‘ไทย-ญี่ปุ่น’ ร่วมมือเจรจา ‘อาเซียน’ กระจายตลาด รับมือสหรัฐ เก็บภาษีสูง
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 02.09 น. • The Bangkok Insight"ปานปรีย์" ระบุ "ไทย-ญี่ปุ่น" ร่วมมือเจรจา "ภาษีศุลกากร" กับสหรัฐ เหตุต่างฝ่ายได้รับผลกระทบ แนะ "อาเซียน" กระจายการค้า ไปตลาดอื่น ๆ เหตุแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทำให้การรวมตัวกันเจรจากับสหรัฐเป็นเรื่องยาก
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น เกี่ยวกับสถานการณ์การเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐ โดยระบุวา
นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐนั้น เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่มีใครคาดคิดว่าสหรัฐ ซึ่งส่งเสริมการค้าเสรี และทุนนิยม และเป็นผู้นำในการสร้างระเบียบโลก ด้วยการสนับสนุนองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะกระทำการเช่นนี้
โลกที่เคยสงบสุขภายใต้ระเบียบโลกนี้ดังกล่าว กำลังเปลี่ยนไปเพราะทุนนิยมเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้แต่ประเทศคอมมิวนิสต์เองก็ต้องปรับตัว สหรัฐคิดว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สหรัฐเสียเปรียบ ประเทศอื่น ๆ สามารถบูรณาการกับระบบที่สหรัฐสร้างขึ้นได้ดี รวมถึงจีนด้วย
สหรัฐเคยเป็นมหาอำนาจเดียว แต่จีนเติบโตแบบเงียบ ๆ ค่าแรงถูก ใคร ๆ ก็ลงทุนในจีน ทำให้ทรัมป์คิดว่าสถานการณ์ไม่ควรเป็นแบบนี้ต่อไป จึงเสนอแนวคิด "อเมริกาต้องมาก่อน" โดยให้เศรษฐกิจนำไปสู่ความมั่นคง
ทรัมป์เป็นนักธุรกิจ แนวคิดของเขาคือ "เมื่อเราลงทุนในอะไรสักอย่าง เราควรได้ผลตอบแทน และกำไร" เขาวิเคราะห์จุดแข็ง และจุดอ่อนของสหรัฐ
ในประเทศที่ขายสินค้าได้ไม่ดี เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นจะอ่อนแอลง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่เน้นการส่งออก
เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ทรัมป์จึงกำหนดภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือดึงประเทศอื่น ๆ เข้ามาเจรจาเพื่อลดการสูญเสีย (ในแง่ของการขาดดุลการค้า) หรือแม้กระทั่งเพิ่มผลกำไร
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ และประเทศตะวันตก ไทยสร้างความสัมพันธ์กับจีนเพราะต้องการค้าขาย และเรียนรู้ว่า การพึ่งพาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของไทย
ผมเชื่อว่าการค้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความสัมพันธ์มีความสำคัญมากกว่า ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจ ความมั่นคง วัฒนธรรม สังคม และภูมิรัฐศาสตร์
หากทีมเจรจาภาษีศุลกากรของไทยคิดเหมือนผม พวกเขาควรนำประเด็นอื่น ๆ มาพูดคุยด้วย เรา (ประเทศไทย) ต้องบอกพวกเขา (สหรัฐ) ว่า เรามีความสำคัญ (ต่อสหรัฐ) ในภูมิภาคนี้มากเพียงใด
อาเซียนเป็นหนึ่งในเป้าหมายของสหรัฐ เพราะมีดุลการค้ากับสหรัฐจำนวนมาก และเป็นผู้ส่งออก สหรัฐคิดว่า การพูดคุยกับอาเซียนไม่ใช่เรื่องยาก เพราะอาเซียนขึ้นอยู่กับตลาดสหรัฐ
ตอนนี้เป็นโอกาสของสหรัฐ ที่จะขอให้อาเซียนซื้อสินค้าของพวกเขา ประเทศอาเซียนแต่ละประเทศ มีระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน บางประเทศใกล้ชิดกับสหรัฐ ในขณะที่บางประเทศไม่ใกล้ชิด ผมคิดว่าการรวมกันเป็นเรื่องยาก
เราควรกระจายตลาดของเราไปยังประเทศอื่น ๆ เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง
ครั้งหนึ่ง สหรัฐเคยบังคับให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วง ข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord) แต่ไม่ได้ทำให้สหรัฐ และญี่ปุ่นเกลียดชังกัน สถานการณ์นี้ก็คล้ายกัน กับตอนนี้ ที่สหรัฐ พยายามเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงจากพันธมิตร
ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐ และเผชิญกับอัตราภาษีสูง ญี่ปุ่นสามารถพูดแทนไทยได้ ในการต่อต้านการเก็บภาษีสูงจากไทย เพราะจะส่งผลกระทบต่อทั้งไทย และญี่ปุ่น
สำหรับรถยนต์ ญี่ปุ่นสามารถบอกสหรัฐได้ว่า โตโยต้า มิตซูบิชิ และอีซูซุ ลงทุนในประเทศไทยมากแค่ไหน
เราควรร่วมมือกันพูดคุยกับสหรัฐ เพราะเราทั้งสองได้รับผลกระทบ ญี่ปุ่นเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชีย และมีเสียงที่ดังกว่า ซึ่งจะช่วยได้มาก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' เตรียมส่งจดหมายถึงชาติคู่ค้า แจ้งเรื่อง 'ภาษีศุลกากร' ก่อนเส้นตาย 9 ก.ค.
- 'ไอเอ็มเอฟ' เตือน ความไม่แน่นอน 'ภาษีนำเข้าสหรัฐ' เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลก
- จีนประกาศจุดยืน ค้านสหรัฐ ใช้ 'ภาษีศุลกากร' ในทางที่ผิด
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg