[จบ] มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน มี E-Book
ข้อมูลเบื้องต้น
ชาติก่อนซูอินเคยโง่เขลา หลงเชื่อแผนร้ายของคนชั่ว
ต้องหย่าขาดอดีตสามีแสนดีอย่างซวีหานเจียง
ไปแต่งงานใหม่กับเศษขยะอย่างเฉินมู่
ไม่เพียงถูกหลอกเอาทรัพย์สินไปจนหมด
ยังถูกโขกสับ ทำงานเลี้ยงคนทั้งบ้าน
สุดท้ายก็ถูกนอกใจ โดนทำร้ายจนแท้งลูกในท้อง
แม้แต่ชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้
ชาตินี้ได้มีโอกาสเริ่มใหม่
เธอจะใช้มิติโรงงานพกช่วยบิดาให้รอดพ้นความตาย
แก้แค้นและมีชีวิตใหม่ที่ดีกับอดีตสามีแสนดีให้ได้!
-------------------------------------------------
เปิดเรื่อง : 26 มกราคม 2568
-เปิดให้อ่านฟรีจนจบ-
-------------------------------------------------
- ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกการสนับสนุนค่ะ -
-------------------------------------------------
เรื่องนี้มีวางขาย e book ทั้งในเว็บเด็กดี และเมพ โปรโมชั่นลดจากราคาปก 21%
ฝากอุดหนุนด้วยน๊า
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 1 (บทนำ-ตอนที่ 17 รายตอนในเว็บ)
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 2 (ตอนที่ 18 - 38 รายตอนในเว็บ)
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 3 (ตอนที่ 40 - 53 รายตอนในเว็บ)
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 4 (ตอนที่ 54 - 72 รายตอนในเว็บ)
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 5 (ตอนที่ 73 - 93 รายตอนในเว็บ)
จิ้ม→ มิติโรงงานพกพาของภรรยาผู้หวนคืน เล่ม 6 จบ (ตอนที่ 94 - 116 รายตอนในเว็บ)
-------------------------------------------------
ฝากนิยายเรื่องก่อนด้วยค่ะ
จิ้ม→ SET สาวอ้วน ภรรยาตัวประกอบยุค 70 ( 4 เล่มจบ)
อ่านตัวอย่างได้ที่ จิ้ม → สาวอ้วน ภรรยาตัวประกอบยุค 70 [จบ]
บทนำ เกิดใหม่พร้อมมิติโรงงานพกพา!
ซูอินไม่รู้ว่าเธอย้อนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้ยังไง!
เพียงแค่ลืมตาขึ้นมา เธอที่ถูกสามีใหม่ผู้ชั่วร้ายนอกใจไปมีชู้ ไล่ทุบตีจนตกบันไดแท้งลูกตายอย่างอนาถก็ย้อนเวลากลับมาตอนอายุ 17 ปี
เธอยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำรถไฟซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองจิง ภูมิภาคตะวันออกไปแต่งงานตามคำสั่งของบิดายังมณฑลเฉียนซาน
กระจกในห้องน้ำสะท้อนให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ยังคงความงดงาม ทำให้ซูอินยากจะเชื่อว่าตนจะโชคดี
ตายแล้วสามารถย้อนเวลากลับมามีชีวิตได้ใหม่!
หญิงสาวเผลอบีบเข็มกลัดหยก ของดูต่างหน้าที่มารดาทิ้งไว้แน่นจนเข็มแทงเข้านิ้ว เลือดไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนมือ
วูบ!
ทันทีที่เลือดไหลซึมเข้าไปในเข็มกลัดหยก รอบตัวก็ถูกโอบล้อมไว้ด้วยแสงสีขาวสว่างจ้า
พริบตาต่อมาเธอก็หายตัวจากห้องน้ำรถไฟ มายืนมึนงงอยู่ภายหน้าโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องคุ้นตาแห่งหนึ่ง
นี่คือโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องที่เธอเคยทำงานในชาติก่อน
แต่จะเป็นไปได้ยังไง!
