สรวงศ์ ยอมรับผิด เที่ยวไทยคนละครึ่งล่ม แจงปัญหายิบ พร้อมเร่งแก้
สรวงศ์ ยอมรับผิด เที่ยวไทยคนละครึ่งล่ม แจงปัญหายิบ พร้อมเร่งแก้
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการที่มีการตั้งคำถามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ใช้งบประมาณ 1,750 ล้านบาท สมทบค่าโรงแรมที่พัก 50% ให้กับประชาชน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ แต่มีปัญหาการล่มของระบบอย่างต่อเนื่อง จึงมีเสียงวิพากย์จากจำนวนมากนั้น
ต้องกราบขอโทษประชาชนอีกครั้งกับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยการเปิดให้ลงทะเบียนวันแรก รู้ว่าประชาชนยังคงสับสนแน่นอน ซึ่งได้มีการต่อว่า และตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาแล้ว เพื่อพิจารณาว่าเหตุใดประชาชนยังคงสับสน แต่ยืนยันว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นขั้นตอนของการทำงาน
และเราก็พยายามอุดรูรั่วที่อาจเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากโครงการนี้ไม่เหมือนกับโครงการที่ผ่านมา เที่ยวไทยคนละครึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนทั้งหมด 500,000 สิทธิ และปิดลงทะเบียนทันทีหากใช้สิทธิหมดจำนวนที่กำหนดไว้ แต่หากยังไม่หมดประชาชนก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งที่ออกมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวในประเทศจริงๆ ต้องการให้คนที่มีแผน และพร้อมจะเที่ยวทันทีได้มีการซื้อ จองและจ่ายเงิน ไม่เหมือนครั้งก่อนที่จองไว้แล้วค่อยหาที่เที่ยว โดยมองว่าหากใช้ระบบนี้ประชาชนจะไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลย จะได้ไปเน้นในส่วนปลายทาง คือผู้ประกอบการ และการจ่ายเงินจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้กับผู้ประกอบการเป็นหลัก
เทียบกับโครงการที่เคยมีมาก็มีการทุจริตเกิดขึ้นกว่า 1,300 คดี ซึ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังมีคดีค้างกับผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้หมายเรื่องทุจริตอยู่ โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะทำให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความลำบากน้อยที่สุด และจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
นายสรวงศ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นของตัวเอง ไม่ได้ใช้ที่มีอยู่ หรือดำเนินโครงการผ่านธนาคารกรุงไทยเหมือนเดิมนั้น เนื่องจากสิ่งที่พวกเราอยากทำและอยากให้เกิด คือฐานข้อมูลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทย เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืน รวมถึงปัจจุบันธนาคารกรุงไทยไม่ได้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว การที่จะไปผูกพันอะไรกับธนาคารหนึ่งจะเป็นการปิดกั้นธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองแทน
โดยคำถามถึงงบประมาณที่ใช้ทำแอพพลิเคชั่นอะเมซิ่งไทยแลนด์ อยู่ในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท โดยเมื่อพบปัญหาก็ได้มีการขอคืนเงินในส่วนการจัดทำแอพพลิเคชั่น จำนวน 10 ล้านบาทแล้ว เพราะงบประมาณที่ได้รับไม่ทันการต่อการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหา เพราะเราไม่ได้จ้างคนที่มีประสบการณ์ แต่มีการแก้ไขแล้ว รวมถึงยืนยันว่า งบประมาณจัดทำแอพพลิเคชั่นไม่ได้มีจำนวนมากอย่างที่กังวลแน่นอน
นายสรวงศ์ กล่าวว่า ปัญหาของการเปิดระบบลงงทะเบียนช่วงแรก ต้องบอกก่อนว่า เนื่องจากต้องการป้องกันการทุจริตในขั้นต้น จึงดำเนินการผ่านแอพพลิเคชั่นไทยไอดี เนื่องจากมีข้อมูลตามบัตรประชาชนของบุคคลอยู่แล้ว แต่เมื่อมีปัญหาก็สั่งการให้มีการบายพาสทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ โดยใช้ไทยไอดีในขั้นตอนการเข้าพักเพื่อยืนยันตัวตนแทน ก่อนจะพบปัญหาในเรื่องคำขอโอทีพี หรือรหัสยืนยันผ่านอีเมล
ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับจีเมล เนื่องจากไม่มีการแจ้งไว้ก่อนว่า จะมีการเข้าใช้บริการพร้อมกันเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ทำให้เอไอของกูเกิ้ลตรวจสอบและกักไว้ว่าเป็นสแปมหรือการส่งข้อความไม่พึงประสงค์จำนวนมากๆ จึงมีการปิดระบบในเบื้องต้น และประสานกับกูเกิ้ลทันที จนสุดท้ายได้ลงไปสั่งการว่าขอปิดระบบการลงทะเบียนชั่วคราวก่อน
นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ปิดการลงทะเบียนนั้น มีจำนวนประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 1.4 ล้านคน จากนั้นเราจึงมาแก้ปัญหาหลังบ้านของเราในการเพิ่มสเปซคลาวด์ และเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น จนถึงตอนนี้ตัวเลขที่ถูกยืนยันแล้ว คือมีผู้ลงทะเบียนประสงค์จะใช้สิทธิทั้งสิ้น 1.11 ล้านคน มีผู้ที่จองเรียบร้อยแล้ว และจ่ายเงินแล้ว 1.4 แสนคน สามารถใช้เที่ยวได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ แม้จากกำหนดการเดิมที่จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่ด้วยตัวงบประมาณทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งเมื่อมีการอนุมัติ เราก็ประกาศคิกออฟโครงการทันทีเช่นกัน ส่วนในอนาคตจะมีเฟสสองตามมาหรือไม่ ต้องขอดูอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรวงศ์ ยอมรับผิด เที่ยวไทยคนละครึ่งล่ม แจงปัญหายิบ พร้อมเร่งแก้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th