“หุ้นกลุ่ม Magnificent 7” พุ่งแรง! มูลค่าตลาด 8.375 แสนล้านดอลล์ หลังสหรัฐ-จีนพักรบภาษี
"หุ้นกลุ่ม Magnificent 7" พุ่งแรง! มูลค่าตลาด 8.375 แสนล้านดอลล์ หลังสหรัฐ-จีนพักรบภาษี ขณะที่นักวิเคราะห์มองเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นในปี 2568
วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.46 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 พุ่งรวมกันกว่า 8.375 แสนล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ หลังสหรัฐ-จีนชะลอการจัดเก็บภาษีซึ่งกันและกันเป็นการชั่วคราว นี่ถือเป็นการปรับตัวขึ้นร่วมกันมากที่สุดของกลุ่มนี้นับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ได้รับแรงกดดันหนักจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากความขัดแย้งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ แต่สถานการณ์ผ่อนคลายลง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานำไปสู่การหยุดชั่วคราวของการเก็บภาษีแบบตอบโต้
ในสหรัฐ หุ้นของ Nvidia เพิ่มขึ้นประมาณ 5% แม้ว่าบริษัทยังถูกจำกัดการส่งออกชิปบางประเภทไปยังจีน ขณะที่ AMD ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เช่นกัน ส่วน Broadcom ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 6% และ Qualcomm เพิ่มขึ้นประมาณ 5% บริษัทอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Marvell พุ่งขึ้น 8% หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลื่อนงาน Investor Day เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 6% แม้ว่าหุ้นที่จดทะเบียนในไต้หวันจะปิดทำการก่อนประกาศข่าวเรื่องภาษี ในยุโรป หุ้นของ ASML ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรสำคัญสำหรับการผลิตชิปขั้นสูง พุ่งขึ้น 6% ขณะที่ Infineon ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกัน
ทั้งนี้แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอย่างเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางรายการจะได้รับการยกเว้นจากภาษีแบบตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว แต่สหรัฐก็ส่งสัญญาณว่าการยกเว้นดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราว และอาจมีการเก็บภาษีพิเศษในอนาคต
นักลงทุนกังวลว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาจีนอย่าง Apple และ Amazon จะได้รับผลกระทบ โดยในปีนี้หุ้นทั้งสองอยู่ภายใต้แรงกดดัน
โดย Apple ซึ่งยังคงผลิต iPhone ถึง 90% ในจีน ระบุในรายงานผลประกอบการล่าสุดว่า คาดว่าภาษีจะเพิ่มต้นทุนในไตรมาสนี้อีก 900 ล้านดอลลาร์ หุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นประมาณ 6%
ขณะที่ Amazon พุ่งขึ้น 8% ในวันจันทร์ โดยมีผู้ขายจำนวนมากที่พึ่งพาสินค้าจากจีน ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน อาทิ Alibaba, JD.com และ Baidu
แดเนียล ไอฟส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีระดับโลกของ Wedbush Securities กล่าวว่าในการวิเคราะห์เมื่อวันจันทร์ว่า
"ด้วยความชัดเจนว่าสหรัฐฯ และจีนกำลังเร่งเดินหน้าสู่ข้อตกลงการค้าระยะยาว เราเชื่อว่าตลาดและหุ้นเทคโนโลยีมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2025 ขณะที่นักลงทุนจะเริ่มโฟกัสไปที่การเจรจารอบต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า"
อ้างอิง : cnbc.com