โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำพูดที่ไม่ควรพูดกับ LGBTQ+

INN News

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 06.59 น. • INN News

ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางเพศ การเข้าใจ และเคารพความแตกต่าง เป็นสิ่งความสำคัญมาก แม้จะได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ก็ยังเจอกับคำพูดทำร้ายจิตใจอยู่ไม่น้อย

บางคำพูดอาจไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่จริงๆ แล้วมันสะท้อนความไม่เข้าใจ ความอยากรู้ อยากถาม อาจสร้างบาดแผลทางใจให้กับคนฟังไม่รู้ตัวก็เป็นได้

จึงอยากจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ คำที่พูดที่ไม่ควรพูดกับ LGBTQ+ และทำไมคำเหล่านั้นควรหลีกเลี่ยงไปดูกันเลยค่ะ

เสียดายที่เป็น LGBTQ+

“เสียดาย…ไม่น่าเป็นเกย์เลย”ประโยคนี้อาจฟังดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใครเพราะคนพูดมักพูดออกมาด้วย น้ำเสียง “เสียดายแบบชื่นชม” แต่คำพูดเชิงเสียดาย

มันแสดงออกถึงอคติว่า LGBQ+ คือสิ่งที่ ไม่ควรจะเป็น โดยเฉพาะถ้าคนนั้นดูดี มีเสน่ห์

แล้วยังทำให้รู้สึก ผิดหวังต่อความคาดหวังของคนอื่น เพียงเพราะเขาไม่ได้เป็นในแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย ทั้งที่จริงแล้วรสนิยมทางเพศไม่เกี่ยวกับคุณค่า หรือความสามารถของใครเลย

เป็นเพศอะไรกันแน่?

การถามคำถามเชิง เป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ฟังดูเหมือนมาจากความสงสัยหรืออยากจะเข้าใจ แต่ในความจริงมันเป็น อาจสร้างความอึดอัดและทำร้ายความรู้สึกของคนที่ถูกถามไม่รู้ตัว เหมือนเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอยู่เหมือนกัน

โดยเฉพาะ คนข้ามเพศ (transgender) หรือ คนไม่ระบุเพศ ( non-binary) มันสื่อถึงความไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเป็น ราวกับว่ากลุ่มคนเหล่านี้ จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น

การถามแบบนี้เท่ากับว่าเรากำลัง พยายามยัดเขากลับเข้า “กรอบ” ที่เขาอาจเคยเจ็บปวดจากมันและเป็นการปฏิเสธความหลากหลายของผู้คนโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ ต้องการจากสังคม ไม่ใช่การรู้ว่าเขาเคยเป็นอะไรมาก่อนแต่คือการได้รับปฏิบัติเหมือนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้นเอง และนั่นเองก็เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรถาม เป็นเพศอะไรกันแน่

ใครรุก ใครรับ

อย่างแรกเลยเป็นคำถามที่ เจาะจงเรื่องเพศสัมพันธ์มากเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวสุดๆ เว้นแต่เจ้าตัวยินยอมจะเปิดเผยเอง เพราะคำถามแบบนี้มักแฝงแนวคิดที่ว่า ต้องมีอีกคนเหมือนผู้ชาย แล้วอีกคนหนึ่งเหมือนผู้หญิง

ซึ่งในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ+ ไม่จำเป็นต้องมีความจำกัดความให้อยู่ในบทบาทแบบชายหญิงเลย เพราะความสัมพันธ์มันไม่ต้องอยู่แค่นี้กรอบที่ใครคิดไว้

แล้วการถามเรื่องแบบนี้แทบไม่มีใครถามกันเลย เพราะมัน เป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่ทำไมพอเป็น LGBTQ+ ถึงต้องเปิดเผยเรื่องเดียวกันโดยไม่เต็มใจด้วยละ?

ไม่ว่าจะเป็นคู่รักแบบไหน ไม่ก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งว่าใครทำอะไรเลยในความสัมพันธ์ เพราะสุดท้ายแล้วมันเกิดจากความเข้าใจ และเลือกที่จะเดินไปด้วยกัน

ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครเป็นอะไร เพื่อที่จะเข้าใจในความสัมพันธ์ของของใคร นอกจากจะดูเสียมารยาทแล้วยังดูไม่น่ารักในสายตาคนของคนอื่นอีกด้วย

ทำไมถึงเป็น…

การถามว่า ทำไมถึงเป็น เช่น “ทำไมถึงเป็นเกย์” หรือ “ทำไมถึงแปลงเพศ” มีนัยแฝงว่า การเป็นแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเลยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ซึ่งคำถามแบบนี้หลายคนชอบคิดว่าเป็นธรรมดา หรือเป็นคำถามเชิงสงสัย แต่ที่จริงแล้ว คำถามเหล่านี้ไม่ควรถาม ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้สนิทกัน

การเป็น LGBTQ+ ไม่ได้เกิดจากเหตุผล มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ฉะนั้นการที่มีคนมาถามแบบนี้จะทำให้สร้าง แรงกดดัน การมีอยู่ของตัวเอง ทั้งที่คนทั่วไปไม่เคยต้องมาอธิบายอะไร

แล้วมันยังสะท้อนถึงมุมมอง ละเมิดความเป็นส่วนตัวและสร้างความไม่เท่าเทียมโดยคนถามไม่รู้ตัวอีกด้วย

คำถามเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับสร้างแรงกดดันให้กับ LGBTQ+ อย่างมาก เพราะเป็นเหมือนกับการตั้งคำถามในตัวเอง และ ต้องมานั่ง อธิบายตัวตนให้คนอื่นฟัง

ซึ่งการเคารพในพื้นที่ของกันหรือเข้าใจในความแตกต่าง มันเริ่มจาก ไม่ละเมิดด้วยคำพูด และไม่ตั้งคำถามที่ทำให้ใครรู้สึกไม่ดี นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเท่าเทียมในสังคมแล้วค่ะ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...