โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทอท.เผยคิงเพาเวอร์ขอเจรจายกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี 5 สนามบิน หวังปรับสัญญาเป็นธรรม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 18.37 น.

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. เปิดเผยกับ " ฐานเศรษฐกิจ"ว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้ส่งหนังสือถึงทอท.เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยในหัวหนังสือระบุเรื่องว่าขอเจรจาเพื่อยกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร รวมทั้งหมด 3 สัญญา

ได้แก่ 1. สัญญาร้านค้าปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2. สัญญาร้านค้าปลอดอากรท่าอากาศยานดอนเมือง และ 3.สัญญาร้านค้าปลอดอากร 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่

แต่ในเนื้อหาในหนังสือไม่ได้ระบุถึงการขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี แต่จะเป็นเรื่องของการขอเจรจาปรับสัญญาร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) จำนวน 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, สัญญาท่าอากาศยานดอนเมือง และสัญญาท่าอากาศยานภูมิภาค

ปวีณา จริยฐิติพงศ์

คิงเพาเวอร์ฯ ระบุถึงผลกระทบที่ได้รับมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเกิดสงครามในหลายภูมิภาค กรณีสงครามการค้าและกำแพงภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ผู้โดยสารจีนที่มีกำลังซื้อสูงลดลง การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์ การขอคืนพื้นที่ รวมถึงสภาพในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากช่วงที่ประมูลและทำสัญญาร่วมกัน ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม จึงขอเจรจาสัญญาในเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับการประกอบกิจการต่อไปได้

เราก็ต้องมาพิจารณาว่าที่ผ่านมามีการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยรวมในระดับไหนบ้าง และกับคิงเพาเวอร์ เป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้คำว่า "มาตรการช่วยเหลือ" ตามที่รัฐบาลใช้ในช่วงนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่การช่วยเหลือในแง่ที่ลดค่าตอบแทน การปรับจาก Minimum Guarantee (MG) เป็น Revenue Sharing มันเป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบการคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์

คิงเพาเวอร์ไม่เคยได้รับการยกเว้น MG เหมือนรายอื่น เราแค่เปลี่ยนรูปแบบให้เป็นการแบ่งรายได้ แต่ในสาระสำคัญแล้ว ค่าตอบแทนยังคงเดิม แต่มีการยืดการชำระการจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ อีกเรื่องคือการยกเลิกสินค้าขาเข้า ซึ่งกระทบยอดขาออกด้วย เพราะคนที่เดินทางออกไม่สามารถซื้อของฝากไว้ได้เหมือนเดิม

อีกทั้งเราก็ต้องคิดว่าเรามองในมุมของเราเองมากไป คิดว่าประโยชน์เราสูงสุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ลูกค้าต้องจ่ายเราสูงสุด ถูกต้องกับสถานการณ์ขณะนี้หรือไม่ ก็ต้องมาพิจารณา

ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ในวันนี้ (วันที่ 16 มิถุนายนนี้) ทอท.จะขอความเห็นชอบจากบอร์ดทอท. ในการจ้างที่ปรึกษา ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการที่เป็นคนกลาง หรือ Third Party ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา และขอจ้าง สถาบันการศึกษาอาจจะ 1-2 แห่ง เพื่อเป็นที่ปรึกษาศึกษาแนวทางและนำมาพิจารณาเปรียบเทียบ เพื่อหาแนวทางที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

สัญญาที่ทอท.ทำกับคิงเพาเวอร์ เป็นสัญญาเชิงธุรกิจ ที่ผ่านการตรวจสอบโดยอัยการสูงสุด สัญญาจึงสามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพต่างๆได้ ซึ่งไม่ใช่สัญญาตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสัญญาเชิงพาณิชย์ของทอท.เป็นสัญญาเชิงธุรกิจทั้งหมด

โดยแนวทางการศึกษา ก็ต้องมีทั้งเรื่องแนวทางการแก้ไขสัญญา หรือ กรณีอาจจะยกเลิกสัญญา แล้วต้องเปิดประมูลใหม่ โดยทอท.จะต้องเร่งหาข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 2 เดือน ซึ่งทอท.ได้แจ้งให้คิงเพาเวอร์รับทราบแล้ว ว่าต้องใช้เวลาในการศึกษา คงไม่ทันกับที่คิงเพาเวอร์ คาดหวังว่าจะให้ได้ข้อยุติภายใน 45 วัน

"มีแค่ 2 ทางเลือก คือ ยกเลิกสัญญาหรือไม่ยกเลิก ถ้าไม่ยกเลิกจะทำยังไง เราอยากให้คนเก่งๆ มาช่วยกันคิด โดยต้องดูรอบด้าน ทั้งธุรกิจ กฎหมาย และการเงิน"

ที่ผ่านมาคิงเพาเวอร์ มีหนี้กับทอท.ประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเขาจ่ายตามดีลที่ตกลงกัน คือเป็นการเลื่อนชำระแล้วถึงกำหนดก็ชำระ เขาไม่เคยผิดนัดการชำระในส่วนที่ตกลงกันแล้ว แต่เขาไม่ยอมจ่ายหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าไม่เป็นธรรม เราก็บอกชัดว่าถ้าไม่จ่าย เราก็เก็บค่าปรับตามสัญญา เขาก็รับทราบ

“คิงเพาเวอร์ฯ ถือเป็นคู่ค้าสำคัญของ ทอท. เพราะมีสัดส่วนรายได้กว่า 10% ขณะที่ ทอท.มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นไม่ว่าจะปรับแก้สัญญาหรือยกเลิก ต้องเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย"

อีกทั้งในระหว่างการรอความชัดเจนจาก ทอท. คิงเพาเวอร์ฯ จะขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนจากดิวตี้ฟรี จากปัจจุบันที่จ่ายในรูปแบบ Minimum Guarantee ในสัดส่วน 33-34% ของรายได้จากดิวตี้ฟรี ไปเป็นรูปแบบ Sharing per Head ซึ่งจะมีสัดส่วนลดลงเหลือประมาณ 20% รายได้จากดิวตี้ฟรีของคิงเพาเวอร์ กลับไปคล้ายกับในช่วงที่มีมาตรการช่วยเหลือในช่วงโควิดแพร่ระบาด

สำหรับหนังสือ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ระบุว่า นับจากสถานการณ์โควิด-19 ทอท.ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เป็นผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) จำนวน 127.30 บาท โดยเรียกเก็บจากผู้โดยสารขาออก ผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารขาเข้า

แม้ผลกระทบโควิด-19 จะคลี่คลาย แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทฯไม่คาดคิดและเกิดผลกระทบต่อการประกอบธุริกจจำหน่ายสินค้าปลอดอากรของบริษัทฯ อันเป็นเหตุสุดวิสัย

ไม่ว่าจะเป็นเหตุสงครามในหลายภูมิภาค สงครามการค้า และการกีดกันทางการค้า กำแพงภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้โดยสารจีนที่มีกำลังซื้อสูงลดลง ทำให้ยอดขายลดลง

โดยบริษัทฯ อ้างสาเหตุถึง 7 ประเด็น ที่เป็นเหตุสุดวิสัย ส่งผลต่อยอดจำหน่ายและการประกอบการของบริษัทฯ และส่งผลทำให้ค่าตอบแทนที่บริษัทฯต้องชำระให้แก่ทอท.อยู่ในเกณฑ์ที่สูงผิดปกติกว่าที่ควรจะเป็นและที่ได้เสนอไว้

ผลกระทบต่างๆ เป็นผลให้บริษัทฯ ประสบกับภาวะขาดทุนจากแบกรับภาระ อัตราค่าตอบแทนที่สูงผิดปกติและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์จนส่งผลให้บริษัทฯ มีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนชำระค่าภาระต่างๆ มาเป็นระยะๆ ซึ่งเหตุการณ์อันส่งผลกระทบเหล่านั้นเป็นเหตุสุดวิสัยอันมิได้เกิดจากการกระทำหรือความผิดจากบริษัทฯ แต่ประการใดทั้งสิ้น

แต่ในทางกลับกับ ทอท. กลับพิจารณาและดำเนินการตามที่ ทอท.เห็นสมควรเพียงลำพังและเป็นประโยชน์แก่ ทอท. เพียงฝ่ายดียว โดยมิได้หารือบริษัทฯ เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อทั้งสองฝ่าย หรือมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกันกับบริษัทฯ ที่มีมากกว่าผลกระทบด้านค่าตอบแทน