จากความทรงจำ โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องไหลฟู่เพิ่งเริ่มก่อตั้งในปี 1978 ทว่าปีที่เธอแต่งงานคือปี 1975 ซึ่งโรงงานยังคงไม่ได้ถูกสร้างขึ้น
อีกอย่างโรงงานก็ตั้งอยู่ในมณฑลไห่ชิง บ้านเกิดสามีใหม่สารเลวของเธอที่อยู่ห่างออกไปไกลถึง 200 กิโลเมตร
ไม่มีทางที่อยู่ๆ รถไฟที่เธอนั่ง จะพาเธอมาปรากฏตัวหน้าโรงงานได้รวดเร็วราวกับหายตัวมาเหมือนอย่างตอนนี้เป็นอันขาด
แล้วจะอธิบายสถานการณ์ตรงหน้านี้ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?
เธอยังจะสามารถกลับไปบนรถไฟขบวนที่นั่งมาได้ไหม?
เพียงแค่นึกว่าอยากกลับ…
ซูอินก็กลับมาปรากฏตัวในห้องน้ำรถไฟตามเดิม!
เพื่อยืนยันว่าตัวเธอไม่ได้กำลังฝันไป ซูอินรีบนึกถึงโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องใหม่อีกครั้ง
จากนั้นเธอก็หายวับเข้าไปยืนอยู่หน้าโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องได้อย่างรวดเร็วทันใจ
“นี่มันสุดยอดไปเลย!”
หญิงสาวตื่นเต้นมาก รีบวิ่งเข้าไปภายในโรงงานขนาด 600 ตารางวา
ด้านในมีวัตถุดิบอย่างพวกข้าวโพด น้ำตาล เกลือ สารคงสภาพอาหาร วางกองไว้ใกล้กับเครื่องจักรรุ่นใหม่สำหรับผลิตผลไม้กระป๋องในปี 1995 ก่อนเธอจะตายอยู่ครบครัน
ซูอินไล่เดินลูบไล้บรรดาเครื่องจักรอย่างพวกเครื่องคัดแยก เครื่องลำเลียงแบบลูกกลิ้ง เครื่องบรรจุกระป๋อง เครื่องฆ่าเชื้อ และเครื่องปิดผนึกกระป๋องด้วยความตื่นเต้น
วัตถุดิบพร้อม!
เครื่องจักรพร้อม!
สิ่งที่ขาดมีแค่คนงานประจำการบางเครื่อง…
รอเพียงซูอินลงมือป้อนวัตถุดิบลงไปในเครื่อง โรงงานแห่งนี้ก็พร้อมจะเริ่มสายงานผลิตได้ทันที!
ฝากนิยายเรื่องใหม่ของหมั่นโถด้วยน๊า-
เริ่มธุรกิจขายผลไม้กระป๋อง
“เหมือนฝันไปเลย ฉันคงไม่ได้กำลังฝันอยู่หรอกนะ!”
