โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาล เร่งกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ เช่าที่ดิน 99 ปี ปลดล็อกดึงลงทุน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 23.05 น.

รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ขยายเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 30 ปี เป็น 99 ปี เพื่อกระตุ้นการลงทุน และดึงผู้มีรายได้สูง และกลุ่มแรงงานผู้มีศักยภาพจากต่างประเทศเข้ามาอยู่อาศัยในไทย

สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างการเตรียมรับฟังความคิดเห็น และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยศึกษามาตั้งแต่ช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มาถึงรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เร่งเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้มากขึ้นหลังจากปรับ ครม.แล้วพรรคเพื่อไทยเข้ามากำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ มีสาระสำคัญที่การขยายเวลาทรัพย์อิงสิทธิจากเดิมไม่เกิน 30 ปี เป็น 99 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเช่าที่ดินระยะยาว การแก้ไขอยู่ขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอร่างกฎหมาย และกระทรวงการคลังดูภาพรวมของรายละเอียดกฎหมาย

เร่งขั้นตอนทางกฎหมายผ่าน ครม.ก่อนเข้าสภาฯ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิฉบับแก้ไขให้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรภายในปี 2568 และคาดว่าประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ภายในปี 2568

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิยังไม่เสนอเข้าบรรจุวาระการประชุม ครม.แต่ได้หารือกันแล้วเบื้องต้น และอยู่ในกลุ่มเร่งรัดกฎหมายของรัฐบาล

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การเร่งรัดร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.2562 เพื่อเพิ่มเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 30 ปี เป็น 99 ปี นั้นรัฐบาลวางกรอบระยะเวลาดำเนินการแบบเร่งรัด เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติโดยเร็ว

รวมทั้งคาดหวังว่าจะประกาศใช้กฎหมายได้ภายในปี 2568 (พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3-4 เดือน) โดยขั้นตอนการจัดทำร่างกฎหมายหลังจากผ่านที่ประชุม ครม.จะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังนี้

1.การเสนอร่างกฎหมายให้ประธานสภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาโดยเร็ว ใช้ระยะเวลา 14 วัน

2.การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ใช้ระยะเวลา 1-3 วัน

3.การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ใช้ระยะเวลา 30-60 วัน

4.การพิจารณาวาระที่ 2 ราย มาตรา ใช้ระยะเวลา 1 วัน

5.การพิจารณาวาระที่ 3 ลงมติทั้งฉบับ ใช้ระยะเวลา 1 วัน

6.การพิจารณาโดยวุฒิสภา ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน

7.นายกรัฐมนตรีต้องส่งร่างกฎหมายทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน หลังสภาฯ ให้ความเห็นชอบ

8.การประกาศกฎหมายในราชกิจจานุเบกษาภายในระยะเวลา 30 วัน

เปิดโอกาสลงทุนโครงการใหญ่

ก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างปาฐกถาพิเศษในหัวข้อปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก พลิกเกมเศรษฐกิจไทย..สู่อนาคต ว่า ต้องปลดล็อกกฎหมายที่จะสร้างการลงทุนใหม่เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ในการทำมาหากินใหม่ให้ประชาชน โดยกฎหมายฉบับหนึ่งที่ต้องผลักดันคือ กฎหมายทรัพย์อิงสิทธิที่ให้เช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี

ทั้งนี้ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนของเอกชน เพราะภาครัฐมีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณ โดยมีหลายโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐ และจะได้ประโยชน์ เช่น โครงการถมทะเลเพื่อป้องกันน้ำท่วมที่โครงการนี้เอกชนจะลงทุน และรัฐให้สิทธิในการเช่าที่ดินระยะยาวทำให้ได้ที่ดินมาอีกหลายแสนไร่

รวมถึงการใช้ที่ดินรัฐมาลงทุน เช่น ที่ดิน สปก.หากนำมาทำโครงการโซลาร์ฟาร์ม 1.4 แสนไร่ ผลิตไฟฟ้าได้ 40,000 เมกะวัตต์ และมีระบบกักเก็บไฟฟ้าให้จ่ายไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง เป็นโครงการไฟฟ้าสีเขียว โดยถ้าดำเนินการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีสายส่งมาใช้ในพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพฯ ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งไฟฟ้านี้จะสนับสนุนการลงทุน เช่น ดาต้าเซนเตอร์

