โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยจีน เผยธุรกิจมองจีดีพี โตแค่1.5-1.8 แนะรัฐบาลกระตุ้นท่องเที่ยว-หาตลาดส่งออกใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.51 น.

หอการค้า ไทยจีน เผยธุรกิจ 52 %มองจีดีพีไทยปีนี้โตแค่1.5-1.8 แนะรัฐบาล2 มาตรการเร่งกระตุ้นท่องเที่ยว-หาตลาดส่งออกใหม่

วันทึ่ 9 กรกฎาคม นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสที่สาม ปี 2568 ซึ่งได้มีการสำรวจระหว่างวันที่ 15 ถึง 20 มิถุนายน 2568 ผู้ให้ข้อมูลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประกอบด้วย (1) ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการหอการค้าไทยจีน (2) ประธานและกรรมการสมาชิกสมาคมต่างๆของสหพันธ์หอการค้าไทยจีน และ (3) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้าไทยจีน รวม480 คน

ในหลายประเด็น ได้แก่ กรณี ประธานาธิบดีทรัมป์ ในประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรในวันที่ 2 เมษายน 2568 กับทุกประเทศทั่วโลกและมีเป้าหมายหลักคือจีน ได้สร้างความตระหนกให้กับผู้ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา และโอกาสที่สินค้าจีนที่ส่งไปขายสหรัฐอเมริกาไม่ได้นั้นอาจจะถูกระบายมาขายที่ไทย แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเปิดช่วงเวลาการเจรจาให้กับประเทศคู่ค้าเป็นระยะเวลา 90 วัน จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ขณะที่การเก็บข้อมูลสำรวจดัชนีในครั้งนี้อยู่ในช่วงก่อนที่จะครบ 90 วัน ซึ่งโอกาสที่การเจรจาจะสิ้นสุดกับทุกคู่ประเทศไม่น่าเป็นไปได้

จากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเปรียบเทียบผลกระทบต่อการค้าขาย ระหว่างมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ และสถานการณ์วิกฤตการณ์โรคระบาด โควิด-19 ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 39 มีความเห็นว่ามาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์มีผลกระทบรุนแรงมากกว่าช่วงโควิด-19 พอสมควร แต่ร้อยละ 26 มีความเห็นว่ามาตรการภาษีดักล่าวมีผลกระทบรุนแรงมากกว่าช่วงโควิด-19 เป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าผลกระทบต่อการค้าขายจากนโยบายทรัมป์จะลำบากมากกว่าช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 การสำรวจยังได้สอบถามต่อว่าธุรกิจของสมาชิกหอการค้าไทยจีนและสหพันธ์หอการค้าไทยจีนนั้นได้รับผลกระทบจากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์มากหรือน้อยเพียงใด

ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 45 ลงความเห็นว่าได้มีผลกระทบเกิดขึ้นแล้วและทำให้การค้าขายชะลอตัวมาก ในขณะที่ร้อยละ 36 ให้ความเห็นว่ามีผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วต่อการค้าขายชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้มีร้อยละ 8 ที่ให้ความเห็นว่าเป็นโอกาสทำให้การค้าขายนั้นดีขึ้น

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เดิม ได้ประกาศว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรร้อยละ 37 และร้อยละ 145 กับไทยและจีนตามลำดับ หลังจากมีการเจรจาในเบื้องต้นในกรอบระยะเวลา 90 วัน สหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่าจะเก็บภาษีจากจีนร้อยละ 55 และจีนเก็บภาษีจากสหรัฐอเมริการ้อยละ 10 ในขณะที่ไทยนั้นอยู่ในขั้นตอนการเจรจา

ผลการสำรวจความคิดเห็นของการเจรจามีดังนี้ ร้อยละ 22 คาดว่าอัตราภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราที่น้อยกว่าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศไว้เบี้องต้นตั้งแต่เมษายน 2568 เนื่องมาจากแรงกดดันจากผู้บริโภคและผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 15 ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความเห็นว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนตามมาตราที่ได้ประกาศไปนั้นจะเป็นข้อตกลงที่สิ้นสุดแล้ว และผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 14 ลงความเห็นว่าการเจรจากับประเทศส่วนใหญ่จะยืดเยื้อและยาวนานกว่า 90 วันและต้องขยายระยะเวลาการเจรจาออกไปอีก (ในวันที่ 3 กรกฎาคม ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่ามีข้อตกลงที่เป็นที่สิ้นสุดกับเวียดนาม โดยเก็บภาษีศุลกากรจากเวียดนามร้อยละ 20 ในขณะที่เวียดนามจะไม่เก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา)

