โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568

efinanceThai

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.28 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.ค. 68 8:28: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 65.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.09%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 68.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.12%

ราคาน้ำมันดิบปิดทรงตัวในวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บรรลุข้อตกลงภาษีศุลกากรกับญี่ปุ่น

*** สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้าที่จะกำหนดภาษีนำเข้า 15% สำหรับสินค้าของยุโรป โดยจะยกเว้นภาษีสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องบิน สุรา และเครื่องมือแพทย์ โดยอัตรา 15% นี้ จะรวมทั้งภาษีที่มีอยู่เดิมและภาษีเพิ่มเติมที่เรียกเก็บตั้งแต่เดือนเม.ย. ทำให้ฝั่งยุโรปมองว่าภาระภาษีโดยรวมไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาษีรถยนต์ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จะลดลงจาก 27.5% เหลือ 15% ภายใต้ข้อตกลงใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 ภูมิภาค

*** ยอดขายบ้านมือ 2 ในสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. 2025 ลดลง 2.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนถึงภาวะชะลอตัวต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ยังอยู่ใกล้ระดับ 7% และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งกดดันให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ แม้ราคาบ้านเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 2% แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 435,300 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ซัพพลายที่เพิ่มขึ้นกว่า 15% และยอดสร้างบ้านใหม่ที่ชะลอลง ล้วนบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นในอสังหาฯ กำลังถดถอย

*** ทำเนียบขาวเผยแผนยุทธศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ฉบับใหม่ เพื่อให้สหรัฐฯ สามารถขึ้นเป็น ผู้นำระดับโลก ในภาคส่วนนี้อย่างชัดเจน โดยแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุให้โมเดล AI แบบโอเพ่นซอร์ส (Open-source) และโอเพ่นเวท (Open-weight) ต้องเปิดให้ทุกคนทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดและปรับแต่งได้ฟรี พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ศึกษาโมเดล AI ของจีน เพื่อประเมินความสอดคล้องกับแนวทางโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและระดับการเซ็นเซอร์

*** Barclays มองว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2025 จะเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ที่ยังมีผลกระทบ และความต้องการภายในประเทศที่เติบโตอย่างชะลอตัว โดยเฉพาะปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจจีน ยังแสดงความแข็งแกร่งกว่าที่คาดในครึ่งปีแรก โดยการเติบโตไตรมาส 2 อยู่ที่ 5.2% ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ แต่คาดว่ากำลังเติบโตจะชะลอลงในช่วงหลัง และการบริโภคจะยังคงอ่อนตัว แต่ยังมีความยืดหยุ่น

*** ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากปรับลดมาแล้ว 7 ครั้งติดต่อกัน โดย ECB กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าของยุโรปกับสหรัฐฯ

ECB ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงครึ่งหนึ่งจากระดับ 4% มาอยู่ที่ 2% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี หลังจากประสบความสำเร็จในการควบคุมการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าที่เกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสุดการระบาดของโรคโควิด-19 และการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยเมื่ออัตราเงินเฟ้อกลับมาสู่เป้าหมายที่ 2% และคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าว ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางในกลุ่มยูโรโซนจึงมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในสัปดาห์นี้ และเฝ้าจับตาว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรประเภทใดกับสหภาพยุโรป ภายหลังจากเส้นตายสำหรับการเจรจาในวันที่ 1 ส.ค.

*** อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla เตือนถึงช่วงเวลาที่อาจจะยากลำบากในอนาคต หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไตรมาสที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปี โดยรายได้รวมของบริษัทลดลง 12% อยู่ที่ 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 10 ปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นหลังปรับทวนแล้ว อยู่ที่ 0.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

รายได้จากเครดิตด้านกฎระเบียบ (Regulatory Credit Revenue) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทลดลงมากกว่า 26% เหลือ 439 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2 ลดลงจาก 595 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1 และ 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

*** Neuralink บริษัทพัฒนาอุปกรณ์ฝังชิปในสมองของอีลอน มัสก์ มีเป้าหมายที่จะผ่าตัดฝังชิปในสมองให้กับผู้คน 20,000 รายต่อปี และสร้างรายได้อย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) ภายในปี 2031 โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดคลินิกขนาดใหญ่ 5 แห่งภายใน 6 ปีข้างหน้า และนำเสนออุปกรณ์ฝังในสมองถึง 3 รุ่น ได้แก่ Telepathy สำหรับการสื่อสารระหว่างสมองและเครื่องจักร, Blindsight สำหรับการฟื้นฟูการมองเห็น และ Deep สำหรับการรักษาอาการสั่นและโรคพาร์กินสัน

บริษัทคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลสำหรับอุปกรณ์ Telepathy ภายในปี 2029 โดยมีแผนที่จะทำการผ่าตัด 2,000 รายต่อปี และสร้างรายได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีดังกล่าว ส่วนภายในปี 2030 Neuralink คาดว่าจะเปิดตัว Blindsight และขยายการผ่าตัดเป็น 10,000 รายต่อปี พร้อมสร้างรายได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

*** Alphabet บริษัทแม่ของ Google เปิดเผยว่า ความต้องการใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งของบริษัทมีมหาศาล ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มแผนการใช้จ่ายด้านทุนสำหรับปีนี้เป็นประมาณ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ช เอนจิ้นแห่งนี้ สามารถทำรายได้และกำไรรายไตรมาสได้สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้อย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ และตลาดโฆษณาดิจิทัลที่มั่นคง

การเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากยอดขายของ Google Cloud ซึ่งพุ่งขึ้นเกือบ 32% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 26.5% อย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานรายได้รวม 96,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับไตรมาส 2 เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 94,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

*** Mattel บริษัทผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีลงอีกครั้ง หลังเคยยกเลิกประมาณการไปเมื่อ 2 เดือนก่อน พร้อมรายงานยอดขายไตรมาส 2 ที่ลดลงอย่างรุนแรง โดยได้รับผลกระทบจากยอดขายตุ๊กตา Barbie ที่อ่อนแอในอเมริกาเหนือ และความไม่แน่นอนทางการค้าทั่วโลก

Mattel คาดการณ์ยอดขายสุทธิว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1 - 3% เทียบกับเป้าหมายเดิมในเดือนก.พ.ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2 - 3% ส่วนกำไรต่อหุ้นหลังปรับทวนแล้ว คาดการณ์อยู่ที่ระหว่าง 1.54 - 1.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 1.66 - 1.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น และอัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับทวนแล้ว คาดว่าจะอยู่ที่ 50% เทียบกับ 50.9% ในปี 2024

*** หุ้นของบริษัท General Motors, Ford Motor และ Stellantis ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันพุธ หลังมีข่าวข้อตกลงทางการค้าที่จะลดภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์นำเข้าจากญี่ปุ่น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้าอื่น ๆ ในอนาคต โดยเงื่อนไขของข้อตกลงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุไว้ ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ที่นำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับภาษีที่ 15% ซึ่งลดลงจากเดิม 27.5%

หุ้น GM ปรับขึ้น 9% และ Stellantis ปรับขึ้น 12% เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อตกลงเพิ่มเติมอาจช่วยลดอุปสรรคทางการค้าอื่น ๆ ที่เคยส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท ขณะที่หุ้น Ford ปรับขึ้นประมาณ 2% เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรน้อยกว่า เพราะมีการผลิตรถยนต์ในประเทศและจำหน่ายในสหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่

*** SK Hynix ผู้ผลิตชิปสัญชาติเกาหลีใต้ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญของ Nvidia ประกาศแผนเพิ่มการลงทุนประจำปี 2025 หลังรายงานผลกำไรรายไตรมาสที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจชะลอตัวลง

SK Hynix รายงานกำไรจากการดำเนินงาน 9.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาส 2 ซึ่งเพิ่มขึ้น 69% จาก 5.5 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ LSEG SmartEstimate คาดการณ์ไว้ที่ 9.0 ล้านล้านวอน ด้านรายได้เพิ่มขึ้น 35% เป็น 22.2 ล้านล้านวอน ในช่วงไตรมาสดังกล่าว

*** เกาหลีใต้ สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้สำเร็จ เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัว 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่า 0.5% ที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และเป็นการพลิกกลับจากการหดตัว 0.2% ในไตรมาสแรก เมื่อเทียบเป็นรายปีโดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.5% จาก 0% ในไตรมาสแรก และสูงกว่าการขยายตัว 0.4% โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตได้แก่การบริโภครวม ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายภาคเอกชนและภาครัฐ เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า

การใช้จ่ายภาครัฐ เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบรายไตรมาส ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของสวัสดิการขณะที่การดูแลสุขภาพ การใช้จ่ายภาคเอกชน ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสำหรับยานยนต์ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการและกีฬา

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...