KTAMชวนลงทุนตราสารหนี้ ชูกองเน้นสร้างกระแสรายได้
#KTAM #ทันหุ้น - KTAM มองบวกตราสารหนี้ทั่วโลก แถมช่วยสร้างกระแสรายได้ระหว่างทางภายใต้สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน โดยส่งกองทุน “KTWC-INCOME” เสนอขาย 17-23 มิถุนายนนี้ โดยกองทุนดังกล่าวเป้นกองทุนผสม เน้นลงทุนใน ETF ต่างประเทศ ที่ลงทุนทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึง ทรัพย์สินทางเลือก
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นจังหวะโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากตราสารหนี้ทั่วโลก พร้อมกับโอกาสการสร้างกระแสรายได้ระหว่างทางให้กับนักลงทุน เพื่อช่วยชดเชยความผันผวนภายใต้สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน บริษัท จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงไทย World Class Income (KTWC-INCOME) บริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนจาก Fidelity International ซึ่งที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มกองทุน KTWC Series โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 17 – 23 มิถุนายน 2568 นี้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ผ่านธนาคารกรุงไทย รวมถึงแอปพลิเคชัน Next และ KTAM Smart Trade
*เสริฟกองทุนผสม
สำหรับกองทุน KTWC-INCOME เป็นกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ ทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมและ/หรือ ETFอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุน เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV และกองทุนมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
อย่างไรก็ตาม กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของ NAV โดยกองทุนจะเน้นกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลก เพื่อโอกาสรับกระแสรายได้ระหว่างทางอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง
*เน้นสร้างกระแสรายได้
กองทุนมีกลยุทธ์เน้นสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลาย โดยจะเน้นการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลกใน สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ (Quality Assets) เช่น พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้ Investment Grade ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (>BBB-), สินทรัพย์เพื่อสร้างกระแสรายได้ (Carry Assets) เช่น ตราสารหนี้ High Yield และตราสารหนี้ Emerging Market
และ สินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ (Opportunistic Assets) เช่น Leveraged Loan, Listed Private Debt (BDCs) และหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยเบื้องต้นได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนเป้าหมายในกลุ่มตราสารหนี้ High Yield ประมาณ 35% และสินทรัพย์ทางเลือกประมาณ 10%
นอกจากความน่าสนใจจากการสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลายในทุกสภาวะตลาด และบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง FIL Investment Management (Hong Kong) Limited แล้ว ยังสามารถมีโอกาสสร้างกระแสรายได้ในระดับที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร ผ่านกระบวนการในการสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัย พร้อมทั้งยังสร้างความสมดุลด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากแหล่งที่มาของความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลความเสี่ยงระหว่างด้านเครดิต และด้านอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เกิดเสถียรภาพตลอดวัฏจักรของตลาดด้วย
สำหรับจุดเด่นของ KTWC-INCOME นอกจากจะเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนแล้ว ยังมาจาก Yield ของตราสารหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันที่อยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับในอดีต จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนเพื่อสร้างกระแสรายได้ในอนาคต รวมถึงแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ที่อาจช่วยให้ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้แก่เงินลงทุนได้
นอกจากนี้ บริษัทในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากกว่าช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินโลก จึงส่งผลให้พื้นฐานของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าในอดีต โดยจะเห็นได้จากระดับหนี้สินที่ต่ำลง และมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่ลดลง ดังนั้น กองทุน KTWC-INCOME จึงเป็นทางเลือกอีกหนึ่งกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในช่วงสภาวะตลาดที่มีความผันผวน และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเน้นลงทุนในตราสารหนี้มากกว่าหุ้นได้เช่นกัน” นางชวินดา กล่าว