โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา เตือนรัฐบาลอย่าตามเวียดนาม-อินโดฯ SME เสี่ยงพัง-กระทบความมั่นคง

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น. • เดลินิวส์
ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ วุฒิสภา เตือนรัฐบาลอย่าเลียนแบบกลยุทธ์

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวทางการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่อินโดนีเซียยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ลงเหลือ 0% เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ ลดภาษีให้เหลือ 19% จากเดิม 32% นายวิวรรธน์มองว่าการเลียนแบบกลยุทธ์ "ยอมทุกอย่าง" ของอินโดนีเซียและเวียดนามนั้น จะสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย

นายวิวรรธน์ชี้ว่า หากไทยเปิดเสรีทางการค้ามากเกินไป จะทำให้ SME ไทยที่กำลังเผชิญความยากลำบากจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาหลายปี ต้องประสบปัญหาหนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในภาคเกษตรและปศุสัตว์ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของประเทศ อาจถึงขั้นล้มหายตายจาก และกระทบถึงความมั่นคงทางทหารของประเทศได้

"ผมคิดว่าการเจรจาที่เปิดให้ซะหมดเลย แล้วไม่ได้มองถึง SME ของชาติ ของประชาชนที่กำลังลำบาก เพราะเศรษฐกิจของเราตกต่ำมาหลายปี เราต้องแก้ไขเรื่อง SME ให้สามารถอยู่รอดได้ เพราะหนี้สาธารณะเราเยอะ" นายวิวรรธน์กล่าว พร้อมเสริมว่าแม้ไทยจะส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่ก็ไม่ควรเลียนแบบเวียดนามที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 30% เนื่องจากไทยต้องเผชิญการต่อรองในหลายสิ่งที่เสียเปรียบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกลุ่ม SME หรือความมั่นคงของภูมิภาค

ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ เสนอแนวทางแก้ไขว่า ไทยควรยอมรับการถูกเก็บภาษีที่ 36% และชดเชยให้ผู้ส่งออกไปสหรัฐฯ ด้วยการลดภาษีช่วยเหลือ 10% พร้อมทั้งหาแหล่งเงินกู้ราคาถูกมาชดเชย โดยรัฐบาล เอกชน และธนาคารต้องร่วมกันแบกรับภาระส่วนนี้ ซึ่งจะดีกว่าการยอมทุกอย่างแล้วส่งผลกระทบวงกว้าง โดยเฉพาะกับ SME ของไทย

นอกจากนี้ นายวิวรรธน์ยังชี้ว่า มีสินค้าบางประเภทจากสหรัฐฯ ที่ไทยสามารถให้ภาษี 0% ได้โดยไม่มีปัญหา คือ ปุ๋ยเคมี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรไทย ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และยังช่วยแก้ปัญหา PM2.5 ที่เกิดจากการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดตามตะเข็บชายแดนได้ เนื่องจากไทยมีความต้องการปุ๋ยเคมีประมาณ 7 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 4 ล้านตันต่อปี การนำเข้าอีก 3 ล้านตันต่อปี จะช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่า และลดฝุ่น PM 2.5 ได้

การเปิดเสรีในส่วนของ พลังงาน และ เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องยนต์หรือเครื่องบิน ก็เป็นสิ่งที่ไทยขาดแคลนและจำเป็นต้องนำเข้าอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดการเกินดุลการค้าได้

"ผมอยากให้ทีมประเทศไทยทำอะไรด้วยความรอบคอบ อย่าเร่งรีบ ผมว่าทั้งอินโดฯ หรือเวียดนาม มีส่วนเร่งรีบ และเลยกลายเป็นว่าสิ่งที่อยากจะได้ อย่างที่ทราบข่าวมาว่าเวียดนามต่อรองขอให้เหลือ 11% เท่านั้น แต่ได้มา 20% ตัวเองเสนอทุกอย่างเลย" นายวิวรรธน์กล่าวทิ้งท้าย

ในระยะยาว นายวิวรรธน์เสนอว่าไทยสามารถหาตลาดใหม่ๆ ได้ เช่น ตลาด EU หรือตลาดแอฟริกา ซึ่งอาจทดแทนตลาดสหรัฐฯ ได้บางส่วน แต่หากรัฐบาลสามารถชดเชยเรื่องภาษีหรือเรื่องดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนถูกลง 16% แต่ยังสามารถขายสินค้าได้ในราคาเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องยอมทุกอย่าง เพราะจะกระทบ SME ไทยในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...