ช็อก! “สมองเบลอ-ขี้ลืม” ในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องปกติ! หมอเผย 5 วิธี “คืนความจำ” สุดอัศจรรย์!
เมื่อวันที่ 14 ก.พ.นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย โดยเฉพาะอาการนอนไม่หลับ สมองเบลอ และความจำเสื่อมที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัย แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
นพ.เจษฎ์ระบุว่า เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมนาฬิกาชีวิตจะลดลง ส่งผลให้จังหวะการหลับ-ตื่นเพี้ยน บางรายหลับยาก ตื่นเร็ว หรือรู้สึกง่วงในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ง่วงตอนบ่ายแต่ตาค้างในตอนกลางคืน จึงแนะนำให้พยายามตื่นเวลาเดิมทุกวัน ออกไปรับแสงแดดยามเช้า และลดการใช้หน้าจอมือถือก่อนนอน เพื่อรีเซตวงจรการนอนของร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ
ขณะเดียวกัน ความเครียดที่ซ่อนอยู่ในสมองแม้ร่างกายจะไม่รู้สึก อาจทำให้นอนหลับไม่ลึกและกระทบต่อความจำในระยะยาว โดยแนะนำให้ใช้เทคนิคการหายใจแบบ 4-7-8 ฟังเสียงธรรมชาติ หรือเขียนระบายความคิดก่อนนอน เพื่อลดการทำงานของสมองลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การขาดสารอาหารบางชนิดโดยไม่รู้ตัว เช่น แมกนีเซียม วิตามินบี และโอเมก้า-3 ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมองและการนอนหลับ แม้จะทานอาหารครบทุกมื้อก็ตาม เนื่องจากร่างกายดูดซึมได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยแนะนำให้เพิ่มปลาทะเล ผักใบเขียว และถั่วเมล็ดแห้งในมื้ออาหาร หรือพิจารณาเสริมวิตามินภายใต้คำแนะนำของแพทย์
นพ.เจษฎ์ยังกล่าวว่า สมองต้องการการกระตุ้นอยู่เสมอเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อ หากไม่ได้ใช้งานก็จะเสื่อมลง จึงควรฝึกสมองผ่านการเล่นเกมเบา ๆ เช่น Sudoku อ่านหนังสือแนวใหม่ หรือหัดใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงพูดคุยกับผู้คนหลากหลายวัย
สุดท้าย การออกกำลังกายเบา ๆ แต่สม่ำเสมอก็มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองและการนอน เช่น การเดินช้า ๆ หลังอาหารเย็นหรือยืดเส้นยืดสายตอนเช้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเพิ่มสารแห่งความสุขในสมอง
ทั้งนี้ นพ.เจษฎ์ทิ้งท้ายว่า ปัญหาสุขภาพสมองในวัยผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมจำนน หากเข้าใจและใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธี สมองที่เคยเฉื่อยชาอาจกลับมาแจ่มใสได้อีกครั้ง
“เราไม่ได้แก่เพราะอายุอย่างเดียว แต่อาจเพราะร่างกายขาดสิ่งที่เคยได้รับ เช่น แสงแดด การเคลื่อนไหว หรือความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิต ซึ่งล้วนเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอวัยทางสมอง” — หมอเจด กล่าว