เปิดข้อดีขยายเวลาเช่า 99 ปี

สำหรับรายละเอียดเรื่องของกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิมีสาระสำคัญ โดยหลักการสำคัญไม่ใช่กฎหมายขายชาติ แต่ตรงกันข้ามมีกลไกออกแบบมาเพื่อหยุดการขายชาติที่ไร้การควบคุมเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายนี้จะเป็นเรื่องมือป้องกันไม่ให้ที่ดินถูกขายให้ต่างชาติผ่านนอมินี หรือการถือครองตามสิทธิส่งเสริมการลงทุนต่างๆ โดยกำหนดว่าสินทรัพย์ที่เข้าโครงการนี้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาถือครองตามระยะสัญญาสูงสุด 99 ปี ทรัพย์สินจะตกเป็นของแผ่นดิน และเป็นส่วนหนึ่งของความมั่งคั่งของประเทศ (sovereign wealth) ที่จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศต่อไป

สำหรับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดจากกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ ได้แก่

1.ดึงเงินลงทุนให้เข้าไทยจะเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุนต่างประเทศ เช่น การก่อสร้างตึก โครงสร้างพื้นฐาน หมู่บ้าน โรงแรม high-end ทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทย และไม่ไหลออกไปนอกประเทศ

นอกจากนั้นยังขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เช่น โครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นโยบายแลนด์บริดจ์ บ้านเพื่อคนไทย และศูนย์กลางการเงินที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

2.แก้ปัญหาผิดกฎหมาย โดยลดแรงจูงใจใช้นอมินีในการเข้ามาถือครองสินทรัพย์ เพิ่มความโปร่งใสมากขึ้น โดยจะลดความลักลั่นการถือครองทรัพย์สินที่ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองผ่านกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) , พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ พ.ร.บ.การนิคมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้เมื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายจะลดปัญหาการทำผิดกฎหมายผ่านนอมินีที่ตรวจสอบและติดตามตัวได้ยาก โดยนอมินีมักไม่ใช่ตัวการใหญ่ในการทำความผิด

3.สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางแรงงานศักยภาพสูง (Talent Hub) จากทั่วโลก โดยกฎหมายนี้จะดึงดูดกลุ่มแรงงานศักยภาพสูง (Talent) จากทั่วโลกมาอาศัยในไทย กลายเป็นพลเมืองช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งการเข้าถึงสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวจะเป็นหลักประกันให้แรงงานคุณภาพสูงเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องและยั่งยืน

“เศรษฐา”ยืนยันไมใช่กฎหมายขายชาติ

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หัวใจของการแก้ไขกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิอยู่ที่ขยายเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 30 ปี เป็น 99 ปี ซึ่งหลายประเทศมีแล้ว และอังกฤษมีกฎหมายรองรับการเช่าระยะยาวถึง 999 ปี

สำหรับทรัพย์อิงสิทธิในทางกฎหมายคือ บริษัทหรือกิจการที่จะขายให้ต่างชาติไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานหรือศูนย์การค้า จะต้องโอนทรัพย์สินไปอยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ จากนั้นเข้าโปรแกรมทรัพย์อิงสิทธิ 99 ปี และเมื่อครบ 99 ปี ทรัพย์สินตกเป็นของรัฐ ดังนั้นเรื่องการขายชาติไม่มีแน่นอน เพราะถ้าไม่โอนทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ และได้สิทธิการเช่า 30 ปีเหมือนเดิม

“กฎหมายออกแบบมาเพื่อหักล้างข้อครหาขายชาติ ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดจะไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหานั้นเพราะผู้เช่าได้สิทธิระยะยาว แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของโดยตรง และเมื่อครบกำหนด 99 ปีทรัพย์สินที่เข้าโครงการจะตกเป็นของรัฐ”

