมแว่น แต่งตัวดีวัยยี่สิบกว่าที่อยู่เตียงชั้นสองฝั่งตรงข้ามกับทั้งสอง บังเอิญตาดีเหลือบเห็นกระป๋องที่ซูอินแอบยัดส่งให้ซูเหลียงเข้าพอดี

นัยน์ตาเขาลุกวาว รีบปีนลงมาก้าวประชิดตัวซูอินจนซูเหลียงขยับเข้ามาขวาง เขาเลยต้องรีบกระซิบกระซาบบอกเจตนาของตัวเองออกมาเร็วจี๋

“มีเหลืออีก 3 กระป๋อง ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของฝากผู้อาวุโสคนอื่นที่บ้าน แต่ให้คุณก่อนก็ได้ คุณจะรับทั้งหมดเลยไหม?”

เห็นลู่ทางทำเงิน ซูอินก็รีบหยิบจากในพื้นที่มิติของโรงงานออกมาเพิ่มอีก 3 กระป๋อง

โชคดีเสื้อโค้ตที่เธอสวมใส่เป็นของบิดาซึ่งตัวใหญ่กว่าเธอมาก สวมแล้วทำให้ดูอวบอ้วน แม้จะดึงกระป๋องออกมาจากข้างในหลายกระป๋องก็ไม่ได้ดูผิดปกติเกินจริง

“แลก! ฉันขอแลกทั้งหมดเลย เธอจะแลกยังไง?”

หากสามารถแลกได้พร้อมกัน 3 กระป๋อง นำไปเป็นของฝาก แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากลุงให้หาที่พักให้ ระหว่างรอสมัครหอพักชายโสดที่ยังไม่มีห้องว่าง ป้าสะใภ้คงจะชักสีหน้าใส่เขาน้อยลง

เสียดายที่เมื่อจางอวี้เหลือบไปมองกระป๋องในมือซูเหลียง ฝ่ายนั้นผละถอยออกห่าง หันไปเก็บซ่อนใส่ไว้ในกระเป๋า แสดงเจตนาว่าจะไม่ยอมขายให้เขาเด็ดขาด

“ที่สหกรณ์แลกกระป๋องละ 80 เฟิน รวมคูปองอุตสาหกรรม 1 ใบ ฉันคิดกระป๋องละ 1 หยวน ไม่ต้องใช้คูปอง”

ซูอินลดเสียงกระซิบบอก

ยังเหลืออีก 2 ปี กว่าสายลมแห่งการปฏิรูปจะพัดโหมไปทั่วทั้งประเทศ

แม้ในปีนี้การแลกเปลี่ยนซื้อขายระหว่างประชาชนด้วยกันเอง จะไม่เข้มงวดเหมือนปีก่อนๆ เธอก็ยังคงต้องระวัง ป้องกันการถูกคนรายงานชักนำความยุ่งยากมาสู่ตัว

“นี่เงิน 3 หยวน”

จางอวี้ล้วงเงินแอบยื่นส่งให้โดยไม่ต่อรองราคา

ที่หาได้ยากกว่าผลไม้กระป๋องก็คือคูปองอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่คนมักจะเก็บรวบรวมไว้ซื้อของใหญ่อย่างพวกวิทยุ นาฬิกา จักรยาน หรือไม่ก็จักรเย็บผ้า

“ฉันยังมีช่องทางติดต่อกับสหายจากเมืองเดียวกันที่ให้แลกผลไม้กระป๋องอยู่ คุณยังอยากได้เพิ่มอยู่ไหม ฉันจะลองไปถามเธอที่ตู้โดยสารให้”

เงินเดือนคนงานในเมืองอยู่ที่ 20 หยวนต่อเดือน ในขณะที่เธอเพิ่งย้อนกลับมาเกิดใหม่ไม่นานก็สามารถทำเงินได้ถึง 3 หยวน

ซูอินไม่มีทางปล่อยลูกค้ารายแรกอย่างจางอวี้ไปเด็ดขาด!

