โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษาพบ ‘เสพติดหน้าจอ’ ภัยแฝงทำ ‘วัยรุ่น’ ในสหรัฐฯ เลือกจบชีวิต

Xinhua

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 15.49 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินบนถนนในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 20 ก.ค. 2021)

ซาคราเมนโต, 16 ก.ค. (ซินหัว) — บทความวิจารณ์ที่เผยแพร่โดย 74 องค์กรข่าวไม่แสวงหาผลกำไรที่รายงานข่าวด้านการศึกษาในสหรัฐฯ สะท้อนถึงผลกระทบร้ายแรงจากการเสพติดการใช้หน้าจอในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยระบุว่าวัยรุ่นชาวอเมริกันกำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพจิตมากขึ้น หลังพบนักเรียนมัธยมปลายสองในห้าคนเผยว่าพวกเขารู้สึกเศร้าหรือสิ้นหวังอย่างต่อเนื่อง

บทความรายงานว่าผู้ปกครองเกือบร้อยละ 60 มองว่าสุขภาพจิตของบุตรหลานตนเองอยู่ในระดับ “แย่มากหรือค่อนข้างแย่” และย้ำถึงข้อเท็จจริงที่ว่าคุณภาพของการใช้งานหน้าจอ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียหรือโทรศัพท์แบบย้ำคิดย้ำทำ ส่งผลเสียมากกว่าระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้บนโลกออนไลน์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีส่วนทำให้วัยรุ่นอเมริกันเครียดแบบฝังรากลึก

วิกฤตสุขภาพจิตที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลังคณะนักวิจัยได้เผยแพร่ผลการศึกษาครั้งสำคัญลงในวารสารของสมาคมการแพทย์อเมริกันเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากติดตามเด็กชาวอเมริกันเกือบ 4,300 คนเป็นระยะเวลาสี่ปี โดยพบว่าวัยรุ่นที่เสพติดโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์มือถือ หรือวิดีโอเกม เสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เสพติดโซเชียลมีเดียในระดับต่ำ

ผลการศึกษาครั้งนี้ท้าทายความเชื่อแบบเดิมเกี่ยวกับการจำกัดเวลาใช้หน้าจอ โดยพบว่าเวลาการใช้หน้าจอทั้งหมดเมื่ออายุ 10 ปีไม่ได้สัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายในตอนโต แต่เด็กที่มีรูปแบบการใช้แบบย้ำคิดย้ำทำ เช่น ไม่สามารถหยุดเล่นได้ รู้สึกเครียดเมื่อไม่ได้ใช้อุปกรณ์ หรือใช้หน้าจอเพื่อหลีกหนีปัญหา เสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมดังกล่าวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วิกฤตการณ์สุขภาพจิตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรณีส่วนบุคคลเท่านั้น จากการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนประจำปี 2023 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ พบว่านักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งในห้ามีความคิดพยายามฆ่าตัวตายอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...