ซูอินระงับความตื่นเต้นอยู่นาน ถึงสงบใจรีบก้าวผ่านส่วนของการผลิตตรงไปยังคลังเก็บสินค้าด้านหลังในทันที
คลังสินค้าของโรงงานกินพื้นที่ 1 ใน 3 ของโรงงาน แบ่งเป็นสองฝั่ง
ฝั่งหนึ่งเป็นห้องโล่งไว้เก็บผลไม้หลากหลายชนิด ตลอดจนชั้นวางวัตถุดิบในการทำน้ำปรุง อย่างพวกเกลือ น้ำตาล สารคงสภาพอาหาร และกระป๋องบรรจุผลไม้เปล่ากับฝาปิด
อีกฝั่งกั้นเป็นห้องเล็ก เต็มไปด้วยกล่องบรรจุผลไม้กระป๋อง กล่องละ 24 กระป๋อง วางซ้อนเรียงกันอยู่กองใหญ่เตรียมส่งออก
ที่มีมากสุดเป็นร้อยๆ กล่องคือข้าวโพดหวานกระป๋อง ผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋องเพียงอย่างเดียวที่โรงงานไหลฟู่เริ่มผลิตออกมาในตอนก่อตั้งโรงงานใหม่ๆ
ส่วนส้ม ลูกพลับ ผีผา ซานจา หยางเหมย และฮอว์ธอร์น โรงงานเพิ่งเริ่มคิดค้นสูตรน้ำปรุงและอยู่ในระหว่างทดลองผลิตในปี 1995 ก่อนเธอที่ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงงานจะตายไม่ถึง 2 เดือนนั้น มีอย่างละห้าสิบกล่อง
“รสชาติยังเป็นสูตรเดียวกัน ไม่เพี้ยนไปเลยสักนิด”
หลังสงบใจลงได้บ้างแล้ว ซูอินก็วิ่งเข้าไปไล่เปิดกล่องบรรจุผลไม้กระป๋องทั้งหมด หยิบออกมาเปิดชิมรสดูอย่างละกระป๋อง พบว่ารสชาติไม่ผิดไปจากชาติก่อนแม้แต่กระป๋องเดียว
“แล้วจะเอาพวกมันออกไปข้างนอกได้ไหมนะ?”
ทันทีที่คิดว่าอยากจะนำกระป๋องออกจากพื้นที่ ซูอินก็มาปรากฏตัวในห้องน้ำพร้อมกับกระป๋องผีผาในมือ
นัยน์ตาหญิงสาวสว่างวาบ ตื่นเต้นกับนิ้วทองคำที่ติดตัวมาพร้อมกับการเกิดใหม่ของตน
เพื่อทดลองให้แน่ใจ ซูอินเหลียวมองซ้ายขวา หาข้าวของจากภายนอกทำการทดลองว่าสามารถนำเข้าไปในพื้นที่มิติของโรงงานได้ไหม
น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรที่เธอพอจะหยิบฉวยเข้าไปทดลองในพื้นที่มิติของโรงงาน เธอจึงใช้ความคิด เก็บผีผากระป๋องกลับเข้าไปในพื้นที่ รีบเปิดประตูห้องน้ำเดินกลับไปยังห้องโดยสารตู้นอนที่บิดาซื้อตั๋วให้ก่อนออกเดินทาง
“เสี่ยวอิน มีอะไรผิดปกติรึเปล่า ลุงเห็นเธอหายไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน กำลังจะออกไปตามอยู่พอดี”
ซูเหลียง…ลูกพี่ลูกน้องของซูหมิงซวน บิดาของซูอินเปิดประตูห้องโดยสารมาเจอกับหลานสาวที่กำลังจะออกไปตามด้วยความเป็นห่วงเข้าพอดี
“หนูไม่เป็นไรค่ะ ระหว่างทางเจอคนรู้จัก เลยแวะแลกของกินมานิดหน่อย”
ได้พบลุงเหลียงที่ในชาติก่อนตอนเธอแต่งไปที่หมู่บ้านหลิ่งซู เคยช่วยเหลือเธอหลายอย่าง ซูอินก็ก้าวนำเขากลับไปที่เตียงนอนชั้นล่าง
หลังเหลือบมองเพื่อนร่วมห้องเตียงอื่น พบว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจตนกับลุงเหลียง ก็แอบหยิบกระป๋องข้าวโพดหวานจากพื้นที่มิติของโรงงานผ่านเสื้อโค้ตทหารตัวใหญ่ออกมา 2 กระป๋องยัดใส่ในมือเขา
“นะ…นี่?”
