โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประชาชนกับทหารในดวงเมือง

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 00.35 น.

ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

กำเนิด-วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น.

ลัคนาสถิตราศีเมษ-ธาตุไฟ

พระอังคารดวงเดิม (๓) สถิตในราศีพฤษภ

พระจันทร์ดวงเดิม (๒) สถิตในราศีกรกฎ มาตรฐานเกษตราธิบดี-โยคหน้าพระอังคาร (๓)

อาถรรพ์ดวงเมืองตามฤกษ์กำเนิดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 1 พระผู้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงเลือกมานั้น ผู้เขียนจะหยิบยกมาเล่า เพื่อที่เมื่อเมือง เกิดวิกฤต หรือคับขันมาก หรือหนักหนาสาหัส คราวใดแล้ว คนไทยจะได้มีกำลังใจ ว่า จะรอดได้แบบไม่น่าเชื่อ และ หลังจากวิกฤตแล้วจะมีโอกาสตามมาทุกครั้ง

เรื่องนี้ปรากฏในตำนานวางเสาหลักเมือง หรือพระราชพิธีพระนครฐาน ที่ฤกษ์กำเนิดเมืองคือ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น. ที่พิสูจน์ความขลังมาแล้วถึง 4 ครั้งใหญ่ คือ

1.ศึกพระเจ้าปดุงหรือสงครามเก้าทัพที่สยามเสียเปรียบด้านกำลังพลมากมาย แต่เมื่อได้สู้เต็มที่แล้ว ข้าศึกก็มีปัญหาภายในต้องยกทัพกลับเอง หลังจากนั้นราชอาณาจักรสยามก็แผ่ไพศาล

2.เมื่อชาติตะวันตกล่าอาณานิคม สยามเป็นประเทศเดียวแถบนี้ที่รักษาเอกราชไว้ได้ แม้จะต้องจำแขนขาดเสียดินแดนไปมากมาย

3.เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง-สงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นบุก ไทยไม่มีทางเลือกต้องประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ไทยกลับรอดหวุดหวิดเส้นยาแดงผ่าแปดด้วยคณะเสรีไทย

4.ในสมัยรัชกาลที่ 9 เมื่อคราวกองทัพเวียดนามจ่อชายแดนไทยหมายจะบุกยึดเมือง คนส่วนใหญ่คาดว่าไทยจะล้มเป็นโดมิโนเป็นคอมมิวนิสต์ตามประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ แถบนี้ แต่วันดีคืนดีกองทัพเวียดนามกลับหายจากชายแดนไทยเพราะต้องไปรับมือกองทัพจีนที่ทำสงครามสั่งสอน

แม้แต่คราวโควิด-19 ระบาด หลังสู้เพื่อเอาชีวิตรอดกันผ่านไปแล้ว องค์การอนามัยโลกยังยกย่องระบบสาธารณสุขไทยในการรับมือโรคอุบัติใหม่

เมื่ออ่านจากดวงเดิมดวงเมืองแล้ว มีหลักหลายอย่างประกอบกันที่จะให้ไทยรอด วันนี้จะพูดถึง 2 หลักคือทหารและประชาชนประกอบกัน คือ

ลัคนาเมืองสถิตราศีเมษ พระอังคาร (๓) ซึ่งในความหมายทางโหรคือ นักรบ-ลัทธิทหาร-กองกำลังของชาติ-ความกล้าหาญ-นักสู้-การต่อสู้-สงคราม-สนามรบ ฯลฯ จึงเป็น ดาวประจำชีพเมือง (ตนุลัคน์)

เมืองถือกำเนิดในวันอาทิตย์ พระอังคารจึงเป็น ดาวเดช ตามหลักทักษา ซึ่งหมายถึงตบะบารมี-อำนาจ

วินาทีที่ดวงชะตาเมืองถือกำเนิดจากพระราชพิธีพระนครฐานนั้น พระอังคารดวงเดิมสถิตในราศีพฤษภ จึงอยู่นำหน้าลัคนาเมืองที่สถิตราศีเมษ หรือทางโหรเรียกศูนย์พาหะ

ความมุ่งหมายของพระผู้ทรงเลือกฤกษ์กำเนิดเมืองคือล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 1 คงทรงมุ่งหมายให้ทหาร-ความกล้าหาญ-ความเข้มแข็ง-ตบะบารมี-ออกฤทธิ์เดชในบทบาทสำคัญที่จะนำพาเมืองฝ่าฟันไปข้างหน้าตลอดจนกว่าจะไม่มีเมือง

ฉะนั้นเราจึงจะเห็นกองทัพไทยมีบทบาทมาจูงประเทศตลอด บวกบ้าง-ลบบ้างก็ว่ากันไป แต่จะปฏิเสธอาถรรพ์ดวงเมืองที่ออกแบบมาเช่นนี้คงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจูงเมืองให้รอดในช่วงคับขัน หรือ คราวศึกสงคราม