“สหายของเธอมีของอยู่เท่าไหร่ ฉันรับทั้งหมด!”

จางอวี้ขยับแว่นสายตา พยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี

อาชีพเลขารองผู้ว่าการมณฑลอย่างเขาต้องพบปะผู้คน หาของมอบเป็นรางวัลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแทนเจ้านายอยู่บ่อยครั้ง

หากมีลู่ทางซื้อผลไม้กระป๋องติดไว้ ก็จะทำให้เขาได้หน้ากับเจ้านายและเป็นที่จดจำได้มากขึ้น เขาจะไม่มีทางปฏิเสธความหวังดีของเธอเด็ดขาด

“รอสักครู่ ฉันติดต่อเธอแล้วจะมาเรียกคุณออกไปรับของ”

ซูอินไม่รอช้า กระซิบบอกแล้วเปิดประตูออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำของตู้โดยสารถัดไปอีกสองตู้ เพื่อดึงของออกจากมิติพกพาของโรงงาน

ครั้งนี้เธอยังใจกว้าง เรียกถุงผ้าที่เป็นของแถมพิเศษในเทศกาลปีใหม่ซึ่งทางโรงงานสั่งผลิตไว้เป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้าเป็นปีแรกออกจากโกดัง นำมาใส่กระป๋องข้าวโพดหวานจำนวน 6 กระป๋อง กลับมาเรียกจางอวี้ออกจากห้อง

ทั้งสองทำการแลกเปลี่ยนกันอย่างลับๆ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพอใจในผลตอบแทนที่ได้รับมาก

ก่อนแยกย้าย จางอวี้ยังแจ้งชื่อและทิ้งหมายเลขของที่ว่าการมณฑลซึ่งเขากำลังจะย้ายตามรองผู้ว่ามาประจำยังมณฑลเฉียนซานไว้ให้ซูอิน กำชับว่าหากมีของมาเพิ่ม ให้เธอรีบติดต่อหาเขาทันที

แน่นอนว่าซูอินที่กำเงินจากการแลกเปลี่ยนจำนวน 9 หยวนไว้ในมือแน่น ไม่มีทางปฏิเสธ

หญิงสาวตอบรับ แล้วแยกกับจางอวี้กลับห้องโดยสารมาก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเขาอีก

จนรถไฟแล่นเข้าเทียบชานชาลาเมืองไป่ฟู่ ก่อนถึงตัวมณฑลเฉียนซานหนึ่งสถานี เธอก็เพียงพยักหน้าลาจางอวี้ แล้วก้าวตามหลังซูเหลียงลงจากรถไฟมาเงียบๆ

******

#อัพทุกวันตอน 7.15 น.ค่ะ

ตกหลุมรักอีกครั้ง!

อาจเพราะมิติโรงงานพกพาเป็นเรื่องมหัศจรรย์จนเกินไป

ตอนที่ทำการแลกเปลี่ยนกับจางอวี้ ซูอินถึงได้รู้สึกล่องลอยราวกับอยู่ในความฝัน มากกว่าจะตระหนักรู้ถึงการกลับมามีชีวิตในชาติใหม่อีกครั้ง

จนกระทั่งลงจากรถไฟ มาสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ กับสายลมเย็นสบาย หญิงสาวก็ได้รู้สึกถึงความจริงที่ตนยังมีชีวิตอยู่ น้ำจากนัยน์ตาพลันเริ่มรื้นขึ้นขณะมองไปรอบๆ ตัวด้วยความคะนึงหา

“เมืองไป่ฟู่ ฉันกลับมาแล้วจริงๆ”

ชาติก่อนซูอินตายตอนอายุ 37 ปี นับเวลาดูก็คือหลังจากนี้อีก 18 ปี

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้น หลังจากที่ก้าวเท้าลงจากรถไฟขบวนนี้ แต่งเป็นภรรยาของพ่อหม้ายลูกติดในหมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญ

ตอนนี้จุดเริ่มต้นนั้นยังไม่เกิด…

เธอยังสามารถแก้ไขเรื่องราวนับจากนี้ได้ทัน!

ทันทีที่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ซูอินก็ดีใจจนแทบจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น โขกศีรษะขอบคุณสวรรค์เบื้องบน

‘ซูอิน ต่อให้เธอจะผ่านการแต่งงานมาแล้ว ฉันก็ไม่รังเกียจ ขอแค่เธอให้เงินฉันไปซื้อเส้นสายกลับเข้าเมือง ฉันสาบานจะพาเธอกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองเหมือนเดิมได้แน่’

เจ้าคนสารเลวเฉินมู่…ครั้งนี้อย่าหวังว่าจะหลอกทั้งเงินหลอกทั้งตัวเธอได้อีก!

นึกถึงความโง่เขลาหูเบาที่นำพาชีวิตตนเองไปสู่ความตาย หยาดน้ำตาแห่งความยินดีบนใบหน้าสวยของซูอินก็เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

“หลานสาว อย่าโกรธเคืองพ่อเธอเลย ที่เขารีบให้เธอแต่งงานออกห่างจากบ้านมา ก็เพราะไม่อยากดึงลูกสาวคนเดียวอย่างเธอที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ ให้เข้าไปพัวพันกับการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพ

เขาคงกลัวว่าเกิดแพ้ขึ้นมา เธอจะพลอยลำบากไปด้วย ถึงได้ตัดใจให้เธอแต่งมาอยู่ในชนบทห่างไกล เธออาจเสียใจ แต่ที่เขาทำไปก็เพราะเป็นห่วงเธอ เธออย่าโกรธเกลียดเขาเลย”

สีหน้าไม่สู้ดีของหลานสาว ทำให้ซูเหลียงเข้าใจไปว่าเธอยังคงรู้สึกขุ่นเคืองซูหมิงซวนผู้เป็นบิดา เรื่องที่บังคับให้เธอแต่งกับพ่อหม้ายลูกติดมาอาศัยในชนบทห่างไกล

ชายวัยกลางคน ลดเสียงกระซิบปลอบใจให้เบาลง

เป็นเพราะเขารู้ความจริงเรื่องที่ว่าลูกพี่ลูกน้องพ่ายแพ้ในสงครามชิงตำแหน่งทางทหาร พลาดถูกคนใส่ร้ายว่ายักยอกเงินหลวง ตอนนี้ถูกส่งตัวไปค่ายปฏิรูปแรงงานแล้ว

อีกฝ่ายไม่ใช่แค่กำลังอยู่ระหว่างชิงตำแหน่งเหมือนอย่างที่ต้องการให้ซูอินเข้าใจ เพราะไม่อยากให้เธอห่วงกังวล และพาตัวเองกลับไปเกี่ยวพันกับบิดาที่เป็นนักโทษปฏิรูปแรงงาน

ถึงเขาจะเชื่อว่าซูหมิงซวนที่ไต่เต้าจากชาวบ้านธรรมดา สร้างผลงานในการรบกับกองทัพศัตรูจนได้ตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการกองทัพอย่างยากลำบาก ไม่มีทางตัดอนาคตตัวเองด้วยการรับเงินใต้โต๊ะหรือยักยอกเงินคลังของกองทัพไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างที่ถูกคนให้ร้าย

แต่เมื่อกองทัพตัดสินโทษลงมาแล้ว ต่อให้ไม่เชื่อก็จำต้องสงบปากสงบคำ ไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้บุคคลอื่นได้ยิน จะเป็นการดีต่อตัวเองและซูอินที่สุด

น้ำในกองทัพเชี่ยวเกินไป เขาเป็นชาวบ้านตัวเล็กๆ ไม่มีทางเสี่ยงแหย่เท้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว!

