โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันญี่ปุ่น ขู่ขึ้นภาษีสูงสุด 35% “เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง”

เดลินิวส์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า จะขึ้นภาษีกับญี่ปุ่นในอัตรา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการเจรจาการค้ากับญี่ปุ่นว่า "ไม่น่าบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้" เนื่องจากรัฐบาลโตเกียวยังคงมีความลังเล ที่จะนำเข้าข้าวจากสหรัฐเพิ่มเติมอีก ขณะเดียวกัน มูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ "ยังไม่สมดุล" และญี่ปุ่น "เป็นประเทศที่เจรจาด้วยยาก" และเส้นตายของการเจรจาก่อนมาตรการภาษีต่างตอบแทนมีผลบังคับใช้ คือวันที่ 9 ก.ค. นี้

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลญี่ปุ่น ขอให้อีกฝ่ายชำระภาษีในอัตรา "ไม่ 30% ก็ 35%"

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังนายเรียวเซ อาคาซาวา รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่น ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้ากับสหรัฐ กล่าวว่า "ญี่ปุ่นจะไม่ตกลงกับการเจรจาใดก็ตาม ที่จะเป็นการกดดันให้ญี่ปุ่นต้องยอมสละภาคการเกษตรของตัวเอง" หลังทรัมป์เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มการนำเข้าข้าว มิเช่นนั้นต้องเผชิญกับอตราภาษีในระดับสูง

ในความเป็นจริง ญี่ปุ่นนำเข้าข้าวจากสหรัฐมากขึ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับวิกฤติราคาข้าวแพง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดเพดานปริมาณการนำเข้าข้าวเพื่อการบริโภคเป็นอาหารหลัก ไม่ใช่ข้าวที่ใช้เป็นอาหารสัตว์หรือส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรไว้ที่ 100,000 ตันต่อปี และกำหนดอัตราภาษีนำเข้าอยู่ที่ 341 เยน (ราว 76.76 บาท) ต่อกิโลกรัม หากนำเข้าเกินจากนี้ ซึ่งปริมาณดังกล่าว เป็นเพียงเศษเสี้ยวของปริมาณการบริโภคข้าวทั้งปีของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านตัน.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...