โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไต้หวัน เตือนหนี้สหรัฐฯ พุ่ง-นโยบายทรัมป์เขย่าความเชื่อมั่นพันธบัตร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.38 น.

ธนาคารกลาง ไต้หวัน เตือนหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและนโยบายการค้าของทรัมป์ กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนทั่วโลก แม้ไต้หวันจะยังคงถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ จำนวนมาก แต่แผนงบประมาณของทรัมป์อาจเร่งการขยายตัวของหนี้สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมของสินทรัพย์หนี้ของสหรัฐฯ ในระยะยาว

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ธนาคารกลางไต้หวันออกโรงเตือนว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยลบต่อแนวโน้มของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังสร้างความลังเลให้กับนักลงทุนในตลาดโลก

หยาง จินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน กล่าวในสุนทรพจน์ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารว่า ท่าทีของทรัมป์ที่วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็กำลังสร้างข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของสถาบันการเงินของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อผู้นำสหรัฐฯ มีบทบาทสูงในการชี้นำทิศทางเศรษฐกิจ

รายงานล่าสุดของ สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) ประเมินว่า กฎหมายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ หรือที่ทรัมป์เรียกว่า One Big Beautiful Bill Act จะส่งผลให้ยอดขาดดุลของรัฐบาลกลางพุ่งขึ้นมากถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลา 10 ปี แม้จะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจก็ตาม

ไต้หวันเองถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นสัดส่วนสูงถึงกว่า 80% ของทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่รวม 5.9 แสนล้านดอลลาร์ โดยทางธนาคารกลางเคยย้ำเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ว่า สินทรัพย์ดังกล่าวยังถือว่ามั่นคงและได้รับความนิยมจากนักลงทุน และยังไม่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก

อย่างไรก็ดี หยางเตือนว่า นโยบายการค้าในสมัยที่สองของทรัมป์ กำลังทำให้นักลงทุนเริ่มลังเลที่จะถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะที่แผนงบประมาณล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์อาจนำไปสู่การขยายตัวของหนี้สาธารณะที่เร็วเกินควร ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของสินทรัพย์หนี้ของสหรัฐฯ ในระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อทรัมป์รับตำแหน่งในช่วงต้นปี เขาได้เดินหน้านโยบายภาษีนำเข้าต่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงไต้หวัน ก่อนระงับใช้มาตรการบางส่วนเป็นเวลา 90 วันในเดือนเม.ย. เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไป

หยางระบุว่า แม้ทรัมป์คาดหวังว่านโยบายภาษีจะสามารถแก้ปัญหาขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ได้ แต่ในความเป็นจริง มาตรการเหล่านี้กลับสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ และอาจแรงสั่นสะเทือนต่อแนวโน้มการค้าโลกในอนาคตด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...