โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐประหารเงียบ นิติสงครามในเงามืด ภัยคุกคามรัฐบาลแพทองธาร

PostToday

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 21.24 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 04.02 น.

รายงานพิเศษ: "รัฐประหารเงียบ" ภัยคุกคามประชาธิปไตยผ่านกลไกกฎหมาย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา วาทกรรมเกี่ยวกับการ "รัฐประหารเงียบ" ได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง คำกล่าวอ้างนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจโดยตรงเช่นในอดีต แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นผ่านการใช้กลไกทางกฎหมายและองค์กรอิสระ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนหลักการประชาธิปไตยอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง

นิติสงคราม: หัวใจของ "รัฐประหารเงียบ"
แก่นแท้ของแนวคิด "รัฐประหารเงียบ" คือการทำ "นิติสงคราม" หรือการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายทางการเมือง องค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), และศาลคดีทุจริตฯ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนี้ โดยถูกมองว่าอาจเป็นช่องทางในการสร้างความชอบธรรมให้กับการเปลี่ยนแปลงอำนาจโดยปราศจากการใช้กำลัง

เป้าหมาย การขับเคลื่อน

มีการวิเคราะห์ว่าเป้าหมายหลักของการขับเคลื่อน "รัฐประหารเงียบ" ในสถานการณ์ปัจจุบันคือการ "ล้างบาง" นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงการนำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหาร

กระบวนการเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับความขัดแย้งเชิงโครงสร้างทางอำนาจ ทั้งจากปัญหาภายในประเทศและบางครั้งอาจเกี่ยวพันกับประเด็นละเอียดอ่อนด้านอาณาเขตและผลประโยชน์ทับซ้อน

กรณีศึกษาที่ถูกจับตา

หลายกรณีที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมาถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มของ "รัฐประหารเงียบ" อาทิ:

การร้องเรียนทุจริตงบประมาณ: กรณีที่ ป.ป.ช. รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตงบประมาณโครงการจัดการน้ำในปี 2565 มูลค่า 584 ล้านบาท โดยมีการกล่าวหาว่ามีการจัดสรรงบประมาณให้กับ ส.ส. ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่ห้ามนักการเมืองมีส่วนได้เสียในงบประมาณ

โครงการ Digital Wallet: การยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้พิจารณาถอดถอนคณะรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. จากการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. สืบเนื่องจากการโยกงบประมาณ 35,000 ล้านบาท (ซึ่งเดิมเป็นงบชำระหนี้) ไปใช้ในโครงการ Digital Wallet แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายก็ตาม

งบประมาณดูแลอดีตสมาชิกรัฐสภา: กรณีการแปรญัตติงบกลาง 1,256 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนดูแลอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง ที่ห้าม ส.ส. หรือ ส.ว. แปรญัตติงบประมาณเพื่อประโยชน์ของตนเอง

ผลกระทบและวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

หากองค์กรอิสระมีคำวินิจฉัยหรือชี้มูลความผิดในกรณีต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศ:

สิ้นสุดสมาชิกภาพและเพิกถอนสิทธิ์: ส.ส. และ ส.ว. ที่เกี่ยวข้องอาจต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพและถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการสมัครรับเลือกตั้งในอนาคต

คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง: หากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรีโดยรวม อาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

การชดใช้เงินงบประมาณ: ผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดชอบชดใช้เงินงบประมาณที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

การ "ล้างสภา" หรือ "รีเซตการเมือง": ในกรณีที่มีนักการเมืองจำนวนมากถูกเพิกถอนสิทธิ์ อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เรียกว่า "การล้างสภา" หรือ "รีเซตการเมือง" ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ หรือเลวร้ายที่สุดคือความกังวลว่าจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้

ความไม่แน่นอนทางการเมือง: วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นจากการ "รัฐประหารเงียบ" จะสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ
"รัฐประหารเงียบ" สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบอบประชาธิปไตยที่ถูกท้าทายด้วยการตีความและบังคับใช้กฎหมายโดยองค์กรอิสระ ซึ่งอาจมีเจตนาหรือถูกบงการเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

การทำความเข้าใจถึงกลไกและผลกระทบของปรากฏการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น และร่วมกันหาทางป้องกันมิให้ประชาธิปไตยไทยต้องเผชิญกับวิกฤตที่เกิดจากการ "ยึดอำนาจ" อย่างไร้เสียงปืน.

ที่มาประกอบเนื้อหาข่าว เนชั่นสุดสัปดาห์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...