ดังนั้น ด้วยเหตุต่างๆ ที่ยังไม่คลี่คลายในขณะนี้ และยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ รวมถึงความไม่มั่นใจในการให้ความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาของ ทอท. บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องขอให้เกิดการหารือเพื่อหาแนวทางและข้อยุติอื่นๆ รวมถึงแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปออดอากร ดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติภายใน 45 วัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ ในระหว่างการพิจารณาของ ทอท. บริษัทฯ ขอนำส่งค่าตอบแทนตามสัญญาประมูลในอัตรา 20 % ของยอดจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในแต่ละเดือน ซึ่งภายหลังสิ้นเดือน เมื่อทราบยอดจำหน่าย บริษัทฯ จะคำนวณค่าตอบแทนในอัตรา 20 % และชำระค่าตอบแทนดังกล่าวภายในวันสุดท้ายของเดือนถัดไป

โดยเริ่มจากยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2568 (เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเวลาชำระเงินสำหรับค่าตอบแทนขั้นต่ำ เดือนกันยายน 2567 ถึงเดือนมิถุนายน 2568) ซึ่งจะทราบยอดจำหน่ายภายหลังสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 และจะชำระค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20ให้แก่ ทอท. ภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนขั้นต่ำของเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเดิมบริษัทฯ ต้องชำระให้แก่ ทอท. ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และขอให้ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระ โดยขอให้แนวทางการนำส่งค่าตอบแทนข้างต้นมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ข้อยุติจากการเจรจา

สำหรับสถานการณ์ที่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ระบุเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมิได้เกิดจากการกระทำของบริษัทฯ โดยเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบการและปฎิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ได้ ดังนี้

1. การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจากนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 กระทบต่อวิธีการคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ลดลงจากการหยุดประกอบการร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าอย่างไม่เป็นธรรม และแตกต่างจากเจตนาของ TOR และสัญญาฯอย่างมีนัยสำคัญ

2. การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์อันส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายภายในร้านค้าปลอดอากร ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ.2530 (ฉบับที่ 7 ) ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ยกเว้นอากรสินค้าไวน์ที่ระบุไว้ในประกาศฯ (จากเดิมอัตราอากรอยู่ที่ร้อยละ 60) ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่าย

3. การขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการของทอท. บางส่วน(เนื้อที่ประมาณ 491.220 ตารางเมตร) ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งทอท.ใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ต้องชำระให้แก่ทอท.ที่ปรับลดลงตามสัดส่วนของพื้นที่ขอคืนมีผลต่อยอดจำหน่ายสินค้าลดลง

4. การขาดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ซี่งมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยสูงสุด

5. สถานการณ์ภายในประเทศอันส่งผลทางลบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้โดยสาร เช่น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ การปิดตัวของบริษัทในหลายอุตสาหกรรม อาชญากรรมทางไซเบอร์ (แก๊งค์ คอลเซ็นเตอร์) หรือการถล่มของตึกสตง.จากแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเทศ

6. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีผลกระทบต่อธุรกิจ

7. สถานการณ์สงครามและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ บริษัทฯอ้างสัญญาข้อ 7.9 หน้า 25 ระบุว่า ในกรณีทีเกิดเหตุขัดจ้องหรือมีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเหตุให้คู่สัญญาฝายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้โดยไม่ได้มีสาเหตุมาตากความผิดของคู่สัญญาฝ่ายใด คู่สัญญาจะเจรจาเพื่อหาทางแก้ไข

ข้อ 7.7 หน้า 25 ในกรณีที่ข้อกำหนดของสัญญาข้อใดข้อหนึ่งตกเป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงในข้อกำหนดอื่นยังมีผลบังคับกันได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสัญญาที่มีผลในทางพาณิชย์

ข้อ 7.5 หน้า 25 ภายใต้บังคับของกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับทอท. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญานี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงเพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผย ว่า หนังสือที่ คิงเพาเวอร์ ส่งไปยังทอท.นั้น เป็นการส่งไปก่อนที่ตนเองจะเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารของ คิงเพาเวอร์ฯ

นิตินัย ศิริสมรรถการ

แต่เมื่อตนเข้ามาเป็นซีอีโอ ก็คงต้องรอการตอบกลับจากทอท.ก่อนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป ถ้าทอท.พิจารณาให้มีการเจรจาสัญญาตนก็จะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ต่อไป ในฐานะซีอีโอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...