โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศรัทธา 186 ล้าน ที่ศาสนาไม่เคยมองกลับ — เปิดจดหมายลาสุดท้าย "เสี่ยอู๊ด"

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.16 น.

ศรัทธา 186 ล้าน ที่ศาสนาไม่เคยมองกลับ — เปิดจดหมายลาสุดท้าย "เสี่ยอู๊ด"

“พวกเขาเห็นผมเป็นคนชั่วไปแล้ว ทั้งที่ผมเคยให้เขาทุกอย่าง” ถ้อยคำสุดท้ายจากปลายนิ้วของ "เสี่ยอู๊ด" ในไลน์ส่วนตัว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558

ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม เสียงหนึ่งได้ดับลงท่ามกลางความเงียบ ไม่ใช่เสียงของนักการเมือง ศิลปิน หรือวีรบุรุษในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่คือเสียงของชายคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคย “ให้” แทบทุกสิ่งกับวงการพระพุทธศาสนาไทย

เขาชื่อ สิทธิกร บุญฉิม หรือที่ใครต่อใครเคยรู้จักกันในนาม ‘เสี่ยอู๊ด’ แห่งพระสมเด็จเหนือหัว

‘เสี่ยอู๊ด’ คืออดีตนักธุรกิจที่ผันตัวมาทำบุญ ทำพระ สร้างวัด สร้างโรงเรียน บริจาคเงินให้มหาวิทยาลัยสงฆ์หลักร้อยล้านบาท จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ วงการศาสนา ยกย่อง แต่เมื่อวันหนึ่ง เขาล้มลงเพราะคดีอื้อฉาว - ทุกอย่างพลิกกลับกลายเป็นเงามืดในชีวิต

หลังจากที่ข่าวการเสียชีวิตของ ‘เสี่ยอู๊ด’ เงียบงันราวไร้ผู้สังเกต เพจเฟซบุ๊ก “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี นารีพิฆาต” ได้เผยแพร่สิ่งที่เปรียบเสมือน “บันทึกสั่งลา” ของ ‘เสี่ยอู๊ด’ ข้อความส่วนตัวที่เขาเคยเขียนไว้ในไลน์เมื่อปี 2558 ในชื่อ 11 เรื่องจริง อิงอุทาหรณ์สอนใจ มันไม่ใช่แค่คำบ่น หรือคำแก้ต่าง แต่มันคือ แผลในใจ ของชายที่เคยถูกยกย่อง แล้วถูกเหยียบซ้ำในวันที่ล้ม

จากคนให้ สู่ผู้ถูกทอดทิ้ง

หนึ่งในบาดแผลลึกที่ ‘เสี่ยอู๊ด’ เขียนถึง คือการบริจาคเงินกว่า 186 ล้านบาทให้กับมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง เพื่อสร้างศูนย์กลางการศึกษา วันนั้น ‘เสี่ยอู๊ด’ ถูกเชิดชูให้เป็นประธานโครงการ คนกราบไหว้เอ่ยชื่อ ‘เสี่ยอู๊ด’ ด้วยความเคารพ แต่เมื่อ ‘เสี่ยอู๊ด’ ตำหนิพระอธิการบดีคนหนึ่งในเรื่องที่ “ไม่ชอบธรรม” สิ่งที่ได้กลับมาคือ “การถูกตัดขาด” แบบไร้เยื่อใย

และในวันที่ ‘เสี่ยอู๊ด’ ต้องคดี เขียนว่า “พวกเขาไม่แม้แต่จะมาเยี่ยมผมในคุก ทั้งที่ผมเคยอุปถัมภ์พวกเขามาก่อน” แม้แต่หลังพ้นโทษ เมื่อ ‘เสี่ยอู๊ด’ กลับไปเยือนมหาวิทยาลัยนั้นอีกครั้ง กลับพบแค่สายตาที่มอง ‘เสี่ยอู๊ด’ เป็น “นักโทษ” ไม่ใช่ผู้บริจาคผู้มีพระคุณ