ของกินนิดหน่อยที่ถูกยัดใส่มือ ทำเอาซูเหลียงพูดไม่ออก
ผลไม้กระป๋องเป็นผลิตภัณฑ์หายากในท้องตลาด ต่อให้มีเงินกับคูปองก็ใช่จะต่อแถวซื้อหาได้ทัน หากนำมาเป็นของฝากหรือของกำนัล ยังถือว่าหรูหรายิ่งกว่าเนื้อสัตว์ซะอีก
“สหายหญิง นั่นผลไม้กระป๋องเหรอ? เธอยังมีเหลืออยู่รึเปล่า ฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากญาติที่ตัวมณฑล แต่ไม่มีของติดไม้ติดมือดีๆ ไปด้วยเลยสักอย่าง เธอพอจะแลกเปลี่ยนกับฉันได้ไหม”
จางอวี้ ชายสวมแว่น แต่งตัวดีวัยยี่สิบกว่าที่อยู่เตียงชั้นสองฝั่งตรงข้ามกับทั้งสอง บังเอิญตาดีเหลือบเห็นกระป๋องที่ซูอินแอบยัดส่งให้ซูเหลียงเข้าพอดี
นัยน์ตาเขาลุกวาว รีบปีนลงมาก้าวประชิดตัวซูอินจนซูเหลียงขยับเข้ามาขวาง เขาเลยต้องรีบกระซิบกระซาบบอกเจตนาของตัวเองออกมาเร็วจี๋
“มีเหลืออีก 3 กระป๋อง ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของฝากผู้อาวุโสคนอื่นที่บ้าน แต่ให้คุณก่อนก็ได้ คุณจะรับทั้งหมดเลยไหม?”
เห็นลู่ทางทำเงิน ซูอินก็รีบหยิบจากในพื้นที่มิติของโรงงานออกมาเพิ่มอีก 3 กระป๋อง
โชคดีเสื้อโค้ตที่เธอสวมใส่เป็นของบิดาซึ่งตัวใหญ่กว่าเธอมาก สวมแล้วทำให้ดูอวบอ้วน แม้จะดึงกระป๋องออกมาจากข้างในหลายกระป๋องก็ไม่ได้ดูผิดปกติเกินจริง
“แลก! ฉันขอแลกทั้งหมดเลย เธอจะแลกยังไง?”
หากสามารถแลกได้พร้อมกัน 3 กระป๋อง นำไปเป็นของฝาก แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากลุงให้หาที่พักให้ ระหว่างรอสมัครหอพักชายโสดที่ยังไม่มีห้องว่าง ป้าสะใภ้คงจะชักสีหน้าใส่เขาน้อยลง
เสียดายที่เมื่อจางอวี้เหลือบไปมองกระป๋องในมือซูเหลียง ฝ่ายนั้นผละถอยออกห่าง หันไปเก็บซ่อนใส่ไว้ในกระเป๋า แสดงเจตนาว่าจะไม่ยอมขายให้เขาเด็ดขาด
“ที่สหกรณ์แลกกระป๋องละ 80 เฟิน รวมคูปองอุตสาหกรรม 1 ใบ ฉันคิดกระป๋องละ 1 หยวน ไม่ต้องใช้คูปอง”
ซูอินลดเสียงกระซิบบอก
ยังเหลืออีก 2 ปี กว่าสายลมแห่งการปฏิรูปจะพัดโหมไปทั่วทั้งประเทศ
แม้ในปีนี้การแลกเปลี่ยนซื้อขายระหว่างประชาชนด้วยกันเอง จะไม่เข้มงวดเหมือนปีก่อนๆ เธอก็ยังคงต้องระวัง ป้องกันการถูกคนรายงานชักนำความยุ่งยากมาสู่ตัว
“นี่เงิน 3 หยวน”
จางอวี้ล้วงเงินแอบยื่นส่งให้โดยไม่ต่อรองราคา
ที่หาได้ยากกว่าผลไม้กระป๋องก็คือคูปองอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่คนมักจะเก็บรวบรวมไว้ซื้อของใหญ่อย่างพวกวิทยุ นาฬิกา จักรยาน หรือไม่ก็จักรเย็บผ้า
“ฉันยังมีช่องทางติดต่อกับสหายจากเมืองเดียวกันที่ให้แลกผลไม้กระป๋องอยู่ คุณยังอยากได้เพิ่มอยู่ไหม ฉันจะลองไปถามเธอที่ตู้โดยสารให้”
เงินเดือนคนงานในเมืองอยู่ที่ 20 หยวนต่อเดือน ในขณะที่เธอเพิ่งย้อนกลับมาเกิดใหม่ไม่นานก็สามารถทำเงินได้ถึง 3 หยวน
ซูอินไม่มีทางปล่อยลูกค้ารายแรกอย่างจางอวี้ไปเด็ดขาด!
