หุ้นไทย ปิดลบ 8.21 จุด ต่างชาติ-กองทุนเทขาย AOT กดดันตลาด
หุ้นไทย ปิดวันนี้ 16 มิ.ย. ที่ระดับ 1,114.49 จุด ลดลง 8.21 จุด มูลค่าซื้อขาย 41,122 ล้านบาท ต่างชาติ-กองทุนเทขายกว่า 4.4 พันล้านบาท หุ้น AOT ดิ่งหลังประเด็น King Power คลุมเครือ นักวิเคราะห์ชี้ตลาดซึมตัวต่อจากความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยในประเทศ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 16 มิถุนายน ปิดที่ระดับ 1,114.49 จุด ลดลง 8.21 จุด (-0.73%) มูลค่าการซื้อขาย 41,122.78 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 3,530.45 ล้านบาท กองทุนขายสุทธิ 933.72 ล้านบาท
วันนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 13 หลักทรัพย์ 19 รายการ พบ GULF มีมูลค่าสูงสุด 2,503.16 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 39.75 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งตัวในแดนลบ ภาพรวมตลาดยังมีความไม่แน่นอน จากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังคงกดดัน ตลาดรอความชัดเจนเพิ่มเติม
ขณะที่ในประเทศดัชนีถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นรายตัว โดยเฉพาะ AOT ที่ปรับตัวลงต่อ หลังจากช่วงบ่าย บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือทอท. มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการ ทอท. กรณีบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ขอแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรี ซึ่งโทนที่ออกมาหลังการประชุมยังคลุมเครือ ทำให้ภาคบ่ายมีแรงขายลดความเสี่ยงออกมาฉุดตลาด และยังมีโมเมนตัมเป็นลบ
อย่างไรก็ตามช่วงบ่ายมีแรงซื้อเข้ามาให้หุ้น GULF หลังมีการรายงาน GULF มีการซื้อขายบิ๊กล็อตจำนวน 1 รายการ มูลค่า 2,503.16 ล้านบาท โดยมีราคาต่ำกว่ากระดาน ซึ่งปกติราคาหุ้นอาจได้รับผลกระทบจากความกังวลช่วงแรก แต่ท้ายสุดมีการรายงานจากสื่อว่าผู้ซื้อยังเป็นผู้บริหาร ซึ่งเป็นการกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ขณะที่ DELTA มีแรงซื้อเข้ามาตลาดทิศทางตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐที่พยายามปรับตัวขึ้นมา อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มาก เนื่องจากยังถูกแรงขายจาก AOT กดดัน
*สำหรับแนวโน้มวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย. 68) คาดดัชนีซึมตัว หลังดัชนีหลุดแนวรับสำคัญ 1,120 จุด สัญญาณทางเทคนิคไม่ดี ประกอบกับปัจจัยภายใน การเมืองในประเทศยังไม่ชัดเจน ทำให้ตลาดพยายามซึมตัวลง โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนรอติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย เพื่อรอความชัดเจนมาตรการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ*
ขณะเดียวกันช่วงปลายสัปดาห์จะมีการทบทวนดัชนี FTSE ซึ่งหุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นการปรับน้ำหนักออกมากกว่าเข้า อาจเป็นแรงกดดันช่วงปลายสัปดาห์ โดยให้กรอบแนวรับ 1,100 จุดและแนวต้าน 1,130 จุด**
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- AOT มูลค่าการซื้อขาย 4,189.67 ล้านบาท ปิดที่ 27.25 บาท ลดลง 2.50 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,575.94 ล้านบาท ปิดที่ 152.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,452.43 ล้านบาท ปิดที่ 112.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
- CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,790.46 ล้านบาท ปิดที่ 45.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
- PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,683.01 ล้านบาท ปิดที่ 30.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง