คลัง บี้ ธปท. เร่งดันเงินเฟ้อเข้ากรอบ 1-3% พร้อมกระตุ้นแบงก์ปล่อยกู้
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2567 (ก.ค.–ธ.ค.) ตามภารกิจประจำ โดยสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว ตลอดจนภาวะการคลังและอัตราแลกเปลี่ยน
ภายหลังรับทราบรายงาน กระทรวงการคลังได้เสนอข้อแนะสำคัญ 4 ข้อถึง ธปท. เพื่อให้นโยบายการเงินมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการคลังในปัจจุบัน ได้แก่
1.ทำงานสอดประสานนโยบายการเงิน และการคลัง
เน้นย้ำให้สองหน่วยงานหลักของประเทศร่วมขับเคลื่อนนโยบายในทิศทางเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจได้ชัดเจนขึ้น แม้ไม่ระบุชัดว่า ธปท. ควรลดดอกเบี้ย แต่ถือเป็นการส่งสัญญาณทางนโยบายที่สำคัญ
2.ดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3%
เนื่องจากเงินเฟ้อทั่วไปของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มติดลบ จึงเสนอให้ ธปท. พิจารณามาตรการให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่กำหนด โดยไม่ได้เสนอวิธีการเฉพาะ เพราะมองว่า ธปท. มีเครื่องมือในมือครบอยู่แล้ว
3. รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท
ให้ ธปท. ติดตามและบริหารอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจและไม่สร้างผลกระทบต่อผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า
4.กระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ-เพิ่มสภาพคล่อง
กระทรวงการคลังอยากให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อไปในระบบให้มากกว่านี้ โดยเห็นว่า ปัจจุบันสินเชื่อยังไม่ถึงมือกลุ่มเปราะบางและ SMEs เท่าที่ควร จึงแนะให้ ธปท. หารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อคลายเงื่อนไข
นายเผ่าภูมิ ย้ำว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่ได้มุ่งแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หรือธปท. ซึ่งมีอิสระในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย แต่ต้องการให้การเงินและการคลังของประเทศทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม
ไม่ใช่การสั่งว่าใครต้องทำอะไร เราอยู่ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลมาตรการด้านการคลัง เขาดูแลมารตรการด้านการเงิน เราแค่ว่าในภาพใหญ่ เราอยากเห็นการทำงานให้สอดคล้องกัน ในภาพรวมมากขึ้นหลายมิติ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้จริง