โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บอร์ดอรฟท.อนุมัติกิจการร่วมลงทุน PGWR ได้สิทธิ์ใช้ประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 20 ปี คาดรายได้ 8 พันล.

สยามรัฐ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 15.39 น.

บอร์ด รฟท. อนุมัติให้กิจการร่วมลงทุน PGWR เป็นผู้ได้สิทธิ์การใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ระยะเวลา 20 ปี เพื่อยกระดับสู่ Lifestyle Destination ใจกลางเมือง คาดสร้างรายได้สะสมกว่า 8 พันล้านบาท

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟท.เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติผลการคัดเลือกผู้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย มีประกาศเชิญชวนยื่นข้อเสนอผลตอบแทนการใช้ประโยชน์ฯ โดยให้สิทธิแก่กิจการร่วมลงทุน PGWR ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เปรม กรุ๊ป เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท วราพัฒนาทรัพย์ จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รวมพื้นที่ 47,675 ตารางเมตร เป็นระยะเวลา 20 ปี เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ยกระดับให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็น Lifestyle Destination แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร มุ่งเน้นพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางค้าปลีก ร้านอาหาร พื้นที่พักผ่อน และบริการที่ครบวงจร เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่การรถไฟฯ

สำหรับแผนการส่งมอบพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์จะแบ่งเป็นระยะๆ ได้แก่ ปีที่ 1 ส่งมอบพื้นที่ประมาณ 10,687 ตารางเมตร ปีที่ 2 ส่งมอบพื้นที่เพิ่มเติมอีกประมาณ 7,694 ตารางเมตร ปีที่ 3 ส่งมอบพื้นที่เพิ่มเติมอีกประมาณ 7,694 ตารางเมตร ส่วนที่เหลือประมาณ 21,600 ตารางเมตร คาดว่าจะส่งมอบภายในปีที่ 5 นับจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

ทั้งนี้ กิจการร่วมลงทุน PGWR เสนอผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) สำหรับปีแรกให้แก่ การรถไฟฯ เป็นจำนวนเงิน 79,906,463 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับเพิ่มจากค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้สิทธิ (ค่าเช่า) และค่าส่วนกลาง ทำให้ในปีแรก การรถไฟฯ จะได้รับผลตอบแทนรวมทั้งหมดเป็นเงิน 158,585,063 บาท ถือเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าสัญญาเช่าอื่น ๆ ของการรถไฟฯ ในพื้นที่ใกล้เคียง

การรถไฟฯ ยังคาดการณ์ว่า สำหรับผลตอบแทนที่จะได้รับในปีที่ 2 จะอยู่ที่ประมาณ 222 ล้านบาท ปีที่ 3 ประมาณ 288 ล้านบาท และในปีที่ 5 คาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 487 ล้านบาท ซึ่งประเมินจากจำนวนพื้นที่ที่ส่งมอบ รวมทั้งอัตราค่าเช่า และผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ที่จะปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ผลตอบแทนดังกล่าวได้รวมค่าส่วนกลางที่การรถไฟฯ ปรับขึ้นร้อยละ 10 ทุกๆ 3 ปี ทำให้ตลอดอายุสัญญา 20 ปี คาดว่าการรถไฟฯ จะได้รับผลตอบแทนสะสมประมาณ 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ เพื่อบริหารความเสี่ยงของโครงการผู้ได้รับสิทธิต้องวางเงินหลักประกันสัญญาให้แก่การรถไฟฯ เพื่อคุ้มครองความเสียหายจากการผิดเงื่อนไขตามข้อกำหนดในสัญญา และจะคงไว้ตลอดอายุสัญญาจนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพัน ขณะเดียวกัน บอร์ด รฟท. ยังมอบหมายให้การรถไฟฯ แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับและบริหารสัญญาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างเคร่งครัดด้วย ทั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการรถไฟฯ ในการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และศูนย์กลางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของประเทศอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...