โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.เปิดเกมยื่นซักฟอกรัฐบาลแทนหลังไม่ยอมเปิดสภาวิสามัญถกปมกัมพูชา

The Better

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น. • THE BETTER
“วุฒิสภา"พลิกเกมขอเปิดเวทีซักฟอกรัฐบาลปมพิพาท “ไทย-กัมพูชา"ตามมาตรา 153 หลังรัฐบาลปฏิเสธไม่เปิดสภาวิสามัญตามที่ส.ว.เสนอ

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร และความมั่นคงของรัฐ นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ฐานะประธานกมธ. น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. และ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว.ออกแถลงการณ์เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหากรณีแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

โดย พล.อ.สวัสดิ์ ระบุว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากฝ่ายกัมพูชาฐานะผู้กระทำที่ไร้ความจริงใจ และบ่อนทำลายประเทศไทยด้วยสารพัดวิธี เพื่อหวังครอบครองแผ่นดินไทเป็นของตน และจากสภาพปัญหาที่ซับซ้อนและตึงเครียด และมีความเห็นจากเวทีวิชาการมองว่าการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจากผู้นำไทยนั้นด้อยความสามารถ ขาดภาวะผู้นำ และกลับขานรับคำว่า โน แมนส์ แลนด์ ตามที่คนนอกรัฐบาลเหยียบย่ำซ้ำเติมด้วยการบอกว่าให้เปลี่ยนจากการยิงกันเป็นการเตะตระกร้อม เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีแต่ป่า ทำเป็น โน แมนส์ แลนด์ ดีกว่า

ทั้งนี้หน้าที่ของวุฒิสภาในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน มีสิทธิขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้ ครม. แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 เพื่อให้สว.เสนอความคิดและแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาลนำไปประกอบการตัดสินใจโดยเร็วต่อไป

"จากเหตุการณ์ต่างๆ และสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ การที่ผู้นำรัฐบาล คือ นายกฯ ขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลกระทบในทางลบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อครม. โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดน ซึ่งกระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของไทย หากปล่อยให้นายกฯ และครม.ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ตามอำเภอใจ อาจทำให้อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไทยถูกรุกล้ำและยึดครอง" พล.อ.สวัสดิ์ ระบุ

ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า การเปิดอภิปรายทั่วไปดังกล่าวเป็นอำนาจของสว. ที่จะทำได้ โดยรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ในขั้นตอนอาจต้องถามรัฐบาลว่าสะดวกมาเมื่อไร อย่างไรก็ดีการเข้าร่วมประชุมวุฒิสภาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่อการแก้ปัญหาจะเป็นผลดีกับรัฐบาล ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดการบิดเบือน และทำให้คนไทยตระหนก

“การแก้ปัญหาในพื้นที่ รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการที่กระชับ และเข้มงวด และทันท่วงที ไม่ใช่เลือกการตอบโต้ที่ไม่เข้มแข็ง หรือ ผ่อนปรนให้กับกัมพูชา อย่างไรก็ดีผมสนับสนุนให้ใช้กระบวนการพูดคุยผ่านกลไกทวิภาคีต่างๆ ทั้ง อาร์บีซี เจบีซี และ จีบีซี ทั้งนี้การแก้ไขสถานการณ์ขัดแย้งนั้นต้องคำนึงประโยชน์ชาติ อธิปไตและบูรณภาพแห่งดินแดนน” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

สำหรับกรณีที่สว. เรียกร้องให้เปิดประชุมวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท แต่รัฐบาลปฏิเสธนั้น ทำให้รัฐบาลเสียโอกาสรับฟังแนวทางที่จะนำไปกำหนดมาตรการแก้ปัญหา และไม่มีสมาชิกรัฐสภาเป็นหลักพิง ทั้งนี้กรณีพิพาทเขตแดนนั้นไม่มีเฉพาะในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีเท่านั้นแต่ยังมีแนวพรมแดน อื่นๆ ที่รัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าแนว ทั้งทหาร พลเรือนและฝ่ายปกครองไปดำเนินการที่จำเป็นต้องใช้การแก้ไขที่เป็นเอกภาพ

อย่างไรก็ตาม การเลิกเอ็มโอยู 43 นั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า เอ็มโอยูดังกล่าวไม่ได้ให้การยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน เพราะเป็นแผนที่มาทีหลัง และไม่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบ เพราะไทยยึดแผนที่ 1 ต่อ 5 หมื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...