สำหรับประเภทของทรัพย์สินที่จะเข้าโครงการไม่ใช่เฉพาะที่ดินอสังหาริมทรัพย์ แต่รวมถึงอาคารพาณิชย์ สำนักงานหรือทรัพย์สินอื่นทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก ซึ่งกฎหมายนี้จะปลดล็อกหลายส่วน รวมถึงอิงกับโครงการบ้านเพื่อคนไทย นโยบายศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) การดึงให้คนที่มีความรู้ความสามารถสูงมาอยู่ไทย

ทั้งนี้ กฎหมายนี้ไม่ได้สนับสนุนเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่มีหลายธุรกิจได้ประโยชน์ เช่น โรงเรียนนานาชาติหากเจ้าของเดิมไม่บริหารงานต่อก็ขายต่อให้นักลงทุนต่างประเทศ โดยใช้กฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ 99 ปี ให้สิทธิเป็นเจ้าของ และบริหารระยะยาว

“กฎหมายเดิมที่ให้ครอบครองโดยการเช่าระยะเวลา 30 ปีนั้นถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป หากขยายเวลาเป็น 99 ปี และมีกลไกกฎหมายตรงนี้รองรับก็จะสร้างความมั่นใจให้กับคนที่จะมาลงทุน หรืออยู่อาศัยในประเทศไทยได้มากขึ้น”นายเศรษฐา กล่าว

ยืนยันที่ดินเกษตรเข้าร่วมไม่ได้

สำหรับขั้นตอนของกฎหมายต้องมีขั้นตอนรับฟังความเห็น 2 สัปดาห์ จากนั้นเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ก่อนส่งไปที่สภาผู้แทนราษฎร โดยที่ผ่านมากฎหมายฉบับนี้ที่ไม่เดินหน้าเพราะเป็นเรื่องของปัญหาทางการเมืองไม่มีเรื่องอื่น

โดยกฎหมายเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการให้ผลประโยชน์กับธุรกิจต่างชาติอย่างเดียว เพราะคนไทยใช้กฎหมายนี้ได้ แต่มีข้อยกเว้น เช่น ที่ดินเกษตรไม่ได้ หรืออาจมีข้อกำหนดอื่นสำหรับที่ดินหรือทรัพย์สินบางประเภทเข้าโครงการไม่ได้

นอกจากนั้นนโยบายรัฐบาลที่รอกฎหมายฉบับนี้มีหลายนโยบาย เช่น บ้านเพื่อคนไทย ที่ลดค่าครองชีพประชาชนที่อยู่อาศัยเขตเมืองเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่ราคาลงเหลือ 20 บาทต่อสาย ซึ่งทำให้ผู้มีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน ดำรงชีวิตในพื้นที่กลางเมืองได้ ซึ่งโครงการลักษณะที่เป็นการลงทุนระยะยาวต้องอาศัยกฎหมายที่สร้างความมั่นใจระยะยาวให้ผู้ลงทุน เพราะหากให้เช่าที่ดิน 30 ปี อาจไม่จูงใจ

หนุนดึงคนเก่งต่างชาติดันเศรษฐกิจ

นายเศรษฐา กล่าวว่า อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ คือ จำนวนประชากรไทยจะเหลือ 37 ล้านคน ภายใน 50 ปี โดยปี 2567 ประชากรไทยมีอัตราลดลงสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวน่ากังวล และทางออกต้องดึงผู้มีความสามารถมีศักยภาพมาช่วยพัฒนา และสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจ ซึ่งกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิให้เช่า 99 ปี จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มาอยู่เมืองไทย เพราะซื้อที่อยู่อาศัย และมีสิทธิที่ดินถึง 99 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการตัดสินใจของแรงงานคุณภาพสูง และนักลงทุน

“ถ้ามีคนต่อต้านก็ต้องมีคนอธิบายให้เข้าใจว่าการขยายสิทธิการให้เช่าจาก 30 ปี เป็น 99 ปี ไม่ใช่การขายชาติ แต่เป็นการนำทรัพย์สินตัวเองไปให้ประเทศชาติ เพราะเมื่อครบกำหนด 99 ปี ทรัพย์จะตกเป็นของแผ่นดิน” นายเศรษฐา กล่าว

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...