โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เผ่าภูมิ เผยทีมไทยแลนด์ ถกสหรัฐ คืนนี้ ยันไม่เปิดตลาด 100% เพื่อลดภาษี

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น.

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงค่ำวันนี้ (17 ก.ค.68) ทีมไทยแลนด์ นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อหารือเกี่ยวกับอัตราภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 36%

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้ ทีมไทยแลนด์มุ่งหวังผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยต้องชั่งน้ำหนักใน 2 มิติ คือ ผลกระทบต่อผู้ส่งออก กับ ผลกระทบต่อผู้ผลิตและเกษตรกรในประเทศ พร้อมย้ำว่า ไม่ใช่แค่มองว่าอัตราภาษีไทยจะได้เท่าไหร่ แต่ต้องมองมิติของผู้ได้รับผลกระทบในประเทศด้วย มันไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ข้อเสนอที่เรายื่นไปเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรสหรัฐ อาจต้องแลกมากับการเปิดตลาด ย่อมมีผู้เดือดร้อน ทีมเจรจาจึงต้องชั่งน้ำหนัก

ในประเด็นที่มีรายงานว่าไทยอาจเสนอการลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เหลือ 0% หลายหมื่นรายการ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการ เพราะต้องมีส่วนที่กันเอาไว้สำหรับผู้ผลิตสินค้าในประเทศ หรือสินค้ายุทธศาสตร์ของประเทศ มีความเป็นไปได้ที่เราจะไม่เปิดทั้งหมด 100% เหมือนที่เวียดนามและอินโดฯทำ เพราะเราก็ต้องปกป้องผู้ผลิตในประเทศด้วย

ไทยสามารถยื่นข้อเสนอแบบเวียดนาม ที่เปิดตลาดนำเข้า (Total Access) ให้กับสหรัฐได้ ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ส่งออกไทยได้รับอัตราภาษีที่ต่ำลง ซึ่งต้องถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ การเจรจาไม่ควรมองเพียงด้านเดียวว่าเราจะได้ภาษีเท่าไร เพราะสิ่งที่ไทยยอมลดภาษี ย่อมต้องแลกกับการเปิดตลาดที่มากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ผลิตบางกลุ่มในประเทศ ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การได้อัตราภาษีที่ต่ำที่สุด แต่คือการรักษาสมดุลผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

นายเผ่าภูมิยังกล่าวถึงการเปรียบเทียบกับเวียดนามว่า แม้จะมีการพูดถึงอัตราภาษีที่ 20% แต่ความจริงเวียดนามถูกจัดเกณฑ์ภาษีเป็น 2 ระดับ คือ 20% และ 40% โดยพิจารณาจาก RVC (Regional Value Content) หรือสัดส่วนของชิ้นส่วนที่ผลิตในภูมิภาค โดยระบุว่า ตอนนี้เวียดนามโดนอัตราภาษี 40% มากกว่า 20% เพราะเวียดนามเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีการผลิตในประเทศไม่สูง มีการนำเข้ามาเพิ่มมูลค่าในประเทศก่อนส่งออกไปมากกว่า ดังนั้นหากเทียบกับไทยที่ผลิตในประเทศและภูมิภาคสูง ซึ่งหากขีดเส้นที่อัตราเท่ากันไทยจะได้เปรียบกว่า

ปัจจุบันเวียดนามถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 40% มากกว่าอัตรา 20% เนื่องจากมีสัดส่วนการผลิตในประเทศไม่สูงนัก โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้ามาเพิ่มมูลค่าก่อนส่งออก ต่างจากไทยที่มีการผลิตทั้งในประเทศและภูมิภาคในระดับสูง หากใช้เกณฑ์เดียวกัน ไทยจึงมีโอกาสได้เปรียบกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...