โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาเถรสมาคมประชุมนัดพิเศษ สั่งเจ้าคณะเรียกพระที่ยังไม่ลาสิกขา ชี้แจงปมพัวพันสีกา ก.

JS100

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 11.56 น. • JS100:จส.100
มหาเถรสมาคมประชุมนัดพิเศษ สั่งเจ้าคณะเรียกพระที่ยังไม่ลาสิกขา ชี้แจงปมพัวพันสีกา ก.

นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคมนัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 ว่า สมเด็จพระสังฆราชห่วงใยต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น จึงมีพระบัญชาให้มหาเถรสมาคม นิมนต์กรรมการฯประชุมเร่งด่วน ซึ่งทางกรรมการฯ มีข้อห่วงใย และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยมีมติ ดังนี้

-พระที่ถูกกล่าวหา ต้องอาบัติปราชิก ถือว่าสิ้นสุดความเป็นพระภิกษุทางวินัย และต้องสึกโดยทันที ส่วนพระที่ยังไม่ถึงขั้นปราชิก ก็ให้ปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกรูป และจะมีมติขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถอดสมศักดิ์
-ในระยะเร่งด่วน ให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทุกระดับ ตรวจสอบดูแลและกำกับพฤติกรรมของพระในปกครองอย่างใกล้ชิด หากพบพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัยให้ดำเนินการสอบสวน และรายงานมหาเถรสมสคมโดยเร็ว
-กรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาผิดพระธรรมวินัย ประเภทครุกาบัติ ให้ออกคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฏหมาย พร้อมขอให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน เนื่องจากยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา

-และทบทวนปรับปรุงกฎระเบียบคณะสงฆ์ว่าด้วยการประทำผิดพระธรรมวินัย ประเภทครุกาบัติ โดย มหาเถรสมาคม เห็นควรขอประทานพระวินิจฉัยสมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนาคณะหนึ่ง โดยมีหน้าที่ศึกษาและทบทวนกฏมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้องกับนิคหกรรม อำนาจตามกฏหมายของพระสังฆาธิการ พระวินยาธิการ และข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน แนวทางการสื่อสารกับสาธารณะชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพระภิกษุผู้ยังอู่ระหว่างการพิจารณา หรือถูกสันนิษฐานว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ รวมถึงแนวทางบูรณาการภารกิจร่วมกับหน่วยงานภาครัฐให้เหมาะสมต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย

ส่วนรายชื่อ 11 พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่า พัวพันกับ “สีกากอล์ฟ” แบ่งเป็น 4 กลุ่มดังต่อไปนี้
กลุ่มที่ 1 ลาสิกขาไปแล้ว มี 6 คน ดังนี้
1.พระเทพวชิรปาโมกข์ วัดตรีทศเทพ
2.พระเทพวชิรธีราภรณ์ วัดพระพุทธฉาย
3.พระเทพวชิรธีรคุณ วัดปากน้ำ
4.พระปลัดสุรพล อิทธิเตโช จ.พิษณุโลก
5.พระครูสิริวิริยธาดา วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา
6.พระมหาบุญเลิศ วัดใหม่ยายแป้น

ซึ่งถือว่าทั้ง 6 รายชื่อนี้พ้นความเป็นสมณะเพศแล้ว ในส่วนของพระธรรมวินัยก็สิ้นสุดกระบวนการของเจ้าคณะผู้ปกครอง ส่วนความผิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นเงิน ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

กลุ่มที่ 2 ยังไม่ยืนยันสถานะ คือยังไม่ทราบชัดเจนว่าปัจจุบันยังอยู่ในสถานะพระภิกษุหรือไม่ เพราะไม่สามารถติดต่อได้ มีแต่ข่าวลือว่าสึก มี 2 รูป คือ
1.พระราชรัตนสุธี วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
2.พระปริยัติธาดา วัดกัลยาณมิตร กทม.

สองรูปนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่เป็นพระสังฆาธิการ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว ซึ่งจะมีการทำหนังสือหรือคำสั่งเรียกตัวมาชี้แจงข้อเท็จจริง แต่หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด แต่ยังไม่มา ก็จะมีการดำเนินการลงโทษตามพระธรรมวินัย

กลุ่มที่ 3 ยังคงสถานะพระภิกษุอยู่ มี 2 รูป
1.พระเทพปวรเมธี เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส
2.พระเทพวัชิรสิทธิเมธี วัดธาตุหลวง จ.พิจิตร

ที่ประชุมมีมติขอความร่วมมือพนักงานสืบสวนสอบสวนส่งหลักฐานให้กับเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และคณะใหญ่หนเหนือ

และกลุ่มที่ 4 พระเทพพัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ยังดำรงสมณเพศอยู่ แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว และล่าสุดเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพระเทพวชิรกิตติ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม

ขณะนี้มหาเถรสมาคม พระสงฆ์ผู้ปกครอง เป็นห่วงเรื่องพยานหลักฐาน ดังนั้นจึงมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอพยานหลักฐาน เอกสาร คลิป หรือภาพต่างๆ เพื่อที่จะจะดำเนินการทางวินัยกับพระที่ยังไม่สึกอีก 5 รูป

จริงๆ เหลือยังไม่ยืนยันจาก 11 เหลือ 5 รูป เจ้าคณะผู้ปกครองก็จะเร่งแจ้งให้มารายงานตัว ส่วนที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ขอให้ตำรวจส่งหลักฐานมาเพื่อให้ดำเนินการทางวินัย ส่วนพระ 6 รูปที่สึกไปแล้วถือว่าพ้นความผิดทางวินัย ส่วนเรื่องการตรวจสอบเส้นเงินหรือเรื่องอื่นๆ ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

ด้านพระเทพพัชราภรณ์ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ถึง พระราชวริชสารสุธี เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ธรรมยุต) เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม โดยให้เหตุผลว่า “กระผมได้ตกเป็นข่าวด้านลบในสื่อมวลชน ส่งผลกระทบต่อวัดและคณะสงฆ์อย่างมาก จึงขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความจริง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...