โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน กระทบกับพลังงาน และราคาน้ำมันโลก ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.33 น.
ความขัดแย้งอิสราเอล–อิหร่านส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก เพราะอิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ และตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลก การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทาน ราคาน้ำมันจึงพุ่งสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มผันผวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว ระหว่างความขัดแย้ง และการโจมตีกันระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งเริ่มจากเปิดปฏิบัติการ Rising Lion หรือสิงโตผงาดของอิสราเอลที่ โจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) ก่อนที่ทางอิหร่านจะโจมตีกลับยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล

การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ถือเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล และอิหร่านเองก็ตอบโต้อย่างไม่น้อยหน้า ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งสองประเทศ และมีชีวิตของประชาชนเข้าแลก

แต่นอกจากความสูญเสียของทั้งประเทศแล้ว ทั่วโลกยังเจอกับตลาดหุ้น และราคาทองคำที่ผันผวน และกระทบกับราคาน้ำมัน ที่เพิ่มกว่า 7% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีความกังวลว่าอาจจะพุ่งสูงอีก

ทำไมความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน ถึงกระทบกับพลังงาน และราคาน้ำมันโลก ?

อิหร่านเป็นประเทศมีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองที่พิสูจน์แล้วมากเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีแหล่งน้ำมันดิบสำรองมากเป็นอันดับ 3 ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านก็เป็นเป้าหมายที่อิสราเอลอาจเล็งเป้ามาเป็นเวลานานแล้ว

ตามรายงานของ Emkay Global อิหร่านผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (หรือประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตน้ำมันทั่วโลก) และส่งออกประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยจีนเป็นผู้นำเข้าหลัก (80 เปอร์เซ็นต์) รองลงมาคือตุรกี

อิหร่านยังตั้งอยู่ทางเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ/อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าน้ำมันมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นเส้นทางที่ขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน

ในตอนนี้ ตลาดน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนที่ดีหลังจากที่การผลิตเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ซึ่งหมายความว่าการลดอุปทานของอิหร่านนั้นสามารถยอมรับได้สักระยะหนึ่ง แต่หากมีการโจมตียืดเยื้อนั้น อาจกระทบต่อตลาดน้ำมันมากขึ้นเรื่อยๆ ได้

อิสเราเอลโจมตีจุดไหนในอิหร่าน ใกล้โรงกลั่นน้ำมันแค่ไหน ?

การโจมตีของอิสราเอลในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (14-15 มิ.ย.) ได้ส่งผลต่อโรงกลั่น และแหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญหลายแห่ง โดยมีรายงานการเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่เมืองหลวงของอิหร่าน ใกล้กับ

คลังน้ำมันและก๊าซชาห์ราน (Shahran) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลางเตหะราน และโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่านในชาห์เรย์ (Shahr Rey) ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมือง

นอกจากนี้ยังเกิดการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่บริเวณแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) นอกชายฝั่งจังหวัดบูเชห์รทางตอนใต้ของอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่าเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่โรงงานก๊าซฟัจร์ จาม (Fajr Jam) ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบูเชห์รเช่นกัน

ซึ่งสถานที่เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งการผลิตน้ำมันที่สำคัญมากกับอิหร่าน ภูมิภาคตะวันออกกลาง ไปถึงต่อโลกด้วย

  • โรงกลั่นในชาห์เรย์ : ทางตอนใต้ของเตหะราน ดำเนินการโดยบริษัท Tehran Oil Refining Company ซึ่งเป็นของรัฐ ถือเป็นโรงกลั่นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีกำลังการกลั่นเกือบ 225,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการหยุดชะงักของโรงกลั่นแห่งนี้ ไม่ว่าสาเหตุของไฟไหม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม อาจทำให้การขนส่งเชื้อเพลิงในภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดของอิหร่านเกิดความยุ่งยาก

  • คลังน้ำมันชาห์ราน : เป็นหนึ่งในศูนย์จัดเก็บและจ่ายเชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเตหะราน โรงกลั่นแห่งนี้มีความจุเกือบ 260 ล้านลิตรในถัง 11 ถัง ถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในโครงข่ายเชื้อเพลิงในเขตเมืองของเมืองหลวง โดยจ่ายน้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบินไปยังสถานีปลายทางหลายแห่งทางตอนเหนือของเตหะราน

  • แหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส : แหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งที่มาของก๊าซสองในสามของการผลิตของอิหร่าน ซึ่งใช้กันทั่วประเทศ อิหร่านแบ่งปันแหล่งก๊าซจากที่นี่ให้กับกาตาร์ ประเทศเพื่อนบ้านด้วย การโจมตีดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายและเพลิงไหม้อย่างรุนแรงที่โรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเฟส 14 และทำให้แท่นผลิตนอกชายฝั่งที่ผลิตได้ 12 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันต้องหยุดทำงาน

  • โรงกลั่นก๊าซธรรมชาติ ฟัจร์ จามในจังหวัดบูเชห์ร หยุดชะงักกระทบต่อการใช้ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงภายในประเทศของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับจังหวัดทางตอนใต้และตอนกลาง และการที่ไฟฟ้าดับทำให้เศรษฐกิจเสียหายประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามการประมาณการของรัฐบาล

ขณะที่ทั่วโลกเองนั้นก็พบกับความตึงเครียดจากราคาน้ำมันที่อาจสูงขึ้น โดยในการโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 7.26% ปิดที่ราว 72.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7% ปิดที่ราว 74.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ และเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 14% และ 13% ตามลำดับ

ราคาที่พุ่งขึ้นสูงนี้ ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ทั้งนักวิเคราะห์ยังมองว่าการพุ่งขึ้นในระดับนี้สูงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วง เดือนเมษายนและตุลาคม 2024

แม้ว่ามีการประเมินว่า OPEC หรือองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน จะพยายายามหาทางชดเชยการผลิตแทนอิหร่าน หรือทยอยการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจก็ แต่ก็เป็นไปได้ยากเช่นกันที่จะชดเชยการผลิตจากอิหร่านได้ทั้งหมด

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรของไทยเองก็มองว่า ความตึงเครียดนี้ นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในวงกว้าง ในระยะสั้น ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนสูงจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และชี้ว่าอาจส่งผลต่อ ห้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำเพิ่มขึ้นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...