“ฉันเข้าใจค่ะ”

ซูอินตอบรับเสียงสั่นเจือสะอื้น พลางแอบเบือนหน้าไปปาดเช็ดน้ำตาเงียบๆ

กว่าจะเข้าใจความรักและความหวังดีของบิดาที่แอบมอบทรัพย์สินเงินทองมากมายให้ลูกสาวผู้โง่เขลาอย่างตน นำติดตัวมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขณะที่ตัวเขากลับใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในคอกวัวจนป่วยตายภายในเวลาไม่ถึงปีหลังเธอแต่งงาน

เธอก็ต้องตายแล้วมาเกิดใหม่อีกครั้ง!

“เข้าใจก็ดีแล้ว จากนี้เธอก็ใช้ชีวิตกับสามีให้ดีก็พอ ถึงหลานชายซวีจะเป็นพ่อหม้ายลูกติด แต่ก็เคยเป็นอดีตนายทหารฝีมือดีในกองทัพ ถ้าไม่เพราะเจ็บหนักจนร่างกายทรุดโทรมไม่เหมือนเดิม คงไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างซ่อมบำรุงในสถานีเครื่องจักรและการเกษตรในบ้านเกิด

พ่อเธอเลือกมาดีแล้ว ขอแค่เธอกับหลานชายซวีปรับตัวเข้าหากันได้ จะต้องมีชีวิตแต่งงานที่ราบรื่นเต็มไปด้วยความสุขได้อย่างแน่นอน”

ในฐานะที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับว่าที่สามีของหลานสาว ซูเหลียงอดไม่ได้จะช่วยพูดแทนฝ่ายนั้น

“ค่ะ” ซูอินตอบรับสั้นๆ

นึกถึงซวีหานเจียง…สามีคนแรกที่เธอตกหลุมรักใบหน้าหล่อเหลาของเขาตั้งแต่แรกพบหน้า ซูอินที่ถูกความตายบังคับให้แยกจากเขามานานกว่า 18 ปี ก็รู้สึกตื่นเต้นแกมคาดหวังอยู่ลึกๆ

ชาติก่อน เขานิ่งจนเกินไป

ส่วนเธอในเวลานั้น ก็ทั้งเศร้าเสียใจที่ถูกบิดาผลักไสและทั้งเขินอายเพราะตกหลุมรักแรกพบจนไม่กล้าเปิดปากสนทนาหรือเข้าใกล้เขา

เมื่อคนหนึ่งไม่ชอบพูด อีกคนก็เก็บงำความรู้สึกจึงเกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้คนนอกอย่างเฉินมู่วางแผนร้ายร่วมกับซ่งหลันเอ๋อร์ น้องสาวข้างบ้านที่มีใจให้ซวีหานเจียง ยุยงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา

หลังเธอตกลงไปในหลุมพราง ถูกใส่ร้ายว่าเล่นชู้กับเฉินมู่

สิ่งแรกที่หวาดกลัวมากที่สุดก็คือกลัวว่าจะถูกซวีหานเจียงรังเกียจ!

สุดท้ายถึงได้เอะอะโวยวายใหญ่โตขอหย่ากับเขา มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับเฉินมู่โดยมีข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าเขาต้องพาเธอออกจากหมู่บ้านหลิ่งซู ไปให้ไกลจากซวีหานเจียง

ชาติก่อนก้าวพลาดตั้งแต่วันแรกพบหน้า ชาตินี้เธอจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกเด็ดขาด!

“ลุงเหลียง”

ขณะซูอินจมดิ่งสู่ความทรงจำในชาติก่อน สายตาเหม่อมองบ้านเรือนเรียบง่ายในเมืองอย่างไร้จุดหมาย เสียงทักทายก็ดังมาจากด้านข้าง

หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำแดด ใบหน้าไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากท่อนไม้ กำลังมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาสงบนิ่งจนเกือบจะเย็นชาเหมือนการพบกันครั้งแรกของพวกเขาในชาติก่อนไม่มีผิด

เขาก็คือซวีหานเจียง…ว่าที่สามีในชาตินี้หรือก็คืออดีตสามีในชาติก่อนของเธอนั่นเอง!