ต่อคำถามที่ว่า ทหารมีไว้ทำไม? ก็คงจะให้คำตอบได้จากดวงเมืองที่ออกแบบไว้เช่นนี้

แล้วด้วยอาถรรพ์ภายหลังต่อสู้ดิ้นรนเต็มที่แล้ว ถึงอย่างไรเมืองก็รอด ที่ผ่านมาในอดีตคงพอจะสะท้อนให้กำลังใจคนไทยว่าสิ่งที่กำลังเกิดกับเมืองขณะนี้คือเพื่อนบ้านกวนโมโห แถมคนไทยบางพวกที่มีอำนาจไปมีผลประโยชน์เกี่ยวพันคล้ายหลิ่วตาให้ข้าศึกมาระรานจนต้องเปิดศึกกันระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อเช้าตรู่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นั้น หากเชื่อมั่นในดวงเมืองแล้วก็จะได้มีกำลังใจ

ส่วนด้านลบของพระอังคารที่หนึ่งในความหมายคือ การทะเลาะวิวาท อารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อเป็นศูนย์พาหะคือนำหน้าลัคนาเมืองเช่นนี้ เราจึงเห็นคนไทยชอบทะเลาะกันเอง-หรือใจร้อน-วู่วามจนกลายเป็นเรื่องปกติในเมือง

ทีนี้มาดูประชาชนในดวงเมืองว่า พวกเราอยู่กันที่ไหน?

หลักทางโหรนั้น ในดวงเมือง พระจันทร์ (๒) เป็น ดาวตัวแทนประชาชน ถูกวางให้สถิตในราศีกรกฎ-ได้ มาตรฐานเกษตราธิบดี คือ มั่นคง

พระจันทร์นี้สถิตในราศีที่สามต่อจากพระอังคาร (๓) ทางโหรเรียก-พระจันทร์ (๒) ประชาชน โยคหน้าพระอังคาร

อันมุมโยคนี้ทำให้ดาวที่ถูกโยค สำหรับดวงเมืองคือพระอังคาร (๓) เข้มแข็ง นั่นคือ เมื่อมีเรื่องสงคราม หรือต้องสู้ ประชาชนจะช่วยให้ทหารหรือกองกำลังของชาติเข้มแข็ง

แค่ดูคราวนี้เหตุการณ์คับขันเกิดจากกัมพูชา เหล่าประชาชนชาวไทยทั้งหลายจึงพร้อมใจกันโอบอุ้มทหารและกองกำลังของชาติคนละไม้คนละมือแบบเหลือเชื่อ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปจนกว่าจะไม่มีเมืองรัตนโกสินทร์

ฝากไว้สุดท้ายคือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตามที่มีคำทำนายเดิมที่ให้ไว้ว่า ระหว่าง 29 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568 ก่อนหรือหลังประมาณเจ็ดวันให้ระวังอุบัติเหตุ-อุบัติภัยรอบใหม่ที่จะสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตคนครั้งใหม่ต่อจากคราวตึก สตง.ถล่ม ที่จะเกิดได้ทุกทาง ดิน-น้ำ-ลม-ไฟควัน-อากาศแก๊ส-ระเบิด นั้น

ที่นำมาก่อนแล้วคือ น้องน้ำเพราะพายุวิภา และ ฤทธิ์คุณลุงข้างบ้านจนต้องเปิดศึกกัน และยังจะมีตามมาอีกเป็นระลอกๆ ใหญ่ให้รับมือในระหว่างนี้

นอกจากสู้แล้วรอดแล้ว อาถรรพ์ดวงเมืองอีกอย่างคือทุกวิกฤตจะนำมาซึ่งโอกาส

จึงเมื่อเมืองตีฝ่ารอบนี้ไปได้แล้ว เราน่าจะได้เห็นการพัฒนาขึ้นของกองทัพ-กองกำลังชาติ แบบก้าวกระโดด ในระดับเมื่อยืนอยู่ข้างกำแพงพระนครกรกฎาคม 2572 เราจะถามตัวเองว่า กองทัพไทยไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร?

เพราะระหว่าง กรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 ดาวมฤตยูเจ้าของการปฏิวัติใหญ่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในกองกำลังของชาติให้ล้ำสมัยมาก (มฤตยูจร o เดินในราศีพฤษภ-ทับพระอังคารดวงเดิมดวงเมือง)

จึงถ้าไม่ฉวยโอกาสใช้วิกฤตคราวนี้ลงมือให้กองทัพทัน-ล้ำสมัยแล้วละก็ จะน่าเสียดายมาก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...