โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

4 สิ่งที่ควร "งดทำหลัง 5 โมงเย็น" ลดเสี่ยงสโตรก เสียดายหนุ่มๆ สาวๆ หลายคนรู้ช้าไป!

sanook.com

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • Sanook
หลีกเลี่ยง 4 พฤติกรรมนี้ หลัง 5 โมงเย็น เพื่อสุขภาพหัวใจและสมองที่แข็งแรง ลดความเสี่ยง

4 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหลัง 5 โมงเย็น เสี่ยง "โรคหลอดเลือดสมอง" โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาว

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตหรือพิการถาวรได้ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป การละเลยพฤติกรรมในช่วงเย็นอาจกลายเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่คุณคาดไม่ถึง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายรายชี้ตรงกันว่า “พฤติกรรมเล็กน้อยแต่ทำเป็นประจำ” โดยเฉพาะหลัง 5 โมงเย็น สามารถส่งผลต่อความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง

1. รับประทานอาหารมื้อดึก

แม้จะเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายคน แต่การทานมื้อเย็นหลัง 2 ทุ่มหรือใกล้เข้านอน อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

  • ส่งผลต่อจังหวะชีวภาพ (Circadian Rhythm): การทานอาหารดึกอาจรบกวนระบบเผาผลาญและความดันโลหิต ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับโรคหลอดเลือดสมอง

  • กระตุ้นการสะสมไขมันและน้ำหนักตัว: ยิ่งกินดึก ยิ่งเสี่ยงอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทานอาหารเย็นก่อน 1 ทุ่ม และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรือของทอดที่มีไขมันและน้ำตาลสูงในช่วงกลางคืน

2. ความเครียดสะสมในช่วงเย็น

แม้จะเป็นเวลาหลังเลิกงาน แต่หลายคนยังคงพกความเครียดกลับมาบ้าน รู้หรือไม่ว่า ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อความดันโลหิตและฮอร์โมนในร่างกาย อีกทั้งยังเสี่ยงกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัว และหัวใจทำงานหนักเกินจำเป็น

ทางที่ดีควรหาเวลาดูแลจิตใจด้วยกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ, โยคะ หรือการอ่านหนังสือ อย่างน้อยวันละ 20-30 นาทีในช่วงเย็น

3. ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหลังอาหารเย็น

พฤติกรรมยอดฮิตของคนยุคนี้คือการนั่งหรือนอนหลังอาหารทันที ซึ่งอาจกระทบต่อระบบย่อยและควบคุมน้ำตาลในเลือด งานวิจัยเผยว่า ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายและใช้เวลาเฉยๆ มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าปกติถึง 3.5 เท่า

การเดินเบาๆ หลังมื้อเย็น 15-20 นาที ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ดี ทั้งนี้ หากไม่มีเวลาออกกำลังกายจริงๆ ในช่วงเย็น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำกิจกรรมเบา เช่น เดินเล่น หรือยืดเหยียด ก็ยังดีกว่านั่งเฉยๆ

4. นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ

การอดนอนหรือนอนมากเกินไปล้วนส่งผลต่อสมองและหลอดเลือด โดยการนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง/คืน เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองถึง 33% และในทางตรงกันข้าม การนอนเกิน 8 ชั่วโมง/คืน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงสูงถึง 71%

เวลานอนหลับที่เหมาะสมคือ วันละ 7-8 ชั่วโมง และต้องเป็นการนอนอย่างมีคุณภาพ ควรเข้านอนและตื่นให้ตรงเวลาทุกวัน รวมถึงวันหยุด เพื่อรักษานาฬิกาชีวภาพของร่างกายให้สมดุล

ดังนั้น อย่ามองข้าม "พฤติกรรมยามเย็น" แม้ช่วงเย็นจะเป็นเวลาพักผ่อนของหลายคน แต่การใส่ใจพฤติกรรมหลัง 5 โมงเย็นสามารถสร้างความแตกต่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะการ กิน-นอน-เคลื่อนไหว-จัดการความเครียด ให้สมดุล หากคุณเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง และมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงยาวนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...