จาก 5 มาตรการที่คาดว่าไทยจะไปเสนอเพื่อเจรจากับสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญ กับ 3 มาตรการที่จะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับเศรษฐกิจไทย กล่าวคือ การลดภาษีศุลกากรและมาตรการที่ไม่ใช่ศุลกากรพร้อมกับการเปิดตลาดสาขาเกษตรของไทยให้มีการนำเข้าอาทิ ถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาเป็นลำดับแรก และลำดับรองอีกคือ การบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ของประเทศที่สามเพื่อส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐอเมริกา และการเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน และส่วนประกอบและอุปกรณ์

ในส่วนของผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรนั้น ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าอุตสาหกรรมของไทยที่จะได้รับผลกระทบทางลบจากการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาตามลำดับความรุนแรงจะประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและสินค้าประมง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมพลังงาน

สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนและมาตรการการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาอเมริกา มีผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกที่ไม่ดีอยู่แล้วและอาจจะยิ่งแย่ลงอีก ก่อให้เกิดความกังวลที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหลายด้าน จากการสำรวจประเด็น 3 เรื่องแรกที่กังวลคือ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงไปจนถึงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นที่น่ากังวลมากที่สุดเพราะรายได้ที่จะพยุงเศรษฐกิจขาดหายไป ในประเด็นต่อมาคือ สินค้าจีนที่ขายยังสหรัฐอเมริกาไม่ได้จะถูกระบายมายังไทยและรวมถึงแย่งสัดส่วนการตลาดต่างประเทศที่ไทยส่งออก และประเด็นที่ไทยจะถูกเพ่งเล็งจากสหรัฐอเมริกาหากจีนได้อาศัยไทยเป็นฐานการผลิตในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกา

เนื่องด้วยการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด แต่ในปี 2568 ข้อมูลทางสถิติ 5 เดือนแรก พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 32.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 เหลือเพียง 1.95 ล้านคน ขณะที่ในช่วงหกเดือนสุดท้ายของปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนเยือนประเทศไทยมีจำนวน 3.3 ล้านคน ร้อยละ 54 ของผู้ตอบแบบสำรวจ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในหกเดือนสุดท้ายของปี 2568 จะมีน้อยกว่า หกเดือนสุดท้ายของปี 2567 แต่ยังมีร้อยละ 39 ที่คิดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหกเดือนสุดท้ายของปีนี้น่าจะอยู่ประมาณเดียวกันกับหกเดือนสุดท้ายของปี 2567

จากสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดที่แนวโน้มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศหลักจะชะลอตัวลง การส่งออกในครึ่งปีหลังยังเป็นที่น่ากังวล ประกอบกับสถานการณ์รวมเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่สดใส ร้อยละ 52 ของผู้ตอบแบบสำรวจ คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.5 ถึง 1.8 และร้อยละ 26.5 คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตจะต่ำกว่าร้อยละ 1.5 กล่าวได้ว่าร้อยละ 78.5 คาดว่าอัตราเจริญเติบโตจะต่ำกว่าร้อยละ 1.8

ผู้ตอบแบบสำรวจได้มีข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลไทยเป็นหลัก สอง มาตรการ คือ
(1) เร่งนำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อบรรเทาสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มจะชะลอตัว
(2) มาตรการหาตลาดใหม่เพื่อการส่งออก และยังให้ความสำคัญกับการผลักดันเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกาให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว และมาตรการลดต้นทุนทางด้านการเงินและมาตรการการพยุงราคาสินค้า

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยและจีน ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม -พฤษภาคม) ขยายตัว 18.69% มีมูลค่าการค้ารวม 1.953 ล้านล้านบาท การส่งออกของไทยไปจีน ขยายตัว 10.45% และการนำเข้าจากจีน ขยายตัว 22.52% โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า มูลค่า 0.799 ]ล้านล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทยจีน เผยธุรกิจมองจีดีพี โตแค่1.5-1.8 แนะรัฐบาลกระตุ้นท่องเที่ยว-หาตลาดส่งออกใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...