“สหายของเธอมีของอยู่เท่าไหร่ ฉันรับทั้งหมด!”
จางอวี้ขยับแว่นสายตา พยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี
อาชีพเลขารองผู้ว่าการมณฑลอย่างเขาต้องพบปะผู้คน หาของมอบเป็นรางวัลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแทนเจ้านายอยู่บ่อยครั้ง
หากมีลู่ทางซื้อผลไม้กระป๋องติดไว้ ก็จะทำให้เขาได้หน้ากับเจ้านายและเป็นที่จดจำได้มากขึ้น เขาจะไม่มีทางปฏิเสธความหวังดีของเธอเด็ดขาด
“รอสักครู่ ฉันติดต่อเธอแล้วจะมาเรียกคุณออกไปรับของ”
ซูอินไม่รอช้า กระซิบบอกแล้วเปิดประตูออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำของตู้โดยสารถัดไปอีกสองตู้ เพื่อดึงของออกจากมิติพกพาของโรงงาน
ครั้งนี้เธอยังใจกว้าง เรียกถุงผ้าที่เป็นของแถมพิเศษในเทศกาลปีใหม่ซึ่งทางโรงงานสั่งผลิตไว้เป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้าเป็นปีแรกออกจากโกดัง นำมาใส่กระป๋องข้าวโพดหวานจำนวน 6 กระป๋อง กลับมาเรียกจางอวี้ออกจากห้อง
ทั้งสองทำการแลกเปลี่ยนกันอย่างลับๆ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพอใจในผลตอบแทนที่ได้รับมาก
ก่อนแยกย้าย จางอวี้ยังแจ้งชื่อและทิ้งหมายเลขของที่ว่าการมณฑลซึ่งเขากำลังจะย้ายตามรองผู้ว่ามาประจำยังมณฑลเฉียนซานไว้ให้ซูอิน กำชับว่าหากมีของมาเพิ่ม ให้เธอรีบติดต่อหาเขาทันที
แน่นอนว่าซูอินที่กำเงินจากการแลกเปลี่ยนจำนวน 9 หยวนไว้ในมือแน่น ไม่มีทางปฏิเสธ
หญิงสาวตอบรับ แล้วแยกกับจางอวี้กลับห้องโดยสารมาก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเขาอีก
จนรถไฟแล่นเข้าเทียบชานชาลาเมืองไป่ฟู่ ก่อนถึงตัวมณฑลเฉียนซานหนึ่งสถานี เธอก็เพียงพยักหน้าลาจางอวี้ แล้วก้าวตามหลังซูเหลียงลงจากรถไฟมาเงียบๆ
******
#อัพทุกวันตอน 7.15 น.ค่ะ
ตกหลุมรักอีกครั้ง!
อาจเพราะมิติโรงงานพกพาเป็นเรื่องมหัศจรรย์จนเกินไป
ตอนที่ทำการแลกเปลี่ยนกับจางอวี้ ซูอินถึงได้รู้สึกล่องลอยราวกับอยู่ในความฝัน มากกว่าจะตระหนักรู้ถึงการกลับมามีชีวิตในชาติใหม่อีกครั้ง
จนกระทั่งลงจากรถไฟ มาสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ กับสายลมเย็นสบาย หญิงสาวก็ได้รู้สึกถึงความจริงที่ตนยังมีชีวิตอยู่ น้ำจากนัยน์ตาพลันเริ่มรื้นขึ้นขณะมองไปรอบๆ ตัวด้วยความคะนึงหา
“เมืองไป่ฟู่ ฉันกลับมาแล้วจริงๆ”
ชาติก่อนซูอินตายตอนอายุ 37 ปี นับเวลาดูก็คือหลังจากนี้อีก 18 ปี
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้น หลังจากที่ก้าวเท้าลงจากรถไฟขบวนนี้ แต่งเป็นภรรยาของพ่อหม้ายลูกติดในหมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญ
ตอนนี้จุดเริ่มต้นนั้นยังไม่เกิด…
เธอยังสามารถแก้ไขเรื่องราวนับจากนี้ได้ทัน!
