“มีทชั่นกรุ๊ป” ดึง ‘Solsot’ ข้าวอบเกาหลีเติมพอร์ตดันรายได้ทั้งปีเข้าเป้า “พันล้าน”
“มีทชั่นกรุ๊ป” ไม่สนตลาดร้านอาหารแข่งดุ ดึงร้านข้าวอบเกาหลี คิวยาวจากประเทศเกาหลี “Solsot” ปักหมุดสาขาแรกในไทย “เซ็นทรัลเวิลด์” พร้อมลุยขยายต่อ 4 สาขาในกรุงเทพปีนี้ หนุนเป้ายอดขายทั้งเครือทะลุ 1,000 ล้านบาท
ธนวัฒน์ ทองเจริญเกียรติ CEO มีทชั่นกรุ๊ป เปิดเผยว่า มีทชั่นกรุ๊ป ทำธุรกิจอาหารเกาหลีมาก่อนแล้ว ทำให้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหาร จึงมั่นใจว่าสามารถพาแบรนด์Solsot (โซลสท) ต่อยอดให้องค์กรเติบโตไปมากกว่าเดิมได้ โดย Product หลักของแบรนด์คือ ข้าว ซึ่งคนไทยเติบโตมากับการรับประทานข้าวอยู่แล้ว จึงทำให้กลุ่มลูกค้ามีความเข้าใจในอาหารประเภทนี้ได้ไม่ยาก
ซึ่งข้าวอบเกาหลีของทางร้าน จะเป็นการหุงแบบหม้อต่อหม้อ แต่ด้วยเทคนิคการจัดการ จึงทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอนาน ซึ่งเอกลักษณ์ของข้าวของSolsot (โซลสท) นั้น มีการเติมซอสสูตรพิเศษที่ทำให้ข้าวเกิดกลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร แค่ข้าวอบเปล่า ๆ ก็อร่อยแล้ว
“สำหรับข้าวอบเกาหลีที่เสิร์ฟในประเทศไทย ใช้วัตถุดิบเหมือนกับที่ประเทศเกาหลีเลย แต่มีการปรับรสชาติให้มีความเข้มข้นและกลมกล่อม ถูกปากคนไทย ยิ่งไปกว่านั้น ภายในร้านมีบริการกิมจิสดโฮมเมด ที่มีความสด กรอบ ไม่เหมือนกับกิมจิทั่วไปในท้องตลาด โดยสามารถเติมได้ไม่อั้นสำหรับลูกค้าที่ทานที่ร้าน ซึ่งมีบริการเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น เป็นการนำเสนอความอร่อยและคุ้มค่าไปสู่ผู้บริโภคที่เราตั้งใจทำขึ้นมา ซึ่งมองว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่ดี การใช้จ่ายอาจจะลดลง แต่อาหารคือปัจจัย 4 ที่ผู้บริโภคยังต้องการอยู่ เพียงมองหาความคุ้มค่าและตอบโจทย์มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น นำมาสู่กลยุทธ์การตั้งราคาในแต่ละเมนูที่มีความสมเหตุสมผล ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป”
“การนำแบรนด์ Solsot (โซลสท) เข้ามาที่ประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย คนไทยที่ไปเที่ยวประเทศเกาหลีก็รู้จักแบรนด์นี้กันอยู่แล้ว ซึ่งมีคนไทยเคยติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์เป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความที่ Meation Group (มีทชั่นกรุ๊ป) มีประสบการณ์ในการบริหารแบรนด์ร้านอาหารเกาหลีในไทยรวมกว่า 30 สาขา ทำให้ทางบริษัทแม่ของSolsot (โซลสท) มั่นใจว่าบริษัทฯ สามารถนำพาแบรนด์ของเขาให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทยได้
โดยตั้งเป้าที่จะขยายแบรนด์Solsot (โซลสท) อย่างน้อย 4 สาขา ในกรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี 2568 ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้รุกตลาดอาหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพแบรนด์ใหม่ๆที่มีความน่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายรวมของแบรนด์ในเครือให้ทะลุ 1,000 ล้านบาท ในปีนี้”