โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาดการณ์สถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 31 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2568 จากฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด | The Structure

The Structure

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 19.39 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 12.39 น. • The Structure

คาดการณ์สถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 31 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2568 จากฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด

เนื่องจากวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ของปีนี้ ตรงกับวันอังคารที่ 3 มิ.ย. และมีการประกาศให้วันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. เป็นวันหยุดเพิ่มเติม ส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. – 3 มิ.ย.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าบรรยากาศท่องเที่ยวจะคึกคักมากกว่าช่วงวันพืชมงคลต่อเนื่องวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาเล็กน้อย

โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งสิ้น 3.59 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.2% สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 15,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับวันพืชมงคลฯ ที่ผ่านมาทั้งจำนวนและรายได้ และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 67% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 41%

สำหรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ส่วนใหญ่จะเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ เน้นการขับรถเที่ยวภายในภูมิภาคหรือจังหวัดใกล้เคียง แต่เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวในเดือนพฤษภาคมที่มีหลายช่วงไปไม่นาน อีกทั้งเดือนมิถุนายนยังเป็นช่วงเพิ่งเปิดภาคเรียน นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวซึ่งเป็นตลาดหลักมีการใช้จ่ายของบุตรหลานในภาคการศึกษาใหม่ ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ส่วนภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคกลาง 974,500 คน-ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 711,600 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 655,400 คน-ครั้ง ในขณะที่ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร 4,890 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 3,130 ล้านบาท และภาคใต้ 2,500 ล้านบาท

ส่วน 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา

และ 5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี เชียงราย พิษณุโลก และนครพนม

จังหวัดที่มีอัตราการเข้าพักสูงสุด ได้แก่

1 ประจวบคีรีขันธ์ มีอัตราการเข้าพัก 86% เป็นของชาวไทย 77%

2 สมุทรสงคราม มีอัตราการเข้าพัก 82% เป็นของชาวไทย 80%

3 กาญจนบุรี มีอัตราการเข้าพัก 79% เป็นของชาวไทย 78%

4 ชลบุรี มีอัตราการเข้าพัก 78% เป็นของชาวไทย 41%

5 บึงกาฬ มีอัตราการเข้าพัก 78% เป็นของชาวไทย 77%

สำหรับปัจจัยอุปสรรคประกอบด้วย

  • การระมัดระวังการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว

เนื่องจากมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ที่ราคาสินค้าแพงขึ้น ตามมาด้วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนี้สินครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ผนวกกับมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินน้อย จึงต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ส่งผลต่อการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว สะท้อนได้จากดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวที่มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยที่มีกำลังซื้อ

ซึ่งนิยมเดินทางในช่วงที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่เอื้อต่อการเดินทางเที่ยวต่างประเทศ ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินเยน มาตรการยกเว้นวีซ่าทั้งจีนและไต้หวัน โปรโมชั่นราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม

สะท้อนได้จากข้อมูล Google Trends ในช่วงวันที่ 13-20พฤษภาคม 2568 มีการค้นหา “ที่เที่ยว” ในเมืองต่างๆ อาทิ ฮอกไกโด โอกินาว่า นาโกย่า หางโจว ฉงชิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ดานัง ฮานอยเพิ่มขึ้นมาก

  • เข้าสู่ช่วงฤดูฝน แหล่งท่องเที่ยวปิดให้บริการ

โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติหลายแห่งเริ่มปิดให้บริการเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ผนวกกับกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์สภาพอากาศในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ประเทศไทยยังมีฝนตกชุกและต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ไม่เอื้อให้เกิดการเดินทาง

ขณะเดียวกันแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามันของภาคใต้ และฝั่งอ่าวไทยของภาคตะวันออก กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมเกิดคลื่นลมแรง ทำให้ไม่เหมาะแก่การทำกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำ

#TheStructure

#TheStructureNews

#ททท #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#AmazingThailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...