โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกเมสชี้การแบกอดีตที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร ทำดาวรุ่งแมนยูโชว์ฟอร์มไม่ออก จนต้องย้ายทีม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.35 น.
Reuters

โกเมสชี้การแบกอดีตที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร ทำดาวรุ่งแมนยูโชว์ฟอร์มไม่ออก จนต้องย้ายทีม

แองเจิ้ล โกเมส นักเตะที่เติบโตมาจากอคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปัจจุบันเพิ่งย้ายจากลีลล์ไปร่วมทีมมาร์เซย ให้สัมภาษณ์กับ “บีบีซี” ว่า นักเตะดาวรุ่งของแมนยูมักจะต้องแบกอดีตที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร เมื่อต้องมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ เพราะเมื่อถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ โค้ชก็จะบอกเสมอถึงประวัติศาสตร์ของสโมสร เรื่องของบัสบี้เบ๊บส์ ที่มีจอร์จ เบสต์ และบ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานที่พาสโมสรยิ่งใหญ่มาในอดีต ทำให้หลายคนไม่ประสบความสำเร็จกับแมนยู และต้องย้ายออกไป

โกเมสซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่โบกมือลาทีมปีศาจแดง หลังหมดสัญญาไปเมื่อปี 2020 กล่าวอีกว่า การที่นักเตะหลายคนออกจากแมนยูแล้วไปทำผลงานได้ดีกับทีมใหม่ ตัวอย่างเช่น สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ย้ายไปคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี กับนาโปลี และเป็นกำลังสำคัญของทีม เพราะการที่เล่นได้อย่างอิสระ ไม่ต้องแบกชื่อเสียงในอดีตของสโมสรเหมือนตอนอยู่กับแมนยู ทำให้มีผลงานที่ดีได้

“การย้ายออกจากแมนยูมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าคิดถึงสิ่งที่ถูกต้องสำหรับอาชีพนักเตะ ก็ต้องเสียสละหลายอย่าง การย้ายออกจากอังกฤษไปเล่นในฝรั่งเศส เหมือนเป็นการรีเฟรชตัวเอง แต่การไม่ต้องถูกจับตามองเหมือนที่อยู่ในอังกฤษ ทำให้ผมมีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น” มิดฟิลด์วัย 24 ปีกล่าว

โกเมสเป็นนักเตะแมนยูที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกส่งลงสนาม ในรอบ 64 ปี ในวัย 16 ปี 263 วัน เมื่อปี 2017 หลังจากนั้นเลือกย้ายออกจากสโมสรหลังหมดสัญญา เมื่อปี 2020 โดยเซ็นสัญญากับลีลล์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ล่าสุดเพิ่งหมดสัญญากับลีลล์ และตกลงย้ายไปร่วมทีมมาร์เซย แบบไม่มีค่าตัว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โกเมสชี้การแบกอดีตที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร ทำดาวรุ่งแมนยูโชว์ฟอร์มไม่ออก จนต้องย้ายทีม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...