โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ. สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ รับมือความตึงเครียดบริเวณชายแดน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.50 น.

15 มิถุนายน 2568 กรมสุขภาพจิต ห่วงใยประชาชนในพื้นที่ชายแดนจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการทางใจของตนเองและคนรอบข้าง พร้อมแนะนำเทคนิคผ่อนคลายใจ การพูดคุยกับคนใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณพื้นที่ชายแดนที่กำลังเกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 6, 9 และ 10 ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ความกลัว และความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงหรือความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หากความเครียดเหล่านี้สะสมหรือดำเนินไปอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ภาวะหมดไฟ (burnout) ได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม

กรมสุขภาพจิต จึงเน้นย้ำให้ประชาชนใส่ใจสังเกตอาการทางจิตใจของตนเองและสมาชิกในครอบครัว เช่น ความรู้สึกวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอนไม่หลับ หรือรู้สึกหมดกำลังใจ การดูแลสุขภาพจิตอย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายจิตใจ เช่น การฝึกหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกายเบา ๆ

นอกจากนี้ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคนใกล้ชิดยังช่วยลดความโดดเดี่ยวทางอารมณ์และเสริมสร้างระบบสนับสนุนทางสังคม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้เข้มแข็ง รวมทั้งติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิตได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล และศูนย์สุขภาพจิตในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและทรัพยากรในการให้บริการดูแลสุขภาพจิตแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดต่อรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพจิตในช่วงเวลาวิกฤตนับเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรได้รับความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดูแลสุขภาพกาย เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวและเสริมสร้างความมั่นคงของชุมชน

กรมสุขภาพจิต ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุข หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรืออาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก รวมถึงส่งเสริมความเข้าใจ ความอดทน และความสามัคคีในสังคม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน โดยกรมสุขภาพจิตจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...