โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ยุคใหม่ของการเกษตร ฟาร์มอังกฤษทุ่ม 3.7 ล้านบาท ซื้อโดรน DJI ปลูกผัก ลดต้นทุน ช่วยพนักงาน

BT Beartai

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.45 น.
ยุคใหม่ของการเกษตร ฟาร์มอังกฤษทุ่ม 3.7 ล้านบาท ซื้อโดรน DJI ปลูกผัก ลดต้นทุน ช่วยพนักงาน

ทอม เอเมอรี (Tom Amery) ผู้บริหารของบริษัท The Watercress Company กล่าวว่า “ผมได้ไอเดียมาจากคลิปในอินสตาแกรม” พร้อมกับมองดูโดรนขนาดใหญ่ 3 ลำที่เขาเพิ่งซื้อมาเพื่อช่วยปลูกวอเตอร์เครส (Watercress) ที่ฟาร์มในแฮมป์เชียร์ ประเทศอังกฤษ

ซึ่งโดรนเหล่านี้เป็นของ DJI จากจีน รุ่น Agras T50 สามารถขนปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ หรืออาหารพืชได้ถึง 50 กิโลกรัม มีใบพัด 4 ชุด และถูกออกแบบมาเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ บริษัทลงทุนไปกว่า 80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.7 ล้านบาท) กับเทคโนโลยีนี้ ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการเพาะปลูกให้เร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

เร็วกว่าหลายเท่า ใช้ปุ๋ยน้อยลง

เอเมอรี บอกว่า การหว่านปุ๋ยผ่านโดรน “เร็วกว่าการเดินหว่านเอง 2-3 เท่า” แถมยังสามารถกำหนดจุดที่ต้องการให้โดรนหว่านปุ๋ยได้แม่นยำ ทำให้ใช้ปุ๋ยน้อยลงและลดต้นทุนได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการปลูกพืชที่ต้องผลิตเป็นถุงสลัดส่งซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วสหราชอาณาจักร

ไม่ได้แค่เพิ่มผลผลิต แต่ช่วยเรื่อง “กำลังใจพนักงาน”

แม้หลายคนจะกังวลว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่คนทำงาน แต่เขากลับมองว่า โดรนช่วยลดงานหนักที่น่าเบื่อมาก ๆ ได้ และส่งผลดีต่อกำลังใจของทีมงาน “เราจะจ่ายค่าจ้างให้คนที่บังคับโดรนสูงขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้พนักงานอยากอยู่กับเรานานขึ้น”

ตอนนี้โดรนยังบินไม่ได้ เพราะต้องรอใบอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนของอังกฤษ แต่บริษัทก็เตรียมแผนพร้อมไว้หมดแล้ว เช่น เส้นทางการบินในแต่ละแปลงปลูก และฝึกอบรมพนักงานอายุ 20 ปีชื่อ จอร์จ แมทธิวส์ (George Mathews) ให้มีใบอนุญาตบินโดรนเรียบร้อย

ฟาร์มเก่าแก่ก็ใช้เทคโนโลยีใหม่ได้

แม้ The Watercress Company จะใช้วิธีปลูกผักแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย โดยใช้น้ำจากลำธารธรรมชาติที่ไหลผ่านแปลงปลูกมาตั้งแต่ปี 1880 แต่บริษัทก็เปิดรับเทคโนโลยีใหม่เสมอ เช่น การใช้กล้องมัลติสเปกตรัมถ่ายภาพแปลงผัก แล้วใช้ AI วิเคราะห์ตำแหน่งที่พืชมีปัญหา เพื่อดูแลได้ตรงจุด

แนวทางนี้ตรงกับที่สมาคมเกษตรกรแห่งชาติของอังกฤษ (NFU) ผลักดันอยู่ คืออยากให้เกษตรกรหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการผลิตอาหาร

อุปสรรคคือ “เงินทุน” และ “ความมั่นใจ”

แม้รัฐบาลอังกฤษจะจัดงบกว่า 200 ล้านปอนด์ ภายใต้โครงการนวัตกรรมเกษตรไปจนถึงปี 2030 และผลักดันเรื่องนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม แต่ NFU ก็เตือนว่า เกษตรกรจำนวนมากยังไม่มีเงินหรือความมั่นใจพอที่จะลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่พิสูจน์ผลชัดเจน

ด้านเอเมอรีก็ยอมรับว่า แม้จะได้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นมา 20,000 ปอนด์ แต่เขายังต้องออกค่าใช้จ่ายเองเกือบทั้งหมด และยังเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเครดิตวิจัยและพัฒนา เพราะบริษัทของเขาเป็นห้างหุ้นส่วน ไม่ใช่นิติบุคคล

นวัตกรรมเกิดจาก “ปัญหา”

แม้จะมีอุปสรรค แต่เอเมอรียังคงมุ่งมั่นจะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าฟาร์มต่อไป “นวัตกรรมส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่เราต้องแก้ให้ได้” เขาบอก “เราอาจเจอนวัตกรรมเปลี่ยนเกมได้ทุก ๆ 5-10 ปี แต่มันก็คุ้ม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...