ทันทีที่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ซูอินก็ดีใจจนแทบจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น โขกศีรษะขอบคุณสวรรค์เบื้องบน
‘ซูอิน ต่อให้เธอจะผ่านการแต่งงานมาแล้ว ฉันก็ไม่รังเกียจ ขอแค่เธอให้เงินฉันไปซื้อเส้นสายกลับเข้าเมือง ฉันสาบานจะพาเธอกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองเหมือนเดิมได้แน่’
เจ้าคนสารเลวเฉินมู่…ครั้งนี้อย่าหวังว่าจะหลอกทั้งเงินหลอกทั้งตัวเธอได้อีก!
นึกถึงความโง่เขลาหูเบาที่นำพาชีวิตตนเองไปสู่ความตาย หยาดน้ำตาแห่งความยินดีบนใบหน้าสวยของซูอินก็เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
“หลานสาว อย่าโกรธเคืองพ่อเธอเลย ที่เขารีบให้เธอแต่งงานออกห่างจากบ้านมา ก็เพราะไม่อยากดึงลูกสาวคนเดียวอย่างเธอที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ ให้เข้าไปพัวพันกับการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพ
เขาคงกลัวว่าเกิดแพ้ขึ้นมา เธอจะพลอยลำบากไปด้วย ถึงได้ตัดใจให้เธอแต่งมาอยู่ในชนบทห่างไกล เธออาจเสียใจ แต่ที่เขาทำไปก็เพราะเป็นห่วงเธอ เธออย่าโกรธเกลียดเขาเลย”
สีหน้าไม่สู้ดีของหลานสาว ทำให้ซูเหลียงเข้าใจไปว่าเธอยังคงรู้สึกขุ่นเคืองซูหมิงซวนผู้เป็นบิดา เรื่องที่บังคับให้เธอแต่งกับพ่อหม้ายลูกติดมาอาศัยในชนบทห่างไกล
ชายวัยกลางคน ลดเสียงกระซิบปลอบใจให้เบาลง
เป็นเพราะเขารู้ความจริงเรื่องที่ว่าลูกพี่ลูกน้องพ่ายแพ้ในสงครามชิงตำแหน่งทางทหาร พลาดถูกคนใส่ร้ายว่ายักยอกเงินหลวง ตอนนี้ถูกส่งตัวไปค่ายปฏิรูปแรงงานแล้ว
อีกฝ่ายไม่ใช่แค่กำลังอยู่ระหว่างชิงตำแหน่งเหมือนอย่างที่ต้องการให้ซูอินเข้าใจ เพราะไม่อยากให้เธอห่วงกังวล และพาตัวเองกลับไปเกี่ยวพันกับบิดาที่เป็นนักโทษปฏิรูปแรงงาน
ถึงเขาจะเชื่อว่าซูหมิงซวนที่ไต่เต้าจากชาวบ้านธรรมดา สร้างผลงานในการรบกับกองทัพศัตรูจนได้ตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการกองทัพอย่างยากลำบาก ไม่มีทางตัดอนาคตตัวเองด้วยการรับเงินใต้โต๊ะหรือยักยอกเงินคลังของกองทัพไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างที่ถูกคนให้ร้าย
แต่เมื่อกองทัพตัดสินโทษลงมาแล้ว ต่อให้ไม่เชื่อก็จำต้องสงบปากสงบคำ ไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้บุคคลอื่นได้ยิน จะเป็นการดีต่อตัวเองและซูอินที่สุด
น้ำในกองทัพเชี่ยวเกินไป เขาเป็นชาวบ้านตัวเล็กๆ ไม่มีทางเสี่ยงแหย่เท้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว!
