โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจ็บใจ! เด็กวัย14โดนขโมยเงินเดินสายร้องเพลงเกลี้ยง หวังเก็บเป็นค่าเทอม

Amarin TV

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 02.17 น.
เจ็บใจ! เด็กวัย14 โดนขโมยเงินเดินสายร้องเพลงเกลี้ยง หวังช่วยแม่หาเงินค่าเทอม เรียนหนังสือ แจ้งความแล้วคดียังไม่คืบ แต่กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

เจ็บใจ! เด็กวัย14 โดนขโมยเงินเดินสายร้องเพลงเกลี้ยง หวังช่วยแม่หาเงินค่าเทอม เรียนหนังสือ แจ้งความแล้วคดียังไม่คืบ แต่กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

วันที่ 12 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย. 68 ได้มีการประกวดร้องเพลงในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฉกกระเป๋าตังค์หายไปในพริบตา หลังจากประกวดร้องเพลงหาเงินค่าเทอมช่วยแม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพื่อนำเงินจ่ายค่าเทอมไว้เรียน ถูกคนร้ายฉกเงินหายไป แม่พาลูกสาวเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามหาคนร้าย หลังจากร้องเพลงเกือบ 2 เดือน กว่าจะเก็บเงินได้เกือบ 6,000 บาท แต่ยังติดตามตัวคนร้ายยังไม่ได้ไม่ได้

ซึ่งมีภาพกล้องวงจรปิดของร้านที่อยู่ใกล้เคียง พบหญิงใส่เสื้อยืดสีดำ และกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่หน้ากากอนามัยสีขาว รวมทั้งด้านขาซ้ายมีรอยสักตั้งแต่หัวเข่าลงไปยันข้อเท้าอายุประมาณ 40 ปี หลบหนีไป และเอากระเป๋าเงินไปด้วย หลังจากนั้นจึงมีคนไปพบกระเป๋าสีม่วงในชั้นล่างลานจอดรถชั้น1 ของห้างสรรพสินค้าวางทิ้งไว้ข้างถังขยะ

นางสุมาลี ก้านแก้ว อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในอยุธยา บอกว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 68 ได้พาลูกสาวไปประกวดร้อง เพื่อหารายได้จ่ายค่าเทอม แต่ปรากฏว่าประกวดได้รางวัลขวัญใจในการร้องเพลงจากคณะกรรมการได้เงินมา 500 บาท และถ้วยรางวัล เพื่อเป็นเกียรติให้กับเด็กที่มาประกวดในครั้งนี้

ขณะที่ลูกสาวประกวดร้องเพลงนั้น ตนมีกระเป๋าทั้งหมด 3 ใบ สีดำ,สีม่วง,สีเขียว วางเรียงกันอยู่ที่บริเวณข้างเสาติดกับเวที เนื่องจากเป็นกระเป๋าที่ใส่ชุดนักร้องมาเ พื่อมาประกวดในครั้งนี้ และตนได้นำกระเป๋าสตางค์ของลูกสาวใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่สีม่วง มีเงินประมาณเกือบ 6,000 บาท แม่ได้นั่งเฝ้ากระเป๋าอยู่ตลอดเวลา พอช่วงเวลา 16.00 น. ได้มีการตัดสินการประกวดร้องเพลง ปรากฏว่าลูกสาวได้รับรางวัล แม่ดีใจไปหน้าเวทีจนลืมกระเป๋าที่อยู่ข้างๆ เสา

หลังจากนั้นพอกลับมาดูพบว่ากระเป๋าใบสีม่วงหายไป 1 ใบ และในนั้นมีเงินของลูกสาวที่ออมเก็บไว้จากการร้องเพลงแต่ละครั้งเกือบ 2 เดือน เพื่อนำไว้จ่ายค่าเทอมช่วยแม่ พอทราบข่าวจึงตกใจ ลูกสาวถึงกลับหน้าเสีย และคล้ายกับจะร้องไห้ เพราะเป็นคนเก็บออม เพื่อไว้จ่ายค่าเทอม และช่วยแม่เก็บเงินในครั้งนี้

หลังจากนั้นจึงได้ไปบอกกับทางพิธีกร และคนในงานจึงช่วยกันตามหา และไปหากล้องวงจรปิดที่ ซึ่งร้านแห่งหนึ่งมีน้ำใจให้กล้องวงจรปิดมา พบว่ามีหญิงใส่ชุดดำใส่หน้ากากอนามัยสีขาวได้เดินมาหยิบกระเป๋าของตนที่วางอยู่ไป รวมทั้งพบด้านขาซ้ายมีรอยสักสีดำขนาดใหญ่อยู่ด้วย ขณะนั้นลูกตนก็มีความรู้สึกเสียใจ และโกรธมาก เนื่องจากกว่าจะหาเงินได้ ตนจึงพาลูกไปแจ้งความที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ติดตามคนร้าย และเตรียมขอกล้องวงจรปิดของห้างดังดังกล่าว เพื่อนำตัวของคนร้ายมาดำเนินคดี เกรงว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

ส่วนเรื่องนี้ก็สงสารลูกเช่นเดียวกันที่อุตส่าห์ร้องเพลงเหน็ดเหนื่อยเก็บเงินได้ขนาดนี้เพื่อช่วยแม่

ด้าน ด.ย.พนิดา ชัยชนะ อายุ 14 ปี บอกว่า ไปประกวดร้องเพลงมาหลายที่ เพื่อเก็บเงินช่วยเหลือแม่เป็นค่าเทอม ก็ดีใจได้เงินเยอะอยู่ แต่ได้เก็บไว้ในกระเป๋าเงินรวมเงินได้ประมาณเกือบ 6,000 บาท จากนั้นพอรู้ว่าเงินหายไปก็โกรธคนร้าย และคิดว่าทำไมเอาเงินของหนูไป พอมาสัก 2-3 วัน หนูก็มีความรู้สึกสงสารคนขโมย ไม่อยากจะเอาอะไร เนื่องจากต้นทนคนเราไม่เหมือนกัน แต่ก็อยากบอกขโมยว่าอย่าทำแบบนี้อีก ถ้ามาขอหนูก็จะให้ไปเหมือนกัน แต่อยากให้ขโมยนั้นทำงานอย่างสุจริต เพราะเงินหนูหามาด้วยความยากลำบาก เพื่อไปจ่ายค่าเทอมช่วยเหลือแม่

ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากไปแจ้งความมาแล้ว ขณะนี้รอกล้องวงจรปิดจากห้าง และติดตามหาตัวคนร้าย เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายเนื่องจากตำรวจยังไม่นิ่งเฉย ทราบว่าคนร้ายดังกล่าวเหมือนเคยถูกคดีมาแล้ว และน่าจะออกจากคุกมาก่อเหตุอีกครั้ง ลักษณะมีรอยสักด้านซ้ายของขาก็จะตามตัวไม่ยาก แต่ขอเวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ชัดเจนอีกครั้ง เกรงว่าจะไปเอาของคนอื่นอีก เพื่อนำตัวมาเดินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...