โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นกลุ่ม Magnificent 7” พุ่งแรง! มูลค่าตลาด 8.375 แสนล้านดอลล์ หลังสหรัฐ-จีนพักรบภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 03.10 น.

"หุ้นกลุ่ม Magnificent 7" พุ่งแรง! มูลค่าตลาด 8.375 แสนล้านดอลล์ หลังสหรัฐ-จีนพักรบภาษี ขณะที่นักวิเคราะห์มองเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นในปี 2568

วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.46 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 พุ่งรวมกันกว่า 8.375 แสนล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ หลังสหรัฐ-จีนชะลอการจัดเก็บภาษีซึ่งกันและกันเป็นการชั่วคราว นี่ถือเป็นการปรับตัวขึ้นร่วมกันมากที่สุดของกลุ่มนี้นับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ได้รับแรงกดดันหนักจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากความขัดแย้งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ แต่สถานการณ์ผ่อนคลายลง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานำไปสู่การหยุดชั่วคราวของการเก็บภาษีแบบตอบโต้

ในสหรัฐ หุ้นของ Nvidia เพิ่มขึ้นประมาณ 5% แม้ว่าบริษัทยังถูกจำกัดการส่งออกชิปบางประเภทไปยังจีน ขณะที่ AMD ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เช่นกัน ส่วน Broadcom ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 6% และ Qualcomm เพิ่มขึ้นประมาณ 5% บริษัทอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Marvell พุ่งขึ้น 8% หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลื่อนงาน Investor Day เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 6% แม้ว่าหุ้นที่จดทะเบียนในไต้หวันจะปิดทำการก่อนประกาศข่าวเรื่องภาษี ในยุโรป หุ้นของ ASML ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรสำคัญสำหรับการผลิตชิปขั้นสูง พุ่งขึ้น 6% ขณะที่ Infineon ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกัน

ทั้งนี้แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอย่างเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางรายการจะได้รับการยกเว้นจากภาษีแบบตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว แต่สหรัฐก็ส่งสัญญาณว่าการยกเว้นดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราว และอาจมีการเก็บภาษีพิเศษในอนาคต

นักลงทุนกังวลว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาจีนอย่าง Apple และ Amazon จะได้รับผลกระทบ โดยในปีนี้หุ้นทั้งสองอยู่ภายใต้แรงกดดัน

โดย Apple ซึ่งยังคงผลิต iPhone ถึง 90% ในจีน ระบุในรายงานผลประกอบการล่าสุดว่า คาดว่าภาษีจะเพิ่มต้นทุนในไตรมาสนี้อีก 900 ล้านดอลลาร์ หุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นประมาณ 6%

ขณะที่ Amazon พุ่งขึ้น 8% ในวันจันทร์ โดยมีผู้ขายจำนวนมากที่พึ่งพาสินค้าจากจีน ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน อาทิ Alibaba, JD.com และ Baidu

แดเนียล ไอฟส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีระดับโลกของ Wedbush Securities กล่าวว่าในการวิเคราะห์เมื่อวันจันทร์ว่า

"ด้วยความชัดเจนว่าสหรัฐฯ และจีนกำลังเร่งเดินหน้าสู่ข้อตกลงการค้าระยะยาว เราเชื่อว่าตลาดและหุ้นเทคโนโลยีมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2025 ขณะที่นักลงทุนจะเริ่มโฟกัสไปที่การเจรจารอบต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า"

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...