นายกอิ๊งค์ นำทีม ดีเอสไอ-กองทัพเรือ-ปปส. แถลงยึดยาไอซ์ 2.4 ตัน กว่า3พันล้านบาท
DSI สนธิกำลังกองทัพเรือ – ป.ป.ส. ทลายเครือข่ายยานรก ยึดยาไอซ์ 2.4 ตัน มูลค่าในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท เตรียมส่งออก
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายโกมล พรมเพ็ง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 1 พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน รองเสนาธิการทหารเรือ (สายงานข่าว) ร่วมกันแถลงข่าว DSI สนธิกำลังกองทัพเรือ – ป.ป.ส. ทลายเครือข่ายยานรก ยึดยาไอซ์ 2.3 ตัน มูลค่าในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท เตรียมส่งออก ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการปราบปรามยาเสพติด ภายใต้มาตรการ Seal Stop Safe
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยถึงผลการจับกุมไอซ์ ประมาณ 2.4 ตัน ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดของโลก ซึ่งศึกษาวิเคราะห์โดย UNODC ซึ่งเป็นหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของสหประชาชาติ ได้ศึกษาวิเคราะห์ว่าประเทศไทยนั้นเป็นส่วนหนึ่งในทางผ่านการลำเลียงยาเสพติดไปยังปลายทาง ประเทศกลุ่มเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศหมู่เกาะในเเปซิฟิก รวมถึงนิวซีเเลนด์ และออสเตรเลียด้วย โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และกระทรวงยุติธรรม ในการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดในทุปรูปแบบ นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ยังมีการจับกุมสารตั้งต้น คือ อะซิโตน โทลูอีน และวัตถุอันตราย จำนวน 1.8 ล้านลิตร
ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่สามารถนำไปผลิตยาบ้าและไอซ์ได้ เรื่องดังกล่าวจึงอยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี ทั้งนี้ ในการจับกุมไอซ์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการบูรณาการข้อมูลด้านการข่าวกับหน่วยข่าวของกองทัพเรือ ได้แจ้งเบาะแสว่าจะมีขบวนการลำเลียงไอซ์ โดยลำเลียงจากพื้นที่แถบจังหวัดระยองและชลบุรี ล่องลงไปตามอ่าวไทย และไปที่ อ.สิชล อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อที่จะมีเรือใหญ่มารับถ่ายโอนยาเสพติดในส่วนนี้ เพื่อเตรียมส่งไปยังประเทศปลายทางที่สาม ซึ่งในการปฏิบัติการครั้งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ และ สำนักงาน ป.ป.ส.
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า เมื่อเรารับทราบเบาะแสแน่ชัดแล้ว จึงได้มีการสืบสวนและวางเครื่องมือ กล้อง จนทราบวันเวลาที่แน่ชัดว่ามีการลำเลียงขนถ่ายลงจากรถลงเรือ และทราบวันเวลาที่จะออกเดินทาง เราก็ร่วมกับกองทัพเรือ นำเรือออกติดตาม จึงจับกุมได้ที่บริเวณปากน้ำประเเส จ.ระยอง ผลการจับกุม พบว่ามีการนำของกลางลงเรือท่องเที่ยว รวมของกลางน้ำหนักประมาณ 2.4 ตัน หรือ 2,399 กก. เกือบ 2,400 กก. และได้จับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีทั้งสิ้น 8 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ตอนนี้ควบคุมตัวเพื่อขยายผลดำเนินคดีไปให้ถึงเจ้าของยาเสพติดตัวจริง ทั้งนี้ เราพอทราบเบาะแสแล้วว่าเป็นคนต่างชาติ
ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า วันนี้ตนได้มาร่วมงานแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติด ซึ่งเป็นไอซ์เกือบ 2.4 ตัน นำผ่านมาทางเรือ โดยเป็นการจับกุมที่ได้มาจากการข่าวของทหารเรือ ถือเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งแต่คนให้ข้อมูลไปจนถึงเบาะแสการตรวจจับ และเป็นการจับรูปแบบทางน้ำ ตนต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนอย่างมากที่ทำงานบูรณาการกัน เราจะเห็นได้ว่ายาเสพติดล็อตใหญ่แบบนี้ มีการทยอยจับได้มากขึ้นเยอะ ถือเป็นความพยายามและความอดทนของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม คนที่ขนส่งยาเสพติดก็ถูกจับดำเนินการคดีอยู่ และจะมีการสืบทอดต่อไปว่าใครที่เป็นตัวการใหญ่จริง ๆ เจ้าของยาเสพติดล็อตนี้ ซึ่งตอนนี้ทางดีเอสไอก็มีข้อมูลคร่าว ๆ มาแล้วว่าเป็นใคร แต่เมื่อได้ข้อมูลสมบูรณ์แล้วจึงจะแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ตนมองว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีมาก ๆ ที่จับยาได้ล็อตใหญ่ขนาดนี้ แปลว่าเบาะแสและการทำงานบูรณาการทุกภาคส่วนส่งผลจริง ๆ เกิดผลลัพธ์ให้เห็นจริง ๆ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจว่าเรื่องของยาเสพติด รัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้และทุกภาคส่วนก็พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลในการทำให้นโยบายเรื่องยาเสพติดสำเร็จ เพราะว่าถ้าหากศักยภาพของคนยังถูกปนด้วยยาเสพติด เยาวชนต่าง ๆ การพัฒนาประเทศก็เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ อันนี้เขารับมาที่ประเทศเราแล้วพอขายไปต่ออีกประเทศหนึ่ง ราคาก็บวกเพิ่มขึ้นอีก เป็นธุรกิจที่ทำต่อกันไปทั่วโลก ซึ่งมันส่งผลเสียต่อคนทั่วโลก ดังนั้น เมื่อมาถึงที่ไทย เรามีทีมของคนไทยทุกภาคส่วนที่เข้มแข็ง แข็งแรง ก็ทำให้ยาเสพติดมัน Stop ตรงนี้ที่ประเทศเรา ต้องขอชื่นชมทุก ๆ ท่านว่าอันนี้แหละ ท่านอาจจะคิดว่าจับได้ 100 จริง ๆ แล้วถ้าล็อตนี้มันจับไม่ได้ เเล้วเข้าสู่ประเทศชาติมันเสียหายอย่างมากแล้วไปต่อประเทศอื่นได้ด้วย ทั้งนี้ นี่คือด่านที่สามารถช่วยประเทศชาติไว้อย่างยิ่งใหญ่ ต้องขอชื่นชม แล้วก็ขอขอบคุณทุกภาคส่วนอีกครั้ง พร้อมขอเสียงปรบมือให้ด้วยนะคะ
ขณะที่ รายงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กองคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ได้รับแจ้งข้อมูลการข่าวว่า กลุ่มบุคคลผู้รับจ้างเดินเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมายจากบริเวณปากน้ำประแส ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปยังพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 (วันเกิดเหตุ) เวลาประมาณ 23.00 น.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ โดยใช้เรือยางตรวจการณ์ จำนวน 4 ลำ ทำการตรวจการณ์เฝ้าระวังเรือต้องสงสัยที่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำประแส ห่างจากชายฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล พบเรือยนต์ต้องสงสัยเป็นเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส ตามที่แหล่งข่าวได้แจ้งไว้ ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ข้างเรือดังกล่าวปรากฏข้อความอักษรภาษาอังกฤษ ว่า “PAIKANCATAMARANS”
โดยพบบุคคลเพศชายอยู่บริเวณพื้นที่ลำเรือ จำนวน 8 คน ต่อมาเมื่อบุคคลบนเรือดังกล่าวสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็มีพฤติการณ์ต้องสงสัยคือเร่งความเร็วเรือหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมบุคคลบนเรือมีท่าทางแตกตื่น ท่าทางตระเตรียมจะโยนสิ่งของเป็นกระสอบคล้ายกระสอบบรรจุยาเสพติดบริเวณลำเรือโยนทิ้งทะเล และบางคนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมียาเสพติดไว้ในความครอบครองบนเรือ จึงแสดงตัวส่งสัญญาณเสียงทางวาจาว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ โดยชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ
กองทัพเรือ (ชปพ.นสร.) โดยใช้อำนาจเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐเข้าทำการตรวจค้น ด้วยการใช้เรือยางเข้าประชิดด้านข้างและขอขึ้นทำการตรวจค้นบริเวณลำเรือ จากการตรวจค้นบนเรือ พบผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ จำนวนรวม 8 คน และตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบมีลักษณะเป็นวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ และจึงได้ทำการควบคุมตัว และตรวจยึดของกลางดังกล่าว เข้ามายังท่าเรือ จากการตรวจสอบยืนยันพบว่าวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ เป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ จำนวนประมาณ 2.4 ตัน (2,399 กิโลกรัม)
ซึ่งขณะทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว เมื่อมีการยืนยันว่าเป็นยาเสพติดแล้ว จึงได้แจ้งให้ชุดปฏิบัติการอีกชุดหนึ่งที่มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 2 เจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เตรียมปฏิบัติการบนฝั่ง เพื่อให้เข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือ “ลูกยอด” จากการตรวจค้นพบรถบรรทุกหกล้อ ลักษณะเป็นตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 50-9530 กรุงเทพมหานคร ทราบภายหลังเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งยาเสพติดล็อตดังกล่าว และพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทาดำ ทะเบียน 7 กย 3389 กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ 1.ควบคุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย
2.ตรวจยึดเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,399 กิโลกรัม 3.ตรวจยึดรถบรรทุกหกล้อแบบตู้ทึบ สีขาว 1 คัน 4.ตรวจยึดรถกระบะ 4 ประตู สีเทาดำ 1 คัน มาไว้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และในส่วนเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส อยู่ในความควบคุมของทัพเรือภาคที่ 1 จากข้อมูลการสืบสวน และการจับกุมในครั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกอิ๊งค์ นำทีม ดีเอสไอ-กองทัพเรือ-ปปส. แถลงยึดยาไอซ์ 2.4 ตัน กว่า3พันล้านบาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th