“หลานชายซวี เธอมาเร็วจริงๆ มาแล้วก็มาทำความรู้จักกันก่อน นี่ซูอิน ว่าที่ภรรยาของเธอ”

ไม่ใช่แค่เพียงซูอินที่มองจ้องซวีหานเจียงนิ่งนาน

ภาพลักษณ์ของเด็กสาวตัวเล็ก ผิวขาว บอบบางของเธอกระทบใจซวีหานเจียงเข้าอย่างจัง

ชายหนุ่มตะลึงมองเธอไปหลายอึดใจ ซูเหลียงเห็นแล้วอมยิ้ม กระแอมไอทำลายความเงียบชวนให้คนรู้สึกคันยุบยิบในใจลง

“เสี่ยวอิน เขาก็คือซวีหานเจียง คนที่เธอจะมาแต่งด้วย”

“สหายซู”

ซวีหานเจียงเป็นฝ่ายเริ่มทักทายก่อนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แล้วเบือนสายตาออกห่างจากใบหน้าสวยของว่าที่ภรรยา ไร้ความกล้าที่จะมองเธอนานๆ

“พี่เจียง พวกเรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว พี่เรียกฉันว่าอาอินเถอะ”

เพราะตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะแก้ไขความห่างเหินระหว่างสามีภรรยาตั้งแต่แรกพบหน้า ซูอินจึงยิ้มส่งให้ซวีหานเจียง เรียกขานเขาเสียงหวานฟังรื่นหู

“อาอิน”

ถูกเรียกว่า ‘พี่เจียง’ ใบหูที่ถูกผมยาวปิดไว้ของซวีหานเจียงแดงก่ำขึ้นมาอย่างน่าสงสัย ฉากหน้ากลับเรียกออกไปน้ำเสียงเฉยชาอย่างที่แก้ได้ยาก

ความจริงแทบไม่มีคนรู้ว่าซวีหานเจียงไม่ได้เป็นคนเฉยชาอย่างที่คนรอบข้างเข้าใจ

เขาเพียงแค่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับเพศตรงข้าม ทำให้วางตัวไม่ถูกจนเข้าขั้นเขินอาย สุดท้ายก็เผลอแสดงสีหน้าและท่าทีออกมาตามปกติคือแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ชวนให้คนเข้าใจผิด

ดังนั้นในตอนที่ซูอินกับซูเหลียงไม่ทันสังเกต หลังขัดเขินจนเผลอเรียกออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ซวีหานเจียงก็แอบกลั้นใจรอดูสีหน้าของว่าที่ภรรยาคนสวย

แล้วเขาก็ต้องโล่งใจที่เธอไม่ได้แสดงอาการว่าไม่ชอบสีหน้าและน้ำเสียงของตน

“พวกเธอคนหนุ่มสาวเพิ่งเจอกัน จะเขินอายไม่คุ้นเคยกันก็เป็นเรื่องปกติ ตอนนี้ไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานกิจการพลเรือนกันได้แล้ว ลุงจะกลับหมู่บ้านก่อน ไว้เจอกันที่นั่นนะ”

ถึงซูเหลียงจะมองความขัดเขินของซวีหานเจียงไม่ออก เขาที่เป็นผู้ชายผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนก็ยังคงเห็นถึงความพึงพอใจที่อีกฝ่ายมีต่อหลานสาว

เพื่อให้ทั้งสองได้สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน คนสูงวัยผลักซูอินเข้าใกล้ซวีหานเจียงเบาๆ แล้วเดินเร็วๆ จากไปจนเรียกไว้ไม่ทัน

******

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...