โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิจัยกสิกรไทย คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ลุ้นแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่า หลังรอดูสถานการณ์การเมืองในประเทศ

BTimes

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.40 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนช่วงต้นสัปดาห์ที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าได้อีกครั้งช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางเงินหยวน สกุลเงินเอเชียอื่นๆ และสินทรัพย์เสี่ยงรับข่าวอิสราเอล-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดประเมินถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย (โดยเฉพาะหากผลของ Tariffs ยังไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น) ประกอบกับปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงกล่าวในเชิงกดดันประธานเฟดและเตรียมที่จะเริ่มสรรหาประธานเฟดคนใหม่ในเดือนก.ย. หรือต.ค. นี้เพื่อมาแทนนายเจอโรม พาวเวลที่จะหมดวาระในปีหน้า

โดยผลการประชุมกนง. ที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตามเดิม พร้อมกับปรับทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยไปที่ 2.3% นั้น ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ ขณะที่ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก แรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย ประกอบกับตลาดรอติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 มิ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,441 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทยต่อเนื่องอีก 5,789 ล้านบาท

ส่วนในสัปดาห์นี้ (30 มิ.ย.-4 ก.ค. 2568 ) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนพ.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการ ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน/อัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนมิ.ย. ของจีน อังกฤษ และยูโรโซน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนพัฒนาการของประเด็นการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...