โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อยากโอนชื่อรถให้คนในครอบครัว ต้องทำอย่างไร มีคำตอบที่นี่

sanook.com

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 03.17 น. • Sanook
รู้หรือไม่ หากเราอยากจะโอนกรรมสิทธิ์ของรถที่ใช้อยู่ให้กับคนในครอบครัว ที่ไม่ใช่การซื้อค่ายจริงๆ นั้นทำไ้ดง่ายมากๆ แต่ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เรามาดูกัน

ปกติการโอนชื่อรถหลายคนอาจจะคิดว่าเฉพาะตอนที่ขายเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถโอนรถเป็นชื่ของผู้ที่ได้ใบขับขี่ไม่ว่าจะเป็น ลูกที่เพิ่งได้ใบขับขี่, คู่ชีวิต, หรือญาติสนิท ซึ่งหลายคนว่าขั้นตอนมันยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร แต่สำหรับวันนี้ Sanook Auto จะมาแนะวิธีโอนชื่อรถจากชื่อคุณเป็นคนในครอบครัวแบบง่ายๆ พร้อมแล้วเริ่มได้เลย

5 ขั้นตอนใหญ่ๆ เปลี่ยนชื่อเจ้าของรถในครอบครัว

1. เช็กให้ชัวร์ก่อนไปขนส่ง

ก่อนจะเดินทางไปกรมการขนส่งทางบก ให้ตรวจสอบสภาพ "รถ" และ "เอกสาร" ให้พร้อม และรถจะต้องผ่านเงื่อนไขดังนี้

  • รถต้อง "ปลอดภาระ": ถ้าผ่อนกับไฟแนนซ์อยู่ ต้องปิดยอดและโอนกรรมสิทธิ์จากไฟแนนซ์มาเป็นชื่อคุณก่อน ถึงจะสามารถโอนต่อให้คนในครอบครัวได้ครับ

  • ภาษีรถต้อง "ไม่ขาด": ตรวจสอบว่ารถยนต์มีการชำระภาษีประจำปีครบถ้วน ไม่ขาดเกิน 3 ปี (ถ้าขาดเกินต้องชำระให้เรียบร้อยก่อน)

  • รถไม่ติด "อายัด": เช็กให้ชัวร์ว่ารถไม่มีประวัติถูกอายัดจากคดีความใดๆ

20230621134252_571480126

2. เตรียมเอกสารให้พร้อม

เอกสารคือหัวใจสำคัญของการโอนรถ! เตรียมให้ครบ ทั้งของผู้โอน (เจ้าของรถปัจจุบัน) และผู้รับโอน (คนในครอบครัว) ที่จะต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถ) ตัวจริง: เอกสารสำคัญที่สุด อย่าลืมเด็ดขาด!

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง: ของทั้ง "ผู้โอน" และ "ผู้รับโอน"

  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีจำเป็น): ถ้าใครคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนไม่สามารถไปดำเนินการที่ขนส่งด้วยตัวเองได้ ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจ (มีขายที่ขนส่ง หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์) โดยต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท/ฉบับ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ

  • แบบคำขอโอนและรับโอน: แบบฟอร์มมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก สามารถขอได้ที่ขนส่ง หรือดาวน์โหลดมาเตรียมล่วงหน้าก็ได้ครับ กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนและลงลายมือชื่อให้เรียบร้อย

3. ยื่นเอกสารที่ขน

เมื่อเอกสารพร้อม รถพร้อม ก็ออกเดินทางสู่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดที่คุณสะดวกได้เลย! แต่มีเอกสารเกี่ยวกับรถและอื่นๆที่ต้องทำดังนี้

  • นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ (กรณีจำเป็น):

  • รถยนต์ส่วนบุคคล: ที่จดทะเบียนมาแล้ว เกิน 7 ปี

  • รถจักรยานยนต์: ที่จดทะเบียนมาแล้ว เกิน 5 ปี

  • รถมีการดัดแปลงสภาพ: เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ สีรถ

  • คุณสามารถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ใกล้บ้าน หรือไปตรวจที่ขนส่งได้เลย

  • ยื่นเอกสารที่ช่องบริการโอนรถ: เมื่อเอกสารครบถ้วน และรถผ่านการตรวจสภาพ (ถ้ามี) ก็นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่ช่องบริการโอนรถ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้อง

  • ชำระค่าธรรมเนียม: เจ้าหน้าที่จะแจ้งยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณก็ชำระเงินและรับใบเสร็จมา

  • รอรับใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) ฉบับใหม่: หลังจากชำระเงิน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลในเล่มทะเบียนให้เป็นชื่อเจ้าของใหม่ โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่นานในวันเดียว คุณก็จะได้เล่มทะเบียนรถที่อัปเดตเรียบร้อยกลับบ้านไปเลย

car-plate

4. ค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการโอนรถไม่ได้แพงอย่างที่คิดครับ ยกเว้นค่าอากรแสตมป์ที่ขึ้นอยู่กับมูลค่ารถ:

  • ค่าคำขอโอน: 5 บาท

  • ค่าธรรมเนียมการโอน (ค่าโอนกรรมสิทธิ์): 100 บาท

  • ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพรถ:

  • รถจักรยานยนต์: 10 บาท (ตรอ.) / 50 บาท (ขนส่ง)

    • รถยนต์: 150 บาท (ตรอ.) / 200 บาท (ขนส่ง)

  • ค่าอากรแสตมป์: ตัวนี้แหละที่ต้องเตรียมเผื่อไว้! คิดตามราคาประเมินของรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือราคาซื้อขายจริง (ถ้าสูงกว่า) โดยคิด 0.5% ของราคาประเมิน (ทุกๆ 100,000 บาท คิด 500 บาท)

  • ตัวอย่าง: ถ้าประเมินรถได้ 500,000 บาท จะเสียค่าอากรแสตมป์ 2,500 บาท

  • ค่าแก้ไข/บันทึกรายการในเล่มทะเบียน: 50 บาท

5. เรื่องอื่นๆ ที่ต้องรู้

สุดท้ายแล้วมีเรื่องที่ต้องรู้ให้คุณต้องคิดก่อนที่จะทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไมว่าจะเป็น

  • หากมีการระบุวันที่โอนในเอกสาร แนะนำให้รีบไปดำเนินการภายใน 15 วันนับจากวันโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ

  • เพื่อความสะดวกและลดเวลารอคิว ลองใช้แอปพลิเคชัน DLT Smart Queue จองคิวล่วงหน้าก่อนไปขนส่งได้เลย

  • หากเป็นการให้เปล่าแก่คนในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาซื้อขายก็ได้ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากแบบคำขอโอนและรับโอนเป็นหลัก

  • แม้ส่วนใหญ่จะใช้บัตรประชาชนตัวจริง แต่การเตรียมสำเนาเอกสารสำคัญเผื่อไว้ (เช่น สำเนาบัตรประชาชน) ก็ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น หากเจ้าหน้าที่ร้องขอเพิ่มเติม

ดังนั้นการโอนชื่อรถให้คนในครอบครัว ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่เตรียมพร้อมทั้งเอกสารและตัวรถ ก็สามารถดำเนินการให้จบได้ภายในวันเดียวจบ แค่ทำตามนี้ก็ย้ายง่ายๆ แล้วครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...