ปริศนาแห่ง 11 ปมในใจ - เรื่องจริงที่เขาฝากไว้ก่อนลา

แม้โพสต์ต้นฉบับจะไม่ได้เปิดเผยทั้ง 11 ข้อโดยละเอียด ข้อความที่ ’เสี่ยอู๊ด‘ เขียนไว้ในไลน์ส่วนตัวนั้นมีเนื้อหาสะท้อน ความขัดแย้ง, ความคับแค้น, และความผิดหวังต่อบุคคลและสถาบันที่เขาเคยเกี่ยวข้อง
ปมสำคัญที่ปรากฏในบันทึก มีดังนี้

1. การสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงฆ์ 186 ล้านบาท แต่กลับถูกปฏิเสธภายหลัง
2. ถูกหักหลังโดยผู้ที่เคยเรียกหาเงินและยกย่องเขา
3. ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการศาสนาในช่วงถูกกล่าวหา
4. ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงพระออกมาพูดหรือช่วยเหลือ
5. รู้สึกถูกตีตราว่าเป็น “คนชั่ว” เพียงเพราะมีคดี
6. ถูกลืมโดยสังคม ทั้งที่เคยอุทิศทรัพย์มหาศาล
7. ชื่อเสียงถูกทำลายโดยสื่อ และคนบางกลุ่มที่เคยร่วมมือ
8. ชีวิตหลังคุกที่ไร้พื้นที่ให้ยืน แม้ในศาสนาที่เขาเคยเทิดทูน
9. ญาติพี่น้องบางคนตีตัวออกห่างในยามลำบาก
10. ความศรัทธาถูกใช้หาผลประโยชน์ แล้วสลัดทิ้งเมื่อหมดค่า
11. คำขอสุดท้าย คืออยากให้สังคมเข้าใจความจริงในมุมของเขา

จากชายผู้สร้างพระ สู่ชายที่โลกหลงลืม

ในช่วงชีวิตหนึ่ง เสี่ยอู๊ดเคยยืนอยู่กลางแสงศรัทธา
เขาเคยเป็นเจ้าภาพสร้างวัด สร้างพระ สร้างโรงเรียน เคยเป็นคนที่ใคร ๆ เรียกหาเวลาอยากได้การสนับสนุน แต่ในวันสุดท้ายของชีวิต เขากลับต้องฝากความในใจไว้กับ “แชตส่วนตัว” แทนที่จะได้พูดออกสื่อเหมือนคนอื่น ๆ

เขาจากไปแบบเงียบงัน ไม่มีข่าวหน้าหนึ่ง ไม่มีพิธีศพหรูหรา ไม่มีแม้แต่คำชี้แจงจากผู้ที่เขาเคยช่วยเหลือ

เขาเคยให้ศาสนา 186 ล้าน แต่ศาสนาคืนอะไรให้เขา ?

ปี 68 พระเสื่อม ศรัทธาสะเทือน สู่เงาอดีตที่อาจหวนกลับมา

ความเจ็บปวดในอดีตของ ‘เสี่ยอู๊ด‘ กลับมาอยู่ในแสงอีกครั้งในปี 2568 เมื่อวงการพระไทยสั่นสะเทือนจากคดี สีกากอฟ – คดีที่มีทั้งมิติเชิงศีลธรรม อำนาจ และการสมรู้ร่วมคิด

นอกจากนี้ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเกิดกรณี พระระดับเจ้าคณะจังหวัดในนครสวรรค์ สึกกลางพายุข่าวอีกด้วย ซึ่งภายหลังมีเพจดาวแปดแฉก ออกมาเชื่อมโยงว่า ‘เสี่ยอู๊ด‘ จึงทำให้เกิดคำถามว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับบางบุคคลในคดีนี้ตั้งแต่อดีตด้วยหรือไม่

การสื่อถึง ‘เสี่ยอู๊ด‘ ในบริบทเช่นนี้ ไม่ได้หมายถึงการกล่าวหา หากแต่สะท้อนภาพเงาเก่าของความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นในวงการศาสนา — ที่ศรัทธา ความโลภ และภาพลวงตา มักพัวพันจนแยกไม่ออก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...