โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTAMชวนลงทุนตราสารหนี้ ชูกองเน้นสร้างกระแสรายได้

ทันหุ้น

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.14 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.14 น.

#KTAM #ทันหุ้น - KTAM มองบวกตราสารหนี้ทั่วโลก แถมช่วยสร้างกระแสรายได้ระหว่างทางภายใต้สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน โดยส่งกองทุน “KTWC-INCOME” เสนอขาย 17-23 มิถุนายนนี้ โดยกองทุนดังกล่าวเป้นกองทุนผสม เน้นลงทุนใน ETF ต่างประเทศ ที่ลงทุนทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึง ทรัพย์สินทางเลือก

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นจังหวะโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากตราสารหนี้ทั่วโลก พร้อมกับโอกาสการสร้างกระแสรายได้ระหว่างทางให้กับนักลงทุน เพื่อช่วยชดเชยความผันผวนภายใต้สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน บริษัท จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงไทย World Class Income (KTWC-INCOME) บริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนจาก Fidelity International ซึ่งที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มกองทุน KTWC Series โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 17 – 23 มิถุนายน 2568 นี้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ผ่านธนาคารกรุงไทย รวมถึงแอปพลิเคชัน Next และ KTAM Smart Trade

*เสริฟกองทุนผสม

สำหรับกองทุน KTWC-INCOME เป็นกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ ทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมและ/หรือ ETFอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุน เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV และกองทุนมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

อย่างไรก็ตาม กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของ NAV โดยกองทุนจะเน้นกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลก เพื่อโอกาสรับกระแสรายได้ระหว่างทางอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง

*เน้นสร้างกระแสรายได้

กองทุนมีกลยุทธ์เน้นสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลาย โดยจะเน้นการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลกใน สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ (Quality Assets) เช่น พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้ Investment Grade ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (>BBB-), สินทรัพย์เพื่อสร้างกระแสรายได้ (Carry Assets) เช่น ตราสารหนี้ High Yield และตราสารหนี้ Emerging Market

และ สินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ (Opportunistic Assets) เช่น Leveraged Loan, Listed Private Debt (BDCs) และหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยเบื้องต้นได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนเป้าหมายในกลุ่มตราสารหนี้ High Yield ประมาณ 35% และสินทรัพย์ทางเลือกประมาณ 10%

นอกจากความน่าสนใจจากการสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลายในทุกสภาวะตลาด และบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง FIL Investment Management (Hong Kong) Limited แล้ว ยังสามารถมีโอกาสสร้างกระแสรายได้ในระดับที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร ผ่านกระบวนการในการสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัย พร้อมทั้งยังสร้างความสมดุลด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากแหล่งที่มาของความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลความเสี่ยงระหว่างด้านเครดิต และด้านอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เกิดเสถียรภาพตลอดวัฏจักรของตลาดด้วย

สำหรับจุดเด่นของ KTWC-INCOME นอกจากจะเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนแล้ว ยังมาจาก Yield ของตราสารหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันที่อยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับในอดีต จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนเพื่อสร้างกระแสรายได้ในอนาคต รวมถึงแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ที่อาจช่วยให้ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้แก่เงินลงทุนได้

นอกจากนี้ บริษัทในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากกว่าช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินโลก จึงส่งผลให้พื้นฐานของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าในอดีต โดยจะเห็นได้จากระดับหนี้สินที่ต่ำลง และมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่ลดลง ดังนั้น กองทุน KTWC-INCOME จึงเป็นทางเลือกอีกหนึ่งกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในช่วงสภาวะตลาดที่มีความผันผวน และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเน้นลงทุนในตราสารหนี้มากกว่าหุ้นได้เช่นกัน” นางชวินดา กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...