หุ้นไทยวันนี้ ผันผวนในกรอบ 1,110-1,130 จุด การเมืองใน-นอกประเทศรุมเร้า
หุ้นไทยวันนี้ 16 มิ.ย. นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยผันผวน ในกรอบ 1,110-1,130 จุด จากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ที่ยกระดับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังขาดความแน่นอนในระยะยาวอยู่ รวมถึงการปรับครม. ที่ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน ติดตามประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ
16 มิถุนายน 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวลงต่อ มีแนวรับที่ 1,118 และ 1,100-1,094 ตามลำดับ แนวต้านยังอยู่ที่ 1,127 โดยสงครามในตะวันออกกลางกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังถูกกดดันจากกังวลเสถียรภาพทางการเมืองไทย และข่าวคิงเพาเวอร์ขอยกเลิกสัมปทานดิวตี้ฟรียังกดดัน AOT ต่อ
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม (ญี่ปุ่น อินเดีย) หลังมีข้อสรุปเบื้องต้นกับจีนแล้ว รวมถึงการแจ้งอัตราภาษีแบบฝ่ายเดียวกับประเทศอื่นๆ ใน 1-2 สัปดาห์นี้ ขณะที่ปัจจัยภายในยังติดตามความไม่แน่นอนทางการเมือง (การปรับ ครม.) และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(เที่ยวไทยคนละครึ่ง และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท.)
อย่างไรก็ดีเชื่อว่า ช่วงต้น เม.ย. SET ได้ปรับลงสะท้อนวิกฤติจากนโยบายเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไปแล้ว (มอง SET ผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้วที่ Downside 1,032 จุด) และยังคงมุมมองว่าหากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ 1,100 ยังเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดวันนี้ตลาดอยู่ในช่วงผันผวน มีปัจจัยกดดันหลักจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งในสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่ยกระดับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา โดยถึงแม้การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) จะได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ก็ยังขาดความแน่นอนในระยะยาวอยู่ รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน
แนวโน้มในวันนี้ แนะนำให้ติดตามประเด็นการเมืองระหว่างประเทศต่อไป โดยในส่วนของอิสราเอล-อิหร่าน ถ้าหากมีการยืดเยื้อที่จะเป็นปัจจัยลบต่อนักลงทุนแน่นอน และให้ติดตามท่าทีไทย-กัมพูชาสืบเนื่องจากการประชุม JBC ที่จะกระทบต่อตลาดในระยะสั้นไปก่อนพร้อมให้แนวต้าน 1,130 จุด และแนวรับ 1,110 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,100 - 1,140 จุด ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเพิ่มพอร์ตการลงทุน ปัจจัยพื้นฐานไทยยังไม่แข็งแกร่งและเริ่มมีปัจจัยกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงและเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ เพราะคู่ค้าหลักของ AOT อย่าง King Power เริ่มส่งสัญญาณขอเจรจาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ AOT ได้รับจาก King Power (เสี่ยงที่ผลประกอบการ AOT จะมี Downside)
จากนี้รอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เสี่ยง Downside เช่นกันแต่อย่างไรก็ตามระยะสั้นอาจเลือก Trading ในกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) โรงกลั่น (BCP TOP) กลุ่ม Defensive (BDMS) นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)