โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง บี้ ธปท. เร่งดันเงินเฟ้อเข้ากรอบ 1-3% พร้อมกระตุ้นแบงก์ปล่อยกู้

PostToday

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 00.27 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.15 น.

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2567 (ก.ค.–ธ.ค.) ตามภารกิจประจำ โดยสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว ตลอดจนภาวะการคลังและอัตราแลกเปลี่ยน

ภายหลังรับทราบรายงาน กระทรวงการคลังได้เสนอข้อแนะสำคัญ 4 ข้อถึง ธปท. เพื่อให้นโยบายการเงินมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการคลังในปัจจุบัน ได้แก่

1.ทำงานสอดประสานนโยบายการเงิน และการคลัง
เน้นย้ำให้สองหน่วยงานหลักของประเทศร่วมขับเคลื่อนนโยบายในทิศทางเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจได้ชัดเจนขึ้น แม้ไม่ระบุชัดว่า ธปท. ควรลดดอกเบี้ย แต่ถือเป็นการส่งสัญญาณทางนโยบายที่สำคัญ

2.ดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3%
เนื่องจากเงินเฟ้อทั่วไปของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มติดลบ จึงเสนอให้ ธปท. พิจารณามาตรการให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่กำหนด โดยไม่ได้เสนอวิธีการเฉพาะ เพราะมองว่า ธปท. มีเครื่องมือในมือครบอยู่แล้ว

3. รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท
ให้ ธปท. ติดตามและบริหารอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจและไม่สร้างผลกระทบต่อผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า

4.กระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ-เพิ่มสภาพคล่อง

กระทรวงการคลังอยากให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อไปในระบบให้มากกว่านี้ โดยเห็นว่า ปัจจุบันสินเชื่อยังไม่ถึงมือกลุ่มเปราะบางและ SMEs เท่าที่ควร จึงแนะให้ ธปท. หารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อคลายเงื่อนไข

นายเผ่าภูมิ ย้ำว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่ได้มุ่งแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หรือธปท. ซึ่งมีอิสระในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย แต่ต้องการให้การเงินและการคลังของประเทศทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม

ไม่ใช่การสั่งว่าใครต้องทำอะไร เราอยู่ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลมาตรการด้านการคลัง เขาดูแลมารตรการด้านการเงิน เราแค่ว่าในภาพใหญ่ เราอยากเห็นการทำงานให้สอดคล้องกัน ในภาพรวมมากขึ้นหลายมิติ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...