โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทอท.เผย“คิงเพาเวอร์”ยื่นขอเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี รวม 3 ฉบับ ชงบอร์ด 16 มิ.ย.นี้เคาะแนวทางเจรจา

Manager Online

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 15.24 น. • MGR Online

ทอท.เผย”คิงเพาเวอร์”ขอเจรจายกเลิกสัญญา”ดิวตี้ฟรี”ทั้ง 3 ฉบับ “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูมิภาค 3 แห่ง”อ้าง 7 สถานการณ์กระทบยอดขาย ขาดทุนหนัก ยันเป็นเหตุสุดวิสัย ที่แม้จะแก้ปัญหาหลายครั้งแต่ไม่เป็นธรรมกับการทำธุรกิจ ทอท.เตรียมชงบอร์ด 16 มิ.ย.นี้ เคาะแนวทางเจรจา เล็งจ้างที่ปรึกษาช่วยประเมิน คาดสรุปใน 2 เดือน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. เปิดเผยกับ”ผู้จัดการรายวัน” ว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้ส่งหนังสือถึงทอท.เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 เรื่อง ขอหารือแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร รวมทั้งหมด 3 ฉบับ ได้แก่ สัญญาร้านค้าปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , สัญญาร้านค้าปลอดอากรท่าอากาศยานดอนเมือง และ สัญญาร้านค้าปลอดอากร 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่

โดยคิงเพาเวอร์ฯ ระบุถึงผลกระทบที่ได้รับมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเกิดสงครามในหลายภูมิภาค กรณีสงครามการค้าและกำแพงภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ผู้โดยสารจีนที่มีกำลังซื้อสูงลดลง การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์ การการขอคืนพื้นที่ รวมถึงสภาพในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากช่วงที่ประมูลและทำสัญญาร่วมกัน ซึ่งในแต่ละสถานการณ์ ที่ผ่านมา ทอท.มีการแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีมาหลายครั้ง โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข 4 ครั้ง ซึ่งบริษัทฯระบุว่าไม่ได้รับตความเป็นธรรม

ดังนั้นจึงได้ขอให้ทอท.พิจารณาสัญญาในเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับการประกอบกิจการต่อไปได้ จึงทำหนังสือขอเจรจา ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางการแก้ไขสัญญา หรือ อาจจะยกเลิกสัญญา โดยทอท.จะต้องเร่งหาข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 2 เดือน เพื่อทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น

โดยคิงเพาเวอร์ฯทำหนังสือลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ส่งถึง ทอท.วันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารทอท.ได้เร่งหาแนวทางในการเจรจากับบ.คิงเพาเวอร์ โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท. ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อขอความเห็นชอบ ในการตั้งคณะกรรมการที่เป็นคนกลาง หรือ Third Party ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา และขอจ้าง มหาวิทยาลัย 2-3 แห่ง ที่ปรึกษาศึกษาแนวทางและนำมาพิจารณาเปรียบเทียบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

“คิงเพาเวอร์ฯ ถือเป็นคู่ค้าสำคัญของ ทอท. เพราะมีสัดส่วนรายได้กว่า 10% ขณะที่ทอท.มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นไม่ว่าจะปรับแก้สัญญาหรือยกเลิก ต้องเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นไปพูดคุยกับทางคิงเพาเวอร์ฯ แล้วว่าทาง ทอท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาอาจจะแก้ปัญหาแบบเลี้ยงไข้ ซึ่งไม่ถูกต้อง การดำเนินการจะเลือกแนวทางที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยข้อสรุปจะยึดหลักของธุรกิจที่อธิบายได้”

@เปิดหนังสือ”คิงเพาเวอร์ฯ”แจงเหตุสุดวิสัย 7 ข้อ ส่งผลกระทบการดำเนินธุรกิจ

สำหรับหนังสือ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ระบุว่า นับจากสถานการณ์โควิด-19 ทอท.ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เป็นผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) จำนวน 127.30 บาท โดยเรียกเก็บจากผู้โดยสารขาออก ผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารขาเข้า แม้ผลกระทบโควิด-19 จะคลี่คลาย แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทฯไม่คาดคิดและเกิดผลกระทบต่อการประกอบธุริกจจำหน่ายสินค้าปลอดอากรของบริษัทฯ อันเป้นเหตุสุดวิสัย

ไม่ว่าจะเป็นเหตุสงครามในหลายภูมิภาค สงครามการค้า และการกีดกันทางการค้า กำแพงภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้โดยสารจีนที่มีกำลังซื้อสูงลดลง ทำให้ยอดขายลดลง

โดยบริษัทฯ อ้างสาเหตุถึง 7 ประเด็น ที่เป็นเหตุสุดวิสัย ส่งผลต่อยอดจำหน่ายและการประกอบการของบริษัทฯ และส่งผลทำให้ค่าตอบแทนที่บริษัทฯต้องชำระให้แก่ทอท.อยู่ในเกณฑ์ที่สูงผิดปกติกว่าที่ควรจะเป็นและที่ได้เสนอไว้ ซึ่งผลกระทบต่างๆ เป็นผลให้บริษัทฯ ประสบกับภาวะขาดทุนจากแบกรับภาระ อัตราค่าตอบแทนที่สูงผิดปกติและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์จนส่งผลให้บริษัทฯ มีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนชำระค่าภาระต่างๆ มาเป็นระยะๆ ซึ่งเหตุการณ์อันส่งผลกระทบเหล่านั้นเป็นเหตุสุดวิสัยอันมิได้เกิดจากการกระทำหรือความผิดจากบริษัทฯ แต่ประการใดทั้งสิ้น แต่ในทางกลับกับ ทอท. กลับพิจารณาและดำเนินการตามที่ ทอท.เห็นสมควรเพียงลำพังและเป็นประโยชน์แก่ ทอท. เพียงฝ่ายดียว โดยมิได้หารือบริษัทฯ เพื่อหาแนวทางเก้ไขที่เหมาะสมต่อทั้งสองฝ่าย หรือมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกันกับบริษัทฯ ที่มีมากกว่าผลกระทบด้านค่าตอบแทน

ดังนั้น ด้วยเหตุต่างๆ ที่ยังไม่คลี่คลายในขณะนี้ และยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ รวมถึงความไม่มั่นใจในการให้ความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาของ ทอท. บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องขอให้เกิดการหารือเพื่อหาแนวทางและข้อยุติอื่นๆ รวมถึงแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปออดอากร ดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติภายใน 45 วัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ ในระหว่างการพิจารณาของ ทอท. บริษัทฯ ขอนำส่งค่าตอบแทนตามสัญญาประมูลในอัตราร้อยละ 20 ของยอดจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในแต่ละเดือน ซึ่งภายหลังสิ้นเดือน เมื่อทราบยอดจำหน่าย บริษัทฯ จะคำนวณค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 และชำระค่าตอบแทนดังกล่าวภายในวันสุดท้ายของเดือนถัดไป โดยเริ่มจากยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2568 (เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเวลาชำระเงินสำหรับค่าตอบแทนขั้นต่ำ เดือนกันยายน 2567 ถึงเดือนมิถุนายน 2568) ซึ่งจะทราบยอดจำหน่ายภายหลังสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 และจะชำระค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20ให้แก่ ทอท. ภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนขั้นต่ำของเดือนกรกฎากม 1568 ซึ่งเดิมบริษัทฯ ต้องชำระให้แก่ ทอท. ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และขอให้ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระ โดยขอให้แนวทางการนำส่งค่าตอบแทนข้างต้นมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ข้อยุติจากการเจรจา

สำหรับสถานการณ์ที่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ระบุเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมิได้เกิดจากการกระทำของบริษัทฯ โดยเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบการและปฎิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ได้ ดังนี้

1. การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจากนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 กระทบต่อวิธีการคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ลดลงจากการหยุดประกอบการร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าอย่างไม่เป็นธรรม และแตกต่างจากเจตนาของ TOR และสัญญาฯอย่างมีนัยสำคัญ

2. การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์อันส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายภายในร้านค้าปลอดอากร ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ.2530 (ฉบับที่ 7 ) ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ยกเว้นอากรสินค้าไวน์ที่ระบุไว้ในประกาศฯ (จากเดิมอัตราอากรอยู่ที่ร้อนยละ 60) ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่าย

3. การขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการของทอท. บางส่วน(เนื้อที่ประมาณ 491.220 ตารางเมตร) ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งทอท.ใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ต้องชำระให้แก่ทอท.ที่ปรับลดลงตามสัดส่วนของพื้นที่ขอคืนมีผลต่อยอดจำหน่ายสินค้าลดลง

4. การขาดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ซี่งมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยสูงสุด

5. สถานการณ์ภายในประเทศอันส่งผลทางลบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้โดยสาร เช่น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ การปิดตัวของบริษัทในหลายอุตสาหกรรม อาชญากรรมทางไซเบอร์ (แก๊งค์ คอลเซ็นเตอร์) หรือการถล่มของตึกสตง.จากแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเทศ

6. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีผลกระทบต่อธุรกิจ

7. สถานการณ์สงครามและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ บริษัทฯอ้างสัญญาข้อ 7.9 หน้า 25 ระบุว่า ในกรณีทีเกิดเหตุขัดจ้องหรือมีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเหตุให้คู่สัญญาฝายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้โดยไม่ได้มีสาเหตุมาตากความผิดของคู่สัญญาฝ่ายใด คู่สัญญาจะเจรจาเพื่อหาทางแก้ไข

ข้อ 7.7 หน้า 25 ในกรณีที่ข้อกำหนดของสัญญาข้อใดข้อหนึ่งตกเป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงในข้อกำหนดอื่นยังมีผลบังคับกันได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสัญญาที่มีผลในทางพาณิชย์

ข้อ 7.5 หน้า 25 ภายใต้บังคับของกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับทอท. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญานี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

@ชี้แก้ไขปัญหาคู่สัญญาต้องเจรจากันไม่ใช่ทอท.ตัดสินใจฝ่ายเดียว

จากรายละเอียดข้อความตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากพิจารณาข้อความและเนื้อหาในสัญญาซึ่งระบุให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมาร่วมเจรจาหาข้อยุติที่เป็นธรรมร่วมกันแล้วนั้น การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ย่อมกระทำได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาหาทางออกร่วมกัน มิใช่อาศัยเพียงการตัดสินใจของทอท.เพียงลำพังแต่ฝ่ายเดียว ดังเช่นที่ ทอท.ได้ปฎิบัติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...