โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บัส 2 ชั้น ร้องศาลปกครองเพิกถอนประกาศห้ามวิ่ง 7 เส้นทางเสี่ยง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 10.23 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศาลปกครอง 12 มิ.ย.- สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร 2 ชั้นไทย ร้องศาลปกครอง เพิกถอนประกาศห้ามวิ่ง 7 เส้นทางเสี่ยง ออกโดยไม่ชอบ นัด 16 มิ.ย.เดินหน้าอารยะขัดขืน วิ่งขึ้นเขา ไม่หวั่นถูกดำเนินคดี ขู่แจ้งความกลับ

สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร 2 ชั้นไทย นำโดยนายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกสมาคมฯยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศกรมขนส่งทางบกที่ ห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง และขอไต่สวนฉุกเฉิน และระหว่างพิจารณาคำร้องให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

นายสุริยะ กล่าวว่า ประกาศฉบับนี้ประกาศเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นเราพยายามขอร้องว่าเราจะไปซื้อรถใหม่ จะยกเลิกการจองต่างๆ ก็ไม่ทัน และทำเช่นนี้การท่องเที่ยวตลอดเส้นทางที่รถวิ่งจะหยุดหมด แต่ก็ไม่มีใครฟัง ซึ่งกฎที่เขาประกาศมาว่าเส้นทางที่มีความชันมากกว่า 8% ระยะทางเกินกว่า 5 กิโลเมตร เกิดอุบัติเหตุเกินกว่า 5 ครั้งต่อปี ถือเป็นเส้นทางเสี่ยงทั้งหมด เราก็ตั้งคำถามว่าเกณฑ์นี้ เอามาจากไหน ในอดีตถ้ากรมการขนส่งทางบกจะออกหลักเกณฑ์อะไรมาก็จะอ้างว่าเกณฑ์นี้เอามาจากต่างประเทศ เอามาจากระบบยูเอ็น แต่คราวนี้ไม่รู้เอามาจากไหน มาทราบว่าอ้างอิงมาจากถนนเส้น 304 ที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเรายืนยันว่าการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องความประมาทส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับจำนวนชั้นของรถ ต่อให้เราเปลี่ยนเป็นรถชั้นเดียวถ้าจะเกิดอุบัติเหตุก็เกิดอยู่ดี และเมื่อมีการลงพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อตรวจสอบเกณฑ์ที่ตั้งโดยมีตัวแทนสมาคมรถโดยสาร 2 ชั้น กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวงและวิศวกรรมสถาน ก็ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจริงๆ แต่ก็ไม่ยกเลิกประกาศ

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า จริงๆ สมาคมฯจะฟ้องศาลปกครองตั้งแต่ต้นอยู่แล้วเพราพเห็นว่า 1.ประกาศฉบับนี้ประกาศด้วยความรวดเร็ว 2. ไม่ได้รับฟังหรือศึกษาผลกระทบใดไม่มีการคุยกับผู้ประกอบการ หรือภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเลย 3.ไม่มีสถิติหรือมาตรฐานใดๆมารองรับว่าสิ่งที่ประกาศนั้นมาจากไหน และสุดท้ายประกาศฉบับนี้ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ถ้าไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 8 กำหนดว่าจะเอามาบังคับใช้ไม่ได้ อีกทั้งมาตรา 19 พ.ร.บ.ขนส่งทางบกก็ไม่มีให้บังคับ

“ที่ผ่านมาเราไปกราบพวกท่านดีๆ แล้วว่าถ้ามันไม่ใช่ก็ถอน เพราะเราเดือดร้อน จริงๆมี พ.ร.บ.จราจรที่สามารถบังคับในแต่ละท้องที่ได้เลย ไม่ใช่ประกาศเหวี่ยงแหแบบนี้ มันเหมือนการโฆษณาอะไรบางอย่างเพื่ออะไรบางอย่าง ซึ่งเรากำลังสงสัยอยู่ว่ามันอาจกำลังเป็นการทำผลงานของใครบางคน เพื่ออะไรบางอย่าง เรายืนยันว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งของรัฐ รัฐออกกฎหมายอะไรมาตลอด 10-15 ปีที่ผ่านมาเรารับตลอด แต่การออกครั้งนี้มันฉุกเฉินเร่งด่วนจนผิดปกติ จนเราเกิดข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเรียกเราประชุมครั้งแรก เราค้านทุกอย่างว่าสถิติที่เอามา ระยะทางมันผิด ทุกอย่างมันผิด ก็เลยตกลงกันว่า จะมาพิจารณากฎหมายนี้อีกทีหลังสงกรานต์ ระหว่างนั้นเราจะหยุดวิ่งไปก่อน แต่ปรากฏว่าเราโดนหักหลัง อยู่ดีๆวันที่ 11 เมษายนก็ประกาศเลย” นายสุริยะ กล่าว

นายสุริยะ ยังกล่าวด้วยว่าในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เส้น 304 เขาปักธงชัย ผู้ประกอบการรถโดยสาร 2 ชั้นไทยจะรวมตัวกันครั้งที่ 2 จะประกาศอารยะขัดขืน จะไม่ฟังกฎหมายนี้ที่ออกมาโดยไม่มีที่มาที่ไป ไม่ถูกต้อง เราจะเอารถวิ่งขึ้นบนเขาที่กรมขนส่งทางบกห้าม และเปิดการวิ่งทั่วประเทศ ถ้าเขาจะจับ ปรับ แจ้งความเราๆก็จะแจ้งความกลับ

“ไม่ใช่เราขัดกฎหมายแต่เรามองและเรามีหลักฐานเพียงพอว่ากฎที่คุณออกมามันผิด เราไม่เชื่อกฎหมายนี้ถือว่ากฎหมายนี้ไม่มีความชอบธรรม และถ้าใครจับเรา เราก็จะแจ้งความกลับเหมือนกัน และถ้าคดีที่ฟ้องศาลเราชนะคดีก็จะฟ้องกลับ 157 คนที่ออกกฎนี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเส้นทางที่มีความลาดชัน 7 เส้นทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกออกประกาศห้ามรถทัวร์ 2 ชั้นเดินรถ ประกอบด้วยทางหลวงหมายเลข 118 ช่วงเชียงใหม่-ดอยนางแก้ว
ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ฮ่องสอน-แม่ตีบ
ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงปัว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์-โคกงาม
ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติกูหินร่องกล้า
ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว
ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง–พัทลุง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...