“ฉันเข้าใจค่ะ”
ซูอินตอบรับเสียงสั่นเจือสะอื้น พลางแอบเบือนหน้าไปปาดเช็ดน้ำตาเงียบๆ
กว่าจะเข้าใจความรักและความหวังดีของบิดาที่แอบมอบทรัพย์สินเงินทองมากมายให้ลูกสาวผู้โง่เขลาอย่างตน นำติดตัวมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขณะที่ตัวเขากลับใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในคอกวัวจนป่วยตายภายในเวลาไม่ถึงปีหลังเธอแต่งงาน
เธอก็ต้องตายแล้วมาเกิดใหม่อีกครั้ง!
“เข้าใจก็ดีแล้ว จากนี้เธอก็ใช้ชีวิตกับสามีให้ดีก็พอ ถึงหลานชายซวีจะเป็นพ่อหม้ายลูกติด แต่ก็เคยเป็นอดีตนายทหารฝีมือดีในกองทัพ ถ้าไม่เพราะเจ็บหนักจนร่างกายทรุดโทรมไม่เหมือนเดิม คงไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างซ่อมบำรุงในสถานีเครื่องจักรและการเกษตรในบ้านเกิด
พ่อเธอเลือกมาดีแล้ว ขอแค่เธอกับหลานชายซวีปรับตัวเข้าหากันได้ จะต้องมีชีวิตแต่งงานที่ราบรื่นเต็มไปด้วยความสุขได้อย่างแน่นอน”
ในฐานะที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับว่าที่สามีของหลานสาว ซูเหลียงอดไม่ได้จะช่วยพูดแทนฝ่ายนั้น
“ค่ะ” ซูอินตอบรับสั้นๆ
นึกถึงซวีหานเจียง…สามีคนแรกที่เธอตกหลุมรักใบหน้าหล่อเหลาของเขาตั้งแต่แรกพบหน้า ซูอินที่ถูกความตายบังคับให้แยกจากเขามานานกว่า 18 ปี ก็รู้สึกตื่นเต้นแกมคาดหวังอยู่ลึกๆ
ชาติก่อน เขานิ่งจนเกินไป
ส่วนเธอในเวลานั้น ก็ทั้งเศร้าเสียใจที่ถูกบิดาผลักไสและทั้งเขินอายเพราะตกหลุมรักแรกพบจนไม่กล้าเปิดปากสนทนาหรือเข้าใกล้เขา
เมื่อคนหนึ่งไม่ชอบพูด อีกคนก็เก็บงำความรู้สึกจึงเกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้คนนอกอย่างเฉินมู่วางแผนร้ายร่วมกับซ่งหลันเอ๋อร์ น้องสาวข้างบ้านที่มีใจให้ซวีหานเจียง ยุยงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา
หลังเธอตกลงไปในหลุมพราง ถูกใส่ร้ายว่าเล่นชู้กับเฉินมู่
สิ่งแรกที่หวาดกลัวมากที่สุดก็คือกลัวว่าจะถูกซวีหานเจียงรังเกียจ!
สุดท้ายถึงได้เอะอะโวยวายใหญ่โตขอหย่ากับเขา มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับเฉินมู่โดยมีข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าเขาต้องพาเธอออกจากหมู่บ้านหลิ่งซู ไปให้ไกลจากซวีหานเจียง
ชาติก่อนก้าวพลาดตั้งแต่วันแรกพบหน้า ชาตินี้เธอจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกเด็ดขาด!
“ลุงเหลียง”
ขณะซูอินจมดิ่งสู่ความทรงจำในชาติก่อน สายตาเหม่อมองบ้านเรือนเรียบง่ายในเมืองอย่างไร้จุดหมาย เสียงทักทายก็ดังมาจากด้านข้าง
หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำแดด ใบหน้าไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากท่อนไม้ กำลังมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาสงบนิ่งจนเกือบจะเย็นชาเหมือนการพบกันครั้งแรกของพวกเขาในชาติก่อนไม่มีผิด
เขาก็คือซวีหานเจียง…ว่าที่สามีในชาตินี้หรือก็คืออดีตสามีในชาติก่อนของเธอนั่นเอง!
“หลานชายซวี เธอมาเร็วจริงๆ มาแล้วก็มาทำความรู้จักกันก่อน นี่ซูอิน ว่าที่ภรรยาของเธอ”
ไม่ใช่แค่เพียงซูอินที่มองจ้องซวีหานเจียงนิ่งนาน
ภาพลักษณ์ของเด็กสาวตัวเล็ก ผิวขาว บอบบางของเธอกระทบใจซวีหานเจียงเข้าอย่างจัง
ชายหนุ่มตะลึงมองเธอไปหลายอึดใจ ซูเหลียงเห็นแล้วอมยิ้ม กระแอมไอทำลายความเงียบชวนให้คนรู้สึกคันยุบยิบในใจลง
“เสี่ยวอิน เขาก็คือซวีหานเจียง คนที่เธอจะมาแต่งด้วย”
“สหายซู”
ซวีหานเจียงเป็นฝ่ายเริ่มทักทายก่อนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แล้วเบือนสายตาออกห่างจากใบหน้าสวยของว่าที่ภรรยา ไร้ความกล้าที่จะมองเธอนานๆ
“พี่เจียง พวกเรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว พี่เรียกฉันว่าอาอินเถอะ”
เพราะตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะแก้ไขความห่างเหินระหว่างสามีภรรยาตั้งแต่แรกพบหน้า ซูอินจึงยิ้มส่งให้ซวีหานเจียง เรียกขานเขาเสียงหวานฟังรื่นหู
“อาอิน”
ถูกเรียกว่า ‘พี่เจียง’ ใบหูที่ถูกผมยาวปิดไว้ของซวีหานเจียงแดงก่ำขึ้นมาอย่างน่าสงสัย ฉากหน้ากลับเรียกออกไปน้ำเสียงเฉยชาอย่างที่แก้ได้ยาก
ความจริงแทบไม่มีคนรู้ว่าซวีหานเจียงไม่ได้เป็นคนเฉยชาอย่างที่คนรอบข้างเข้าใจ
เขาเพียงแค่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับเพศตรงข้าม ทำให้วางตัวไม่ถูกจนเข้าขั้นเขินอาย สุดท้ายก็เผลอแสดงสีหน้าและท่าทีออกมาตามปกติคือแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ชวนให้คนเข้าใจผิด
ดังนั้นในตอนที่ซูอินกับซูเหลียงไม่ทันสังเกต หลังขัดเขินจนเผลอเรียกออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ซวีหานเจียงก็แอบกลั้นใจรอดูสีหน้าของว่าที่ภรรยาคนสวย
แล้วเขาก็ต้องโล่งใจที่เธอไม่ได้แสดงอาการว่าไม่ชอบสีหน้าและน้ำเสียงของตน
“พวกเธอคนหนุ่มสาวเพิ่งเจอกัน จะเขินอายไม่คุ้นเคยกันก็เป็นเรื่องปกติ ตอนนี้ไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานกิจการพลเรือนกันได้แล้ว ลุงจะกลับหมู่บ้านก่อน ไว้เจอกันที่นั่นนะ”
ถึงซูเหลียงจะมองความขัดเขินของซวีหานเจียงไม่ออก เขาที่เป็นผู้ชายผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนก็ยังคงเห็นถึงความพึงพอใจที่อีกฝ่ายมีต่อหลานสาว
เพื่อให้ทั้งสองได้สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน คนสูงวัยผลักซูอินเข้าใกล้ซวีหานเจียงเบาๆ แล้วเดินเร็วๆ จากไปจนเรียกไว